World's Famous People

ใครเป็นใครในกลุ่มชินเซ็นงุมิ กลุ่มผู้นำและหัวหน้าหน่วยทั้ง 10

กลุ่มชินเซ็งงุมิที่หลายคนรู้จักชื่อกันมานาจากสื่อต่างๆ นั้น ในช่วงรุ่งโรจน์ที่สุดมีสมาชิกเกือบ 400 คน พวกเขาถือได้ว่าเป็นกลุ่มตำรวจซามูไรพวกสุดท้ายที่ต่อสู้เพื่อปกป้องโชกุน รัฐบาลบากุฝุ และรักษาความสงบให้ประชาชนในเมืองหลวง จึงนับเป็นศัตรูสำคัญของฝ่ายปฏิรูป แต่หลังจากเข้ายุคเมจิมาแล้ว เกียรติภูมิของพวกเขาก็ได้ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง แม้ว่าอุดมการณ์จะตรงข้ามกับรัฐบาลใหม่ก็ตาม วันนี้เรามาดูกันว่า ในยุครุ่งเรืองที่สุดของกลุ่มชินเซ็งงุมิ มีโครงสร้างอำนาจและสมาชิกหลักคือใครบ้าง เราจะพบว่าพวกเขาเหล่านี้มักโดนนำมาใช้เป็นต้นแบบในภาพยนตร์ นิยาย การ์ตูนมังงะ และอนิเมะหลายเรื่อง


ผู้บัญชาการ (เคียวคุโช) – คอนโด อิซามิ ที่มาของภาพ

ผู้บัญชาการกลุ่มชินเซ็งงุมิ ถือเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของกลุ่ม พื้นเพเดิมมาจากครอบครัวชาวนา บุคลิกสัตย์ซื่อ ตรงไปตรงมา เมื่อวัยหนุ่มได้รวบรวมพรรคพวกปราบพวกโจรจนมีชื่อเสียง ได้เป็นบุตรบุญธรรมของตระกูลคอนโด แล้วเข้าฝึกดาบในสำนักชิเอคังหรื เท็นเน็น-ริชินริว กลายเป็นมือหนึ่งและผู้สืบทอดสำนักต่อมา คอนโดยึดมั่นในวิถีนักรบ ชอบอ่านหนังสือ 47 โรนิน และ พงศาวดารสามก๊ก
 
ต่อมามีประกาศรับสมัครนักดาบที่มีความสามารถที่เอโดะ เขาก็พาพรรคพวกในสำนักไปสมัคร หวังรับใช้บ้านเมืองและได้รับความไว้วางใจจากหลายฝ่าย เจ้าแคว้นไอสึคือ มัตสึไดระ คาตาโมริ จึงตั้งให้เขาเป็นหนึ่งในหัวหน้าของโรชิงุมิ ต่อมาแยกตัวเป็นกลุ่มมิบุโรชิ แล้วก็เกิดความขัดแย้งกับเซริซาวะ คาโม ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มอีกคน สุดท้ายแล้ว คอนโดและพรรคพวกจากชิเอคังก็ชิงอำนาจในกลุ่มมา แล้วก่อตั้งกลุ่มชินเซ็งงุมิในที่สุด
 
คอนโดเป็นผู้นำในการชูธงกลุ่มชินเซ็งงุมิ ปราบผู้ก่อความไม่สงบในเมืองหลวงเอโดะด้วยวิธีรุนแรงเด็ดขาด โดยเฉพาะพวกซามูไรฝ่ายปฏิรูปที่นำโดยแคว้นโจชูและซัตสึมะ แต่หลังจากโชกุนโยชิโนบุยอมคืนอำนาจให้องค์จักรพรรดิ ทำให้กระแสสังคมเปลี่ยนแปลงไป ฝ่ายปฏิรูปได้ชูธงในฐานะกองทัพขององค์จักรพรรดิ จึงมีกำลังเหนือกว่ามากและกลายเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมไป คอนโดจึงนำสมาชิกของชินเซ็งงุมิบางส่วนเข้าร่วมกับทัพโชกุนที่ยังเหลืออยู่แล้วต่อสู้ในสงครามโบชิน แต่สุดท้ายคอนโดก็โดนจับกุมตัว แล้วโดนประหารชีวิต


