World Clvilization

กาลิกูลา ผู้ “เล่น” จนได้เรื่อง

ผู้สนใจประวัติศาสตร์โรมันต้องรู้จักจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า “กาลิกูลา” ที่รู้จักกันว่าเป็นผู้ปกครองที่เลวร้ายที่สุดผู้หนึ่งของจักรวรรดิโรมันและของประวัติศาสตร์โลก มีการอ้างตนเองเป็นเทพแล้วหลับนอนกับน้องสาวตนเอง อีกทั้งยังชื่นชอบการเห็นมิตรและศัตรูหลั่งเลือดจนสิ้นใจ

ซึ่งนั่นยังไม่ใช่ความโหดเหี้ยมที่สุดที่ทำให้พระองค์เป็นเหมือน “อสุรคลั่ง”
 
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ การที่พระองค์ทรงล้อเลียนทหารองค์รักษ์หรือทหารเพรตอเรียน (Paetorian Guard) อยู่ไม่จบไม่สิ้น จนเป็นเหตุที่นำไปสู่การสิ้นสุดรัชสมัย
 
ตอนนี้…มารู้จักจักรพรรดิพระองค์นี้กันก่อน

จักรพรรดิกาลิกูลา หรือชื่อเต็มๆ ของพระองค์คือ กาอิอุส ยูลิอุส ไกซาร์ เอากุสตุส แกร์มานิกุส (GAIVS IVLIVS CAESAR AVGVSTVS GERMANICVS, ประสูติ 31 สิงหาคม ค.ศ.12 – สวรรคต 24 มกราคม ค.ศ.41) ครองราชย์เป็นจักรพรรดิโรมันระหว่าง ค.ศ.37–41


จักรพรรดิกาลิกูลา ที่มาของภาพ
 
พระนาม กาลิกูลา แปลว่า “ร้องเท้าน้อย” ซึ่งแผลงมาจากคำว่า กาลิกา (CALIGA) ซึ่งเป็นรองเท้าแตะสานของทหารโรมัน ที่บรรดาทหารในสังกัดของบิดาพระองค์ใช้เรียกขณะพระองค์ยังทรงพระเยาว์และติดตามบิดาไปรบ


รองเท้าสานแบบโรมัน หรือ รองเท้ากาลิกา อันเป็นที่มาของพระนาม “กาลิกูลา” (รองเท้าน้อย)
ที่มาของภาพ
 
ต่อมาเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ในกรุงโรมต่อจากจักรพรรดิทิเบริอุส หรือ ไทเบอริอุส (Tiberius) ผู้ทรงเป็นพระบิดาบุญธรรมในช่วงแรก ก็ทรงปกครองโรมันด้วยดีตลอดมา แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไป ๆ พระองค์ทรงมีจิตใจโหดเหี้ยมและมีจิตที่วิปริต-วิปลาสมากขึ้นๆ
 
เล่ากันว่า จักรพรรดิกาลิกูลาโปรดในการจับเชลยหรือประชาชนโยนให้ไปต่อสู้กับสิงโตในโคลอสเซอุม (โคลอสเซียม) โปรดการฆ่าคนไม่เลือกหน้า นอกจากนี้พระองค์ยังมีพระราชดำริจะอภิเษกสมรสและแต่งตั้งพระขนิษฐาแท้ ๆ ของพระองค์เป็นจักรพรรดินี โปรดการร่วมเพศหมู่ และที่คนส่วนใหญ่จำได้คือ พระองค์ทรงแต่งตั้งม้าทรงตัวโปรดให้เป็นกงสุล รวมทั้งทรงเชื่อว่าพระองค์เองนี่แหล่ะคือพระเจ้า จึงรับสั่งให้ทำลายรูปปั้นเทพเจ้าและสร้างรูปปั้นของพระองค์ให้ประชาชนบูชาพระองค์ในฐานะเทพแทน 
 
จักรพรรดิพระองค์นี้ทรงปกครองโรมันด้วยความโหดเหี้ยมและวิปริตมาเป็นเวลา 4 ปี ประชาชนชาวโรมันทนต่อการปกครองของจักรพรรดิกาลิกุลาไม่ไหว รวมไปถึงเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้…เรื่องมีอยู่ว่า…
 
ในบรรดาทหารรักษาพระองค์ มีทหารกล้าผู้หนึ่งนามว่า คาสสิอุส เชเรีย (Cassius Chaerea) ผู้มีทั้งความเข้มแข็งและกล้าหาญ แต่เขาก็มีปมด้อยอยู่ที่การมีเสียงแหลมสูงคล้ายผู้หญิงเนื่องจากเขาถูกตัดอวัยวะเพศไประหว่างการรบ 
 
