Crazy World

ภัยเงียบในบ้านคนอังกฤษสมัยวิกตอเรีย

สมัยวิกตอเรียของสหราชอาณาจักรเป็นจุดสูงสุดของการปฏิวัติอุตสาหกรรม และเป็นยุคสูงสุดของจักรวรรดิอังกฤษซึ่งตรงกับสมัยการปกครองของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ระหว่าง ค.ศ.1837-1901 แต่ท่ามกลางความก้าวหน้าและยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิอังกฤษที่รับรู้กันนั้น ตามบ้านเรือนของผู้คนที่ดูเหมือนจะใช้ชีวิตตามปกติ พร้อมดื่มด่ำกับความ “ทันสมัย” ที่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีต่างๆ ปรากฏว่ายังมีหลายสิ่งที่อยู่รอบกายเป็น “ภัยเงียบ” ที่รอวันส่งผลต่อสุขภาพ ร่างกาย หรือชีวิตของผู้คนอยู่อย่างน้อย 5 อย่าง


อาคารสมัยวิกตอเรียที่ยังใช้การอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จนถึงปัจจุบัน ที่มาของภาพ
 
วอลเปเปอร์

สมัยวิกตอเรียเริ่มมีการใช้ตะเกียงน้ำมันและตะเกียงก๊าซ ประกอบกับการเพิ่มเพดานภาษีจากจำนวนหน้าตาของบ้านเรือน ที่เรียกว่าภาษีหน้าต่าง (windown tax) ทำให้ผู้คนที่เป็นชนชั้นกลางในอังกฤษเวลานั้นหันมาใช้วอลเปเปอร์หรือกระดาษสีสดปิดผนังบ้าน ซึ่งสีที่นิยมมากที่สุดคือ สีเขียวชีเล (Scheele’s Green) ซึ่งบางทีก็เรียกว่า เขียวมรกต (Emeral Green) หรือเขียวปารีส (Paris Green) ที่ให้สีเขียวสดใสสว่างตาและติดทนนาน ซึ่งทำมาจากสารประกอบทองแดงและสารหนู ซึ่งผู้บริโภคจำนวนมากไม่ทราบว่านี่คือสารพิษ มีการคำนวณกันว่าบ้านเรือนอังกฤษสมัยวิกตอเรียใช้วอลเปเปอร์ที่อุดมด้วยสารหนูเหล่านี้ที่หากนำมารวมกันจะคลุมพื้นที่ได้เกือบ 260 ตารางกิโลเมตร


วอลเปเปอร์สมัยวิกตอเรีย ที่ใช้สารประกอบทองแดงและสารหนูผสมเพื่อให้เป็นสีเขียว ที่มาของภาพ

ของเล่นเด็ก

ของเล่นเด็กสีสันสดใสสมัยวิกตอเรียมักทาด้วยสีที่มีสารตะกั่วผสมอยู่ ขณะที่เด็ก ๆ ก็มักจะนำของเล่นเหล่านั้นใส่ปาก แล้วก็เหมือนจงใจแกล้งกันเพราะสีที่ผสมตะกั่วนั้นมีรสออกหวานเสียด้วย ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายเพียงน้อยนิดก็จะเข้าโจมตีระบบประสาท ทำให้สมองทำงานผิดปกติและทำลายการเติบโตของเด็กอีกด้วย


ของเล่นเด็กสมัยวิกตอเรียที่มักทาด้วยสีที่มีส่วนผสมของตะกั่ว ที่มาของภาพ
 
ชุดชั้นในเอวคอด

คอร์เซ็ต (corset) หรือชุดชั้นในแบบรัดเรือนร่างให้เอวกิ่วเอวคอดซึ่งนิยมกันมากในสมัยวิกตอเรีย (ว่ากันว่าบางคนรัดจนรอบเอวเหลือ 16 นิ้ว เรียกว่าแข่งขันคอดกันเลยทีเดียว) อาจส่งแรงกดมหาศาลต่ออวัยวะภายใน ทำให้ตับผิดรูปผิดร่าง กดและเบียดปอดจนหายใจลำบากและแม้แต่ทำให้มดลูกเคลื่อน ส่วนผลอื่นๆ นอกจากการขยับเนื้อขยับตัวลำบากแล้ว  ยังมีโอกาสทำให้ผู้หญิงที่สวมชุดรัดเรือนร่างแบบนั้นต้องทรมานจากการเป็นปอดอักเสบหรือปอดบวมจากการติดเชื้อ รวมไปถึงมดลูกย้อยก็ได้ ที่ร้ายกว่านั้น ผู้หญิงจำนวนมากซึ่งสวมชุดรัดขณะตั้งครรภ์ซึ่งส่งผลให้เกิดการแท้งตามมาก็เป็นได้