รองผู้บัญชาการ – ฮิจิคาตะ โทชิโซ ที่มาของภาพ

รองหัวหน้าของชินเซ็งงุมิ มีบุคลิกจริงจัง เด็ดขาด มีภาพลักษณ์ว่าเป็นคนโหดเหี้ยมต่อศัตรู พื้นเพเดิมมาจากครอบครัวพ่อค้ายา ต่อมาได้เข้าสำนักชิเอคังของคอนโด แล้วก็สนิทสนมกับคอนโดและโอคิตะมาก ทั้งสามคนเดินทางมาที่เอโดะเพื่อทำงานให้รัฐบาลแล้วร่วมกันตั้งกลุ่มมิบุโรชิ ต่อมาเชื่อกันว่าฮิจิคาตะ (และรวมถึงยามานามิ เคสุเกะ) คือผู้วางแผนสังหารเซริซาวะ เพื่อผลักดันคอนโดขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่มแทน
 
ฮิจิคาตะได้เป็นรองหัวหน้าของชินเซ็งงุมิ อำนาจเป็นรองแค่คอนโด ช่วยเหลือสนับสนุนคอนโดทุกทาง และเป็นผู้บัญญัติกฎเหล็กทั้งหมดของกลุ่มด้วย จึงอาจถือว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนกลุ่มตัวจริงหลังจากเหตุการณ์กวาดล้างฝ่ายกบฏที่ร้านอิเคดะ ชื่อเสียงของกลุ่มชินเซ็งงุมิก็พุ่งถึงจุดสูงสุด มีสมาชิกเพิ่มมากกว่า 300 คน ฮิจิคาตะจึงได้บัญญัติกฎและหลักการหลายอย่างที่ทำให้กลุ่มมีความเป็นระเบียบวินัยเคร่งครัด สร้างความยำเกรงให้ฝ่ายตรงข้ามมาก
 
แต่หลังจากสงครามโบชิน เมื่อคอนโดโดนประหารชีวิต ฮิจิคาตะและสมาชิกบางส่วนก็เดินทางขึ้นเหนือไปเข้าร่วมกับเอโนโมโตะที่นำทัพรัฐบาลบากุฝุไปตั้งมั่นที่ฮอกไกโด ฮิจิคาตะได้เข้าร่วมก่อตั้งสาธารณรัฐเอโสะ มีเอโนโมโตะเป็นประธานาธิบดี ส่วนฮิจิคาตะได้ตำแหน่งเป็นรองรัฐมนตรีกลาโหม เขาสร้างวีรกรรมต่อสู้นำทัพเข้าชาร์จในสนามรบปะทะกับทัพรัฐบาลใหม่จนตัวตาย


เลขาธิการทั่วไป – ยามานามิ เคสุเกะ ที่มาของภาพ
 
นักดาบฝีมือเยี่ยมที่มาจากสำนักชิบะ หรือ โฮคุชินอิตโตริว (สำนักเดียวกับ ซากาโมโตะ เรียวมะ) มีบุคลิกนิสัยเยือกเย็น รอบรู้ และเป็นบัณฑิตด้วย เขาได้ยินชื่อเสียงของคอนโด จึงเดินทางมาขอแลกเปลี่ยนฝีมือแล้วก็แพ้ให้คอนโดในการประลอง จึงขอเข้าร่วมสำนักชิเอคังด้วย จากนั้นจึงมีศิษย์สายโฮคุชินมาเข้าร่วมกับคอนโดอีกหลายคนเพราะยามานามิ เช่น โทโด เฮสุเกะ และ อิโต คาชิทาโระ
 