จักรพรรดิกาลิกูลาเฝ้าคอยโอกาสจะล้อเลียนองค์รักษ์ของพระองค์ตลอดเวลา บ่อยครั้งที่พระองค์เรียกเชเรียว่า “เวนุส” (Venus) ซึ่งจริง ๆ ก็คือชื่อเทพีแห่งความรักของโรมันที่เราเรียกกันว่า วีนัส นั่นเอง แต่คำนี้ก็เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกผู้ชายที่ถูก “ตอน” อีกด้วย 
 
นอกจากนี้พระองค์ยังเรียกเชเรียอีกชื่อหนึ่งว่า “พริอาพุส” (Priapus) ซึ่งเป็นชื่อของเทพโรมันชั้นรอง ๆ ที่มักปรากฏในรูปของชายที่มีอวัยวะเพศชูชันอยู่ตลอดเวลา แต่คนถูกเรียกกลับรู้สึกอับอายขายหน้าเพราะไปพ้องกับสิ่งที่เขา “ไม่มี” จนทำให้เป็นปมด้อยและความเก็บกดที่รอวันระเบิดออกมา


หนึ่งในประติมากรรมรูปเทพพริอาพุส ผู้เป็นสิ่ง “แสลงใจ” ของคาสสิอุส เชเรีย ที่มาของภาพ
 
เรื่องนี้ ซูเอโทนิอุส (Suetonius) นักเรียบเรียงพงศาวดารโบราณก็กล่าวถึงว่า เมื่อเชเรียจะต้องจูบพระธำมรงค์ (เพื่อแสดงความจงรักภักดี) องค์จักรพรรดิ์ก็จะ “…ทรงยื่นพระหัตถ์…ด้วยอาการขยะแขยง”
 
เชเรียเหนื่อยหน่ายกับการ “เล่นไม่เลิก” ของจักรพรรดิกาลิกูลาซึ่งนับวันแต่จะหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ความอับอายขายหน้าที่เขาต้องกล้ำกลืนอยู่กับมันทุกวัน ๆ มากจนทำให้เขาลงมือรวบรวมคนที่ไม่ชอบพฤติกรรมของพระองค์มาปรึกษาหารือวางแผนลอบปลงพระชนม์ในที่สุด
 
นี่ก็เป็นการสมคบคิดกันอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โรมัน
 
กระทั่ง วันที่ 24 มกราคม ค.ศ.41 (ถ้าตามปฏิทินปัจจุบัน คือ วันที่ 22 เดือนเดียวกัน) แผนการก็เป็นผลสำเร็จ โดยผู้เปิดแผลแรกด้วยมีดคมกริบก็คือ “พริอาพุส” นั่นเอง
 
ว่ากันว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำอยู่เบื้องหลัง เพราะหลังการสวรรคตของจักรพรรดิกาลิกูลา เชเรียแสดงท่าทีชัดเจนมากที่จะให้นำระบบสาธารณัฐของโรมันที่มีวุฒิสมาชิก (senate) เป็นกลไกสำคัญกลับมา ขณะเดียวกัน ทหารส่วนใหญ่ยังเห็นชอบกับระบบการปกครองระบบพระจักรพรรดิ ที่ร้ายไปกว่านั้นมีหลักฐานชี้ไปที่จักรพรรดินีเชโซเนีย (Chaesonia) ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ 
 
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า พูดดีเป็นศรีแก่ปาก ก็คงพอได้ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ต่อมาจักรพรรดิเคลาดิอุส (Claudius) ซึ่งเป็นพระบรมราชปิตุลา (ลุง) ของจักรพรรดิกาลิกูลาก็เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชนัดดา โดยได้รับการสนับสนุนจากเหล่าทหารองครักษ์เป็นอย่างดี พระองค์สั่งให้ประหารเชเรียและบรรดาผู้สมรู้ร่วมคิดกันในเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์จักรพรรดิกาลิกูลาไปเป็นจำนวนมาก
 
เชเรียคงพูดอะไรไม่ออก (เพราะหัวกับตัวแยกไปคนละทางเสียแล้ว)
 
นอกจากนี้ เรื่องราวของจักรพรรดิกาลิกูลายังได้รับการนำเสนอในหลายรูปแบบ เช่น ภาพยนตร์ (ค.ศ.1979) และเกมกระดาน (board game) เป็นต้น


จักรพรรดิกาลิกูลาในภาพยนตร์ เรื่อง Caligula ที่ออกฉายเมื่อ ค.ศ.1979 ที่มาของภาพ
 
-------------------
เรียบเรียงจาก 
Farquhar, M. 2015. Bad Days in History. Washington, D.C. : National Geographic, p. 46.
https://en.wikipedia.org/wiki/Caligula
https://th.wikipedia.org/wiki/จักรพรรดิกาลิกุลา