Inventions That Changed the World

พบอุโมงค์ฝึกทหารสงครามโลกครั้งที่ 1

พบอุโมงค์ฝึกทหารสงครามโลกครั้งที่ 1
พบอุโมงค์ฝึกทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ยาวกว่า 2 ไมล์ บางจุดขุดต่ำกว่าผิวดินถึง 6 เมตร ตะลึง พบระเบิดมือที่ยังใช้การได้อยู่เพียบ! ซ้ำยังมีรถยนต์ยุคหลังสงครามฝังในอุโมงค์ให้เป็นปริศนาโบราณคดีอีกด้วย

(24 เมษายน 2560) หนังสือพิมพ์ The Guardian รายงานว่า นักโบราณคดีที่ทำงานแหล่งขุดค้นลาร์กฮิลล์ มณฑลวิลต์เชอร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ พบอุโมงค์และหลุมเพลาะจำนวนมากที่ใช้ฝึกทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในเขตทหารที่กำลังปรับพื้นที่เตรียมปลูกสร้างอาคาร

ทางเข้าอุโมงค์แห่งหนึ่งที่ค้นพบเทียบกับสภาพผิวดินปัจจุบัน ที่มาของภาพ 

“ถือเป็นครั้งแรกในโลกที่นักโบราณคดีมีโอกาสได้ศึกษา ขุดค้น และบันทึกข้อมูลจากพื้นที่ที่ใช้ฝึกทหารในสงครามโลกครั้งที่ 1” ซี เคล็กเก็ตต์ ผู้อำนวยการโครงการโบราณคดีเวสเซกซ์ในเขตทหาร กล่าว “ทหารเหล่านี้ได้รับการฝึกกับของจริง ใช้ลูกระเบิดมือจริงๆ ที่เราทราบเพราะพบลูกระเบิดมือกว่า 200 ลูกในอุโมงค์ และมีการยืนยันแล้วว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งยังใช้การได้ เราต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับทหารของกรมสรรพาวุธ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้น”

แหล่งขุดค้นนี้มีหลักฐานจำนวนมากเกี่ยวกับทหารที่เข้ารับการฝึก ข้อความ และลายเส้นจำนวนหนึ่งที่พบบนผนังอุโมงค์เทียบกับบันทึกการเข้าประจำการของทหารได้ รวมไปถึงชื่อของสองพี่น้องจากกลุ่มคนงานเหมืองถ่านหินในยอร์กเชอร์ที่เซ็นชื่อว่า ‘Halls’ พร้อมคำขวัญภาษาละตินว่า “Semper Fidelis” แปลว่า “เชื่อมั่นเสมอ” หรือ “ภักดีนิรันดร์” ส่วนอีกคนหนึ่งมีหลักฐานว่าหนีทหารในเวลาต่อมา



ข้อความซึ่งทหารที่เข้ารับการฝึกเขียนไว้บนผนังอุโมงค์ ที่มาของภาพ
(บน) และ (ล่าง) 

ชื่อคนบนผนังอุโมงค์ยังรวมถึงสิบตรีลอเรนซ์ คาร์เธจ เวเธอร์ส (Laurence Carthage Weathers) ชาวนิวซีแลนด์ ที่หลังจากฝึกแล้ว เขาก็แสดงความเด็ดเดี่ยวด้วยการโจมตีแนวหน้าของทหารเยอรมันในเขตฝรั่งเศสท่ามกลางห่ากระสุนปืนกล ขว้างระเบิดมือเข้าไปในหลุมเพลาะข้าศึก วิ่งย้อนกลับมายังแนวรับของฝ่ายตนเองเพื่อนำลูกระเบิดกลับไปโจมตีใหม่ถึง 2 รอบ ตลอดจนทำลายที่ตั้งปืนกลเยอรมันได้ถึง 3 จุด และจับเชลยศึกได้ 180 คน

เวเธอร์สเสียชีวิตจากการซุ่มโจมตีในอีก 1 เดือนถัดมา โดยไม่มีโอกาสทราบว่าเขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์วิกตอเรียครอสจากความกล้าหาญของตน