เมื่อคอนโดเข้าเมืองหลวงแล้วตั้งกลุ่มมิบุ เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมวางแผนปราบเซริซาวะ หลังจากเหตุการณ์นี้เขาก็แทบจะไม่ใช้ดาบเพื่อการต่อสู้อีก เขาได้รับตำแหน่งเลขาธิการ คอยจัดการเรื่องราวต่างๆทั่วไปในกลุ่ม ยามานามิมักมีความเห็นขัดแย้งกับแนวทางของฮิจิคาตะ เพราะเห็นว่าวิธีการของกลุ่มนั้นโหดเหี้ยมรุนแรงเกินไป ภายหลังเขาโดนตัดสินลงโทษให้ทำเซ็ปปุกุ สาเหตุไม่แน่ชัด บ้างว่าเพราะเขาคิดจะออกจากกลุ่ม โดยหลบหนีไปกับผู้หญิง แต่ก็อาจมีสาเหตุอื่นๆอีก
 
ที่ปรึกษาทางทหาร – อิโต้ คาชิทาโระ
 
หนึ่งในผู้มีความรอบรู้ด้านกลยุทธ์ทางทหารและการเมือง เดิมมาจากตระกูลซามูไรที่มีฐานะ แต่โดนขับออกจากตำแหน่ง จึงย้ายไปร่ำเรียนและศึกษาหาความรู้ที่มิโตะ จึงรับแนวคิดซนโน-โจอิ (เชิดชูองค์จักรพรรดิ ขับไล่คนเถื่อน) เข้าฝึกที่สำนักโฮคุชิน แล้วเข้ากลุ่มชินเซ็งงุมิเหมือนพวกยามานามิ คอนโดชื่นชมความรู้ของเขามาก จึงตั้งให้เป็นที่ปรึกษาทางทหาร แต่อิโต้และพรรคพวกมีอุดมการณ์เป็นตรงกันข้าม เพราะเขาต้องการโค่นล้มโชกุน ต่อมาเมื่อองค์จักรพรรดิสิ้นลง อิโต้ก็นำสมาชิกสายโฮคุชินส่วนใหญ่แยกตัวออกไปตั้งกลุ่มใหม่แล้ววางแผนติดต่อกับฝ่ายซัตสึมะอย่างลับๆ แต่คอนโดและฮิจิคาตะล่วงรู้แผนการของเขา สุดท้ายก็โดนลอบสังหาร
 
นอกจากระดับผู้บัญชาการแล้ว ก็มีหัวหน้าหน่วยทั้ง 10 ที่มีสมาชิกย่อยรวมถึงพวกสายสืบอีก ได้แก่


หน่วยที่ 1 - โอคิตะ โซจิ ที่มาของภาพ

นักดาบอัจฉริยะ กล่าวกันว่ามีฝีมือดาบสูงสุดในกลุ่มชินเซ็งงุมิ และอยู่แถวหน้าของยุคบาคุมัตสึ พี่สาวของเขาได้เป็นลูกบุญธรรมของตระกูลคอนโด เข้าโรงฝึกชิเอคังตั้งแต่ 9 ขวบ นับถือคอนโด อิซามิมาก สำเร็จเพลงดาบจนได้รับประกาศนียบัตรจากสำนักตั้งแต่อายุ 18 ปี เป็นคนมีอัธยาศัยดี มักมีผู้คนรายล้อม แต่จะเข้มงวดในการสอนวิชาดาบและใจร้อนในการสอน ต่อมาได้ติดตามคอนโดและฮิจิคาตะมาที่เมืองหลวงแล้วก่อตั้งกลุ่มมิบุมาด้วยกัน เชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ลอบสังหารเซริซาวะ ได้เป็นหัวหน้าหน่วยที่ 1 ของกลุ่มชินเซ็งงุมิ เป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มชิเอคัง และเป็นกองหน้าคนสำคัญที่สุดด้วย
 
จากภาพถ่ายของโอคิตะ แสดงว่าเขาไม่ใช่คนรูปร่างใหญ่โตและไม่ได้หน้าตาดีนัก แต่เชื่อว่าเขามีเสน่ห์ดึงดูดมาก (จากค่านิยมสมัยนั้นอาจมองว่าเขามีลักษณะคล้ายผู้หญิงหรือเปล่า) วิชาดาบประจำตัวของโอคิตะคือการแทงดาบจู่โจมอย่างรวดเร็วสามครั้งติดต่อกันจนไม่อาจมองตามทัน
 
