Crazy World

ผู้ชายขายกล้วยคนแรกของเมืองผู้ดี

ในวงการวิทยาศาสตร์ โทมัส จอห์นสัน เป็น “บิดาของพฤกษศาสตร์ภาคสนามของอังกฤษ” ขนานแท้ แต่สำหรับชาวบ้านร้านตลาด เขาได้รับการยกย่องให้เป็น “ผู้ชายขายกล้วย” คนแรกในอังกฤษ 
 
โทมัส จอห์นสัน (Thomas Johnson) เกิดที่เมืองเซลบี (Selby) มณฑลยอร์กเชอร์ (Yorkshire) ระหว่าง ค.ศ.1595-1600 เขาสร้างชื่อเสียงในวงการวิทยาศาสตร์จากหนังสือ “พันธุ์พืช หรือธรรมชาติวิทยาของพืช” (‘Herball or Natural History of Plants’) ที่มีความหนา 2,000 หน้า และภาพประกอบเป็นรูปพืชต่างๆ อีก 2,900 ภาพ พร้อมข้อมูลว่าพืชเหล่านั้นมีถิ่นกำเนิดที่ใดและมีสรรพคุณทางยาอย่างไรบ้าง หนังสือของจอห์นสันยังคงได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นตำราเล่มสำหรับในสาขาวิชานี้ต่อมาอีกกว่า 200 ปี นอกจากนี้เขายังมีสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพืชพันธุ์ต่างๆ ไว้ไม่น้อย


ปกหนังสือ “พันธุ์พืช” ของโทมัส จอห์สัน ที่มาของภาพ
 
มีหลักฐานแสดงให้ทราบว่า จอห์นสันเริ่มธุรกิจร้านรับปรุงยาที่ใจกลางกรุงลอนดอนเมื่อ ค.ศ.1626 และในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ.1633 เขาก็นำผลไม้หน้าตาแปลกประหลาดจากต่างแดนมาขาย เรียกว่า บานานา (banana) เชื่อกันว่าผลไม้แดนไกลนี้ส่งมาจากเบอร์มิวดา
 
ว่ากันว่า “บานานา” ที่เขานำมาขายนั้น ไม่ใช่กล้วยที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
 
แต่เป็นพืชตระกูลเดียวกันที่คนไทยเรียกว่า กล้าย หรือ กล้วยกล้าย ซึ่งฝรั่งเรียกว่า plantain ซึ่งจัดเป็นพืชโตชั่วฤดูในสกุลกล้วย ผลนิยมใช้ในการทำอาหาร ต่างจากกล้วยตรงความนุ่มและความหวาน มีความแตกต่างทางพฤกษศาสตร์อย่างเป็นทางการระหว่างกล้วยและกล้าย แม้ว่าจะได้รับการจัดอยู่ในพันธุ์ปลูกในชนิดเดียวกัน 
 
เมื่อดูจากลักษณะทั่วไปจะคล้ายกับพืชในสกุลกล้วย แต่ผลกล้ายจะแข็งและมีน้ำตาลน้อยกว่า กล้วยมักจะกินผล ขณะที่กล้ายมักจะใช้ในการประกอบอาหาร (บ้านเราเอามาทำเป็นกล้วยปิ้ง กล้วยทับ หรือบางทีก็ทำเป็นกล้วยฉาบบ้างก็มี) โดยใช้ขณะที่ผลยังมีสีเขียวหรือยังห่าม (รสคล้ายแป้ง) หรือสุกงอม (รสหวาน) กล้ายให้พลังงานประมาณ 220 แคลอรี มีโพแทสเซียมและใยอาหารสูง
 
บันทึกของเดวิด เลวิสแห่งสมาคมปรัชญายอร์กเชอร์ กล่าวว่า จอห์นสันมิได้เป็นแค่นักธุรกิจ เขายังมีความสุนทรีย์ถึงกับแต่งบทประพันธ์ร้อยกรองพรรณนาลักษณะของเจ้าผลไม้ “บานานา” นี่ไว้ในหนังสือ “พันธุ์พืช” ของเขาด้วย ดังนี้ (ถอดเป็นร้อยแก้ว) “ถ้าผลยังไม่สุก จะมีสีเขียว แต่ละลูกขนาดเท่าถั่วเม็ดใหญ่ บ้างก็ยาวถึงห้านิ้ว กว้างนิ้วครึ่ง ก้านสั้นเหมือนนิ้วเล็กๆ”


กล้วยกล้าย หรือ กล้าย เมื่อยังดิบ ที่มาของภาพ
 
“ผลไม้นี้ห้อยหัวลง แต่ถ้าจับหงายขึ้นก็จะมีรูปร่างเหมือนเรือ เปลือกปอกออกง่าย เนื้อในเป็นสีขาวและอ่อนนุ่ม ลองกินแล้วได้กลิ่นเหมือนเมลอน”


เนื้อหาในหนังสือของจอห์นสันที่บรรยายถึงกล้วย ที่มาของภาพ
 
ในช่วงท้ายของชีวิต เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองอังกฤษขึ้น จอห์นสันเข้ากับฝ่ายที่ภักดีต่อราชวงศ์ พร้อมกับเรียนหนังสือไปด้วยจนได้รับปริญญาตรีทางฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด เมื่อ ค.ศ.1642 และปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ.1643 ทว่า ในปีต่อมาระหว่างการปะทะกับฝ่ายตรงข้าม จอห์นสันถูกยิงที่ไหล่บาดเจ็บเมื่อวันที่ 14 กันยายน ค.ศ.1644  อาการเขาไม่สู้ดีนัก แผลอักเสบติดเชื้อ จนเสียชีวิตในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา
 
ตำราของเขายังได้รับการศึกษาและขยายความอยู่ต่อมาดังกล่าวไปข้างต้น และสำหรับชาวเมืองเซลบี เขาถือเป็นบุคคลในตำนานผู้โดดเด่นคนหนึ่งเลยทีเดียว มีการตั้งชื่อถนนเป็นอนุสรณ์แก่เขา คือ Johnson Street และในวงการพฤกษศาสตร์ ก็มีการนำชื่อของเขาไปตั้งเป็นสกุล (genus) ชื่อไม้มีดอกที่พบใหม่ในทวีปออสเตรเลีย ถึง 2 สกุล คือ Johnsonia lupulina และ Johnsonia pubescens 
 
ในสมัยจอห์นสัน ไม่ว่ากล้วยหรือกล้ายก็คงไม่ใช่ของวิเศษอะไรนัก เขาจะรู้หรือไม่ว่าอีกหลายปีต่อมา เด็กนับล้านคนทั่วโลกอิ่มหนำกับผลไม้ชนิดนี้ที่นำมาผ่าตามยาวแล้วเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลา ชอกโกแล็ตและสตรอว์เบอรี ที่วางไว้ตรงกลางกล้วยผ่าซีก หรือไอศกรีม banana split สุดคลาสสิก นั่นเอง
 
----------------- 
เรียบเรียงจาก
http://www.onthisday.com/articles/yes-we-have-some-bananas
https://th.wikipedia.org/wiki/กล้าย
https://www.ypsyork.org/resources/yorkshire-scientists-and-innovators/thomas-johnson/
https://en.wikipedia.org/wiki/Thomas_Johnson_(botanist)