สิบตรีลอเรนซ์ คาร์เธจ เวเธอร์ส จากนิวซีแลนด์ หนึ่งในทหารที่เข้าฝึกใน
ลาร์กฮิลล์ ที่มาของภาพ


“ทหารเหล่านี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะกลับมาซุกตัวในเตียงอุ่นๆ ที่โรงนอนหรอก พวกเขาต้องเข้าไปอยู่ในอุโมงค์นับสัปดาห์ ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในฤดูหนาวอันแสนทรมานระหว่าง ค.ศ. 1916-1917” เคล็กเก็ตต์ กล่าว

ทหารทิ้งหลักฐานไว้มากมาย อาทิ กระป๋อง หวี แปรงสีฟัน กระป๋องใส่บุหรี่ กระป๋องและกล้องยาสูบ เทียนไขและเชิงเทียน กระป๋องนมข้นหวานและเนื้อบด ขวดชีสแคนาดาและกระป๋องลูกกวาดออสเตรเลีย พร้อมด้วยร่องรอยเขม่าไฟจากการทำอาหารและการจุดเทียนไข ถังที่พบในอุโมงค์ยังประยุกต์เป็นเตาที่ให้ความอุ่นในค่ำคืนอันหนาวเย็น

กระป๋องลูกกวาดออสเตรเลียที่พบในอุโมงค์ ที่มาของภาพ

ทหารที่เข้ารับการฝึกเพื่อเข้าสู่สนามรบในฝรั่งเศสและเบลเยียมไม่มีทางรู้เลยว่า อุโมงค์นี้ขุดผ่านสถานที่ประวัติศาสตร์นับพันปีด้วยความยาว 2 ไมล์ (3.22 กิโลเมตร) จากสโตนเฮนจ์ การขุดอุโมงค์ยังพบหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์มากมาย ส่วนมากพบในบริเวณที่เคยเป็นที่ราบลุ่ม ซึ่งครั้งหนึ่งมีแม่น้ำเอวอน (Avon) ไหลผ่าน การค้นพบนี้ยังรวมไปถึงอนุสาวรีย์หินตั้งขนาดเล็กที่เก่าแก่กว่าสโตนเฮนจ์ กระท่อมทรงกลมยุคเหล็กที่มีอยู่ในช่วงที่ชาวโรมันขยายอิทธิพลเข้ามาในเกาะอังกฤษและถ้วยดินเผาเล็กๆ ที่บรรจุกระดูกเด็ก 3 คน ฝังไว้เมื่อ 4,000 ปีมาแล้ว

ซากรถยนต์และจักรยานยนต์ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่พบในอุโมงค์ 
ที่มาของภาพ 


หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 คนจำนวนหนึ่งรู้จักอุโมงค์นี้จากการลักลอบขุดเข้าไปจนพบจักรยานยนต์ยุคทศวรรษ 1950 และรถสปอร์ต MG สีแดงยุคทศวรรษ 1930

แอนดี คอร์โคราน ผู้จัดการโครงการกล่าวว่า คนงานที่ทำงานขุดค้นรู้ว่าข่าวการพบอุโมงค์จะดึงดูดชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงให้มาลักลอบขุดหาของมีค่า ดังนั้น ทุกวันเมื่อสิ้นสุดการทำงานต้องใช้แผ่นเหล็กขนาดใหญ่และหินปูนหลายตันปิดปากอุโมงค์ไว้ ก่อนจะเปิดเพื่อขุดค้นอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

เมื่อร้อยปีก่อน ทหารที่มาฝึกต้องเสียชีวิตก่อนจะไปถึงแนวหน้าเป็นจำนวนมาก ในบรรดาทหารจากออสเตรเลียที่เข้ารับการฝึกที่ลาร์กฮิลล์ ส่วนมากเป็นเด็กหนุ่มจากฟาร์ม และกรรมกรที่ไม่เคยจากถิ่นฐานมาก่อน บางคนเดินทางมาถึงพร้อมกับไข้หวัด หรืออาการติดเชื้อในช่องอก เนื่องจากความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง มีทหาร 141 นาย เสียชีวิตระหว่างการฝึก ร้อยละ 80 เสียชีวิตจากโรคปอดบวมบริเวณหลอดลม และ 1 นาย จากโรคหอบหืด