โอคิตะสร้างชื่อโด่งดังในการกวาดล้างที่ร้านอิเคดะ แม้จะมีจำนวนน้อยกว่ามาก เพราะสมาชิกอีกครึ่งที่นำโดยฮิจิคาตะต้องแยกไปอีกทาง เขาเป็นหนึ่งในสองคนร่วมกับคอนโดที่ไม่ได้รับบาดเจ็บในการกวาดล้างครั้งนั้น ต่อมาเขาป่วยเป็นวัณโรคเรื้อรัง (บ้างก็เชื่อว่าเป็นโลหิตจางมากกว่า) อาการป่วยสะสมทำให้เขาไม่สามารถเข้าร่วมสงครามได้ สุดท้ายก็เสียชีวิตเพียงลำพังในบ้านพักที่เอโดะด้วยอายุเพียง 25 ปี


หน่วยที่ 2 – นากาคุระ ชิมปาจิ ที่มาของภาพ

พื้นเพมาจากตระกูลซามูไร เมื่อวัยหนุ่มได้ออกเดินทางเพื่อฝึกฝนวิชาดาบในหลายสำนัก จากนั้นจึงมาเข้าสำนักชิเอคังของคอนโด แล้วมาร่วมตั้งกลุ่มมิบุด้วยกัน เป็นสมาชิกรุ่นแรกที่ได้รับความเชื่อถือมาก มีฝีมือดาบสูง สนิทสนมกับฮาราดะ ซาโนสุเกะ ต่อมาก่อนที่จะเกิดศึกโทบะ-ฟุชิมิ ทั้งสองคนมีความขัดแย้งกับคอนโดและฮิจิคาตะเรื่องการเข้าร่วมสงครามและแนวทางอื่นๆด้วย ทั้งสองจึงพาสมาชิกบางส่วนแยกตัวออกไปตั้งกลุ่มเซเคียวไตเพื่อไปร่วมรบที่อุสึโนมิยะ แต่ก็ช้าเกินไป ภายหลังเขาจึงแยกตัวกลับไปอยู่กับครอบครัว เมื่อเข้ายุคเมจิ เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกไม่กี่คนที่ยังมีชีวิตรอดอย่างสงบ ได้แต่งงานแล้วทำงานให้ครอบครัวภรรยา ต่อมาเขาได้ให้สัมภาษณ์กับนักหนังสือพิมพ์ถึงเรื่องราวของกลุ่มชินเซ็งงุมิ และมีบันทึกความทรงจำที่เพิ่งได้พิมพ์เผยแพร่ใน ค.ศ. 1998 ทำให้เรื่องราวของชินเซ็งงุมิบางส่วนยังได้บอกเล่าต่อมา
   
หน่วยที่ 3 - ไซโต้ ฮาจิเมะ
 
หนึ่งในนักดาบที่มีอายุน้อยที่สุดของกลุ่ม เชื่อว่าเป็นรุ่นเดียวกับโอคิตะและโทโด มีฝีมือดาบสูงอันดับต้นๆของกลุ่ม ใกล้เคียงกับโอคิตะ พื้นเพมาจากตระกูลซามูไรชั้นล่าง แต่อันที่จริงเขาเป็นสายสืบที่ทางไอสึส่งมาเพื่อให้คอยจับตาดูการทำงานของกลุ่มชินเซ็งงุมิด้วย ภายหลังได้เข้าร่วมศึกโทบะ-ฟุชิมิ และที่ไอสึ เมื่อฮิจิคาตะได้รับบาดเจ็บในการทำศึก เขาก็ได้เข้ามาเป็นผู้นำทัพแทน แต่เขามีความเห็นขัดแย้งกับฮิจิคาตะที่ต้องการถอยทัพออกจากไอสึ (ซึ่งต่อมาฮิจิคาตะไปเข้าร่วมกับเอโนโมโตะที่ฮอกไกโด) แต่ไซโต้ต้องการยืนหยัดสู้ต่อ สุดท้ายเมื่อไอสึพ่ายแพ้ ไซโต้ก็ได้อพยพไปที่โทนามิพร้อมกับคนในตระกูลมัตสึไดระที่เป็นเจ้านาย ต่อมาเขาได้ย้ายไปอยู่โตเกียวแล้วทำงานให้กรมตำรวจ ได้แต่งงานจนมีบุตรสองคน ภายหลังได้มีบทบาทช่วยรัฐบาลใหม่ทำศึกปราบกบฏซัตสึมะ เขาจึงเป็นอดีตสมาชิกชินเซ็งงุมิที่มีตำแหน่งสูงในรัฐบาลใหม่ เขายังได้ช่วยเหลือนาคากุระและสมาชิกที่เหลือรอดในการรำลึกถึงเรื่องราวของชินเซ็งงุมิ เพื่อฟื้นฟูเกียรติยศของกลุ่มให้กลับมาอีกครั้งในยุคต่อมา  
 