แฟชั่นการสวมคอร์เซ็ตที่รัดให้เอวคอดเป็นที่นิยมมากในสมัยวิกตอเรีย ที่มาของภาพ


กว่าจะ “สวย” ได้บางครั้งต้องออกแรงมากกว่าปกติ อีกภาพหนึ่งสำหรับเบื้องหลังการสวมใส่คอร์เซ็ตของผู้หญิงสมัยวิกตอเรีย ที่มาของภาพ
 
แสงและความร้อน

ปลายสมัยวิกตอเรียเห็นได้ว่ามีการนำระบบการให้แสงสว่างด้วยก๊าซและระบบความร้อนส่วนกลางมาใช้ในบ้านเรือน ทว่าเมื่อแรกนั้นค่อนข้างอันตรายอยู่ไม่น้อย เพราะระบบดังกล่าวมีวาล์วเปิด-ปิดที่ไม่ได้มาตรฐานนัก ทำให้ยุคนั้นมีเรื่องราวเตาอบระเบิดและคนตายขณะนอนหลับมาเตือนกันทางสื่ออยู่เป็นประจำ ยิ่งเมื่อมีการนำระบบไฟฟ้าแสงสว่างมาใช้ด้วยแล้ว อันตรายก็ทวีขึ้นหลายเท่าตัว


ตะเกียงก๊าซ อุปกรณ์ให้แสงสว่างที่นิยมกันมากในสมัยวิกตอเรีย ในภาพมีวาล์วคุมปริมาณก๊าซอยู่ซ้ายมือ
ที่มาของภาพ
 
หัวนม…เด็ก

บางทีภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดในสมัยวิกตอเรีย ได้แก่ หัวนมยางที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้กับขวดนมสำหรับเลี้ยงเด็ก ขวดนมที่ทำจากแก้ว หลอดยางและหัวนมยางล้วนแล้วแต่เป็นที่สะสมบ่มเพาะเชื้อแบคทีเรียได้ดีมากๆ แถมในเวลานั้น ยังมีตำราแม่บ้านที่เขียนโดยคุณนายบีตัน (Mrs Beeton) ว่าคุณแม่มือใหม่ไม่จำเป็นต้องล้างหัวนมยางทุกวันหรอก สัก 2-3 สัปดาห์ค่อยล้างทีหนึ่งก็ได้ นั่นเท่ากับเป็นช่องทางให้เชื้อสะสมและพร้อมเข้าสู่ร่างกายทารกจนนำไปสู่อาการเจ็บป่วยอย่างน่าสมเพช


ขวดแก้วสำหรับใส่นมพร้อมอุปกรณ์ที่ประกอบด้วย หลอดและจุกนมยาง ที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
ที่มาของภาพ
 
ที่ยกมาเป็นเพียงหัวขบวนของภัยเงียบที่มาพร้อมกับความทันสมัยของช่วงเวลาที่การปฏิวัติอุตสาหกรรมและการประดิษฐ์คิดค้นเฟื่องฟูมาก ยังมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็นที่นอกจากจะเก็บรักษาอาหารให้อยู่ได้นานขึ้นแล้ว ยังปล่อยก๊าซพิษอย่างแอมโมเนียและก๊าซไข่เน่าออกมาด้วย หรือแม้แต่นมวัวที่มักเติมสารประกอบบอแร็กซ์ (น้ำประสานทอง) ลงไปเพราะเชื่อว่าจะช่วยฆ่าเชื้อโรคในน้ำนมดิบได้ และบ่อยครั้งอีกเช่นนั้นที่น้ำนมเหล่านั้นไม่ได้รับการต้มอย่างเหมาะสมจนทำให้ผู้ที่ดื่ม (ซึ่งมักจะเป็นเด็กๆ) ติดเชื้อวัณโรคที่ถ่ายทอดจากวัวมาสู่คนผ่านทางน้ำนมด้วย เป็นต้น 
 
--------------------
เรียบเรียงจาก
http://www.historyextra.com/blog/victorians/hidden-killers-victorian-home?utm_source=facebook&utm_medium=facebook
http://www.allday.com/10-reasons-why-homes-in-the-19th-century-were-death-traps-2180809189.html