นักโบราณคดีเชื่อว่า พื้นที่การฝึกเริ่มด้วยการขุดสนามเพลาะ จากนั้นจึงเริ่มขุดอุโมงค์ใน ค.ศ. 1915 ตามสถานการณ์ของสงครามที่ดำเนินไป และยังพบว่า อุโมงค์บางจุดขุดลึกลงไปจากผิวดินถึง 6 เมตร

ทหารถูกฝึกสังเกตเสียงรอบข้างโดยใช้หูฟัง (แบบแพทย์) แนบบนผนังอุโมงค์เพื่อฟังความเคลื่อนไหวของข้าศึก แล้วจึงลงมือขุดอุโมงค์ให้ลึกขึ้นๆ โดยมีเป้าหมายคือ เล็ดลอดเข้าไปใต้ฐานที่มั่นของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ทหารหลายนายที่เข้ารบในสมรภูมิซอมม์ (Somme) ในฝรั่งเศส เมื่อ ค.ศ. 1916 ที่เริ่มมีการใช้ระเบิดฝังไว้ในอุโมงค์ลึก และทหารที่รบในสมรภูมิเมสเซนส์ (Messines) ในเบลเยียมที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1917 และมีการฝังระเบิด 19 ลูก ไว้ใต้สนามเพลาะของฝ่ายเยอรมันนั้นก็ได้รับการฝึกมาจากลาร์กฮิลล์ นี่เอง





อีกมุมหนึ่งของอุโมงค์ที่ใช้ฝึกทหารในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่มาของภาพ
(บน) และ (ล่าง) 


อุโมงค์แห่งนี้ถูกค้นพบในเขตทหาร ขณะเตรียมปรับพื้นที่สร้างอาคารพักอาศัยของกำลังพลจำนวน 400 หลัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมูลค่า 1.1 พันล้านปอนด์ สำหรับการสร้างที่พักอาศัยของกำลังพล 4,000 นายและครอบครัว มีกำหนดแล้วแล้วใน ค.ศ. 2019 ทั้งนี้ หลังจากการขุดค้นเสร็จแล้ว อุโมงค์ดังกล่าวจะถูกปิดตายด้วยซีเมนต์ทำจากหินปูนที่ได้ระหว่างการขุดค้น ก่อนดำเนินการก่อสร้างต่อไป

แม้จะมีอุโมงค์ลักษณะคล้ายกันนี้อยู่ทั่วไปในอังกฤษ แต่ที่แหล่งขุดค้น
ลาร์กฮิลล์ นักโบราณคดียังต้องข้อสังเกตว่า แม้จะยังไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่เป็นไปได้ว่า อาจเกิดเหตุการณ์จลาจลหรือเหตุคับขันขึ้น จนทำให้ต้องขับรถยนต์สปอร์ตและจักรยานยนต์ยุคหลังสงครามเข้าไปซ่อนไว้ในอุโมงค์ แล้วหินปูนก็พังลงมาทับรถคันดังกล่าวไว้ ซึ่งปัจจุบันถูกกั้นเขตและเก็บรักษารถคันดังกล่าวไว้ร่วมกับกระป๋องเนื้อบดและเครื่องปั้นดินเผาสมัยโรมัน เพื่อศึกษาค้นคว้าให้ละเอียดขึ้น

เรียบเรียงจาก https://www.theguardian.com/science/2017/apr/24/first-world-war-training-tunnels-and-trenches-discovered-in-wiltshire#img-1 http://www.smithsonianmag.com/smart-news/network-wwi-training-tunnels-and-trenches-found-england-180963055/ http://www.heritagedaily.com/2017/04/world-war-one-battlefield-tunnels-discovered-under-salisbury-plain/114624 http://adb.anu.edu.au/biography/weathers-lawrence-carthage-9021