หน่วยที่ 4 - มัตสึบาระ ทาดาจิ
 
พื้นเพเป็นครูดาบจากโรงฝึกที่โอซาก้า ได้เข้าร่วมกลุ่มชินเซ็งงุมิ แต่ภายหลังขัดแย้งฮิจิคาตะ สุดท้ายโดนบีบให้ทำเซ็ปปุกุ
 
หน่วยที่ 5 - ทาเคดะ คันเรียวไซ
 
ทายาทของตระกูลซามูไรแห่งโคชูซึ่งรับสืบทอดกลยุทธ์ทางทหารมาจากตระกูลทาเคดะที่ยิ่งใหญ่ในอดีต คอนโดชื่นชมเขามา ได้เข้าร่วมกลุ่มเพียงเวลาแค่ปีกว่าเพราะมีปัญหากับสมาชิกบางคน อีกทั้งต่อมากลุ่มชินเซ็งงุมิเปลี่ยนรูปแบบการรบและเครื่องแบบเป็นสไตล์ตะวันตก อีกทั้งเขาโดนฮิจิคาตะจับได้ว่าลอบติดต่อกับพวกซัตสึมะด้วย คอนโดยอมให้เขาจากไปโดยดีแล้วจัดงานเลี้ยงอำลาให้ แต่ก็โดนลอบสังหารระหว่างเดินทางไปซัตสึมะ เชื่อว่าเป็นฝีมือของไซโต้
 
หน่วยที่ 6 - อิโนะอุเอะ เก็นซาบุโร่
 
ผู้ช่วยคนสำคัญที่คอนโดไว้ใจมาก ร่วมกับสำนักชิเอคังมาตั้งแต่แรกเริ่ม แล้วยังสนิทสนมกับโอคิตะมากด้วย แม้จะต่างวัยกันเป็นสิบปีก็ตาม เสียชีวิตในศึกที่โยโด-เซ็นเรียวมัตสึ
 
หน่วยที่ 7 - ทานิ ซันจูโร่
 
ยอดฝีมือที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชานินจิตสุมากกว่าวิชาดาบของซามูไร เป็นหนึ่งในผู้มีผลงานสูงสุดในการกวาดล้างที่ร้านอิเคดะ เสียชีวิตระหว่างไปทำงานที่โอซาก้า
 
หน่วยที่ 8 - โทโด เฮสุเกะ
 
หนึ่งในสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดร่วมกับโอคิตะ เดิมอยู่ในสำนักชิบะ แต่มาเข้าร่วมกลุ่มเพราะติดตามยามานามิ เมื่อตอนที่ยามานามิโดนบีบให้ทำเซ็ปปุกุที่เกียวโต เขาเดินทางไปกับอิโต้ที่เอโดะพอดี เมื่อรู้เรื่องจึงขอลาออกจากกลุ่มแล้วไปเข้ากับอิโต้ที่แยกไปตั้งกลุ่มโกเรียวเอจิ แล้วในที่สุดก็เปิดศึกกัน แต่เพราะโทโดมีความสัมพันธ์ที่ดีมานานกับพวกคอนโดและสมาชิกรุ่นก่อตั้งส่วนใหญ่ คอนโดจึงอยากจะไว้ชีวิตเขาแต่ก็ไม่ทันการ ทำให้เขาโดนสังหารโดยสมาชิกรุ่นใหม่ที่ไม่ได้รู้จักเขามากนัก
 
หน่วยที่ 9 - สุสุกิ มิกิซาบุโร่
 
สมาชิกที่มีชีวิตยืนยาวที่สุดจนถึงยุคเมจิ เขาเป็นน้องชายของอิโต้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่สมาชิกกลุ่มสายโฮคุชินโดนจัดการ เขารอดชีวิตมาได้ แล้วไปเข้าร่วมกับพวกซัตสึมะ ทำศึกกับพวกชินเซ็งที่ไอสึ เมื่อถึงยุคเมจิ เขาจึงได้ทำงานในกรมตำรวจ แล้วใช้ชีวิตต่อมาจนถึง ค.ศ. 1919
 
หน่วยที่ 10 - ฮาราดะ ซาโนะสุเกะ
 
พื้นเพมาจากซามูไรระดับล่าง เมื่อวัยหนุ่มก็ออกเร่ร่อนเพื่อหวังจะสร้างชื่อเสียง จึงเข้าสำนักชิเอคัง แล้วติดตามคอนโดมาตั้งกลุ่มมิบุที่เอโดะ มีนิสัยห้าวหาญ ไม่ค่อยสำรวม นอกจากถนัดวิชาดาบแล้วยังถนัดวิชาหอกด้วย สนิทสนมกับนาคากุระเป็นพิเศษ เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงมือสังหารเซริซาวะ ภายหลังได้ขัดแย้งกับคอนโดและฮิจิคาตะ จึงขอแยกตัวออกจากกลุ่มมาพร้อมกับนาคากุระแล้วเข้ากลุ่มเซเคียวไต แต่สุดท้ายทั้งสองก็แยกตัวออกมา นาคากุระแยกตัวไปหาครอบครัว ส่วนฮาราดะไปเข้ากลุ่มโชงิไตแล้วทำศึกที่อุเอโนะจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้เสียชีวิตหลังจากนั้น
 
สายสืบ – ยามาซากิ สุสุมุ กับ ชิมาดะ ไค และ ชิโนฮาระ ไทโนจิน
 
ที่จริงแล้ว สายสืบของกลุ่มมีกันหลายคน แต่ทั้งสามคนนี้เป็นสายสืบรุ่นแรกที่ดังที่สุด
 
ยามาซากิมีความรอบรู้ทางทหาร วิชาแพทย์ และวรรณกรรม ส่วนชิมาดะเป็นนักซูโม่ร่างใหญ่ ทั้งสองคนเคารพนับถือคอนโดและฮิจิคาตะมาก ได้ต่อสู้ร่วมกันจนถึงศึกที่โทบะ-ฟุชิมิ ซึ่งยามาซากิได้รับบาดเจ็บจนตายในระหว่างการรบ ส่วนชิมาดะโดนจับกุมตัว ต่อมาได้ออกมาเป็นผู้ดูแลวัดที่เคยเป็นศูนย์บัญชาการของกลุ่มชินเซ็งงุมิจนกระทั่งเสียชีวิต
 
ส่วนชิโนฮาระ เดิมเป็นผู้ดูแลความสงบในเขตชาวต่างชาติที่โยโกฮาม่า ได้เข้ากลุ่มมาพร้อมกับอิโต้ แต่ภายหลังได้แยกตัวออกไป แล้วไปเข้าร่วมกับรัฐบาลใหม่ทำศึกกับคอนโด 
 
 
ข้อมูลอ้างอิง
 
หนังสือ
Hillsborough, Romulus (2005). Shinsengumi: the Shogun's last samurai corps.
Wagner, Mike. Shinsengumi: In Fact and Fiction.
 
เว็บไซต์
https://en.wikipedia.org/wiki/Kondo_Isami
https://en.wikipedia.org/wiki/Shinsengumi