World's Famous People

ชีวิตเหนือจินตนาการ – วอลต์ ดิสนีย์

ที่มาของภาพ

ชีวิตของวอลต์ ดิสนีย์เริ่มต้นจากศูนย์


ดิสนีย์เกิดที่รัฐชิคาโกในวันที่ 5 ธันวาคม 1901 เขาเป็นลูกคนที่ 4 จากทั้งหมด 5 คน ขณะอายุ 4 ขวบ ครอบครัวต้องย้ายจากชิคาโกไปทำฟาร์มที่เมืองมาร์เซลีน ในรัฐมิสซูรี ดิสนีย์ยังคงจำภาพเมืองเล็กๆ แห่งนั้นได้ดีราวกับขณะนั้นเขาเป็นผู้ใหญ่ว่ามันงดงามเพียงใด และที่นี่เขาได้รับการสนับสนุนและแรงบันดาลใจในการวาดรูปจากป้า และหมอเกษียณอายุที่อาศัยอยู่ข้างบ้าน แต่ในปี 1910 พ่อของดิสนีย์ก็ตกที่นั่งลำบากทำให้ต้องขายฟาร์มและย้ายไปยังเมืองแคนซัสในปีต่อมา พ่อของเขาซื้อแผงหนังสือพิมพ์และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 6 ปี โดยมีดิสนีย์ช่วยส่งหนังสือพิมพ์ รวมทั้งทำงานทั้งก่อนและหลังเลิกเรียน

ต่อมาในปี 1917 พ่อของเขาก็ขายแผงหนังสือและย้ายกลับไปชิคาโก ตอนนั้นดิสนีย์ลาออกจากโรงเรียนขณะอายุได้ 16 ปีและทำงานในโรงงานผลิตเยลลี่และน้ำผลไม้ ว่ากันว่าเขาไม่ค่อยตั้งใจเรียนนัก แต่ว่าชอบวาดรูปอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ขณะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ดิสนีย์อาสาทำงานกาชาดโดยปลอมแปลงใบสูติบัตรเพื่อให้อายุถึงเกณฑ์ขั้นต่ำคือ 17 ปี และหลังจากสงครามจบลงแล้วเขาก็ยังทำงานต่อจนกระทั่งปลดระวางในปี 1919

ที่มาของภาพ

ดิสนีย์คือต้นฉบับเสียงพากย์มิกกี้เมาส์

หลังจบการทำงานกับกาชาด ดิสนีย์ก็ย้ายกลับไปยังแคนซัส และตั้งใจว่าจะเป็นนักวาดการ์ตูนในหนังสือพิมพ์ แต่เขากลับได้งานเป็นนักออกแบบโฆษณาให้นิตยสารและโรงหนังแทน ซึ่งทำให้เขาเริ่มสนใจแอนิเมชั่น ในปี 1922 ดิสนีย์เปิดสตูดิโอถ่ายหนังชื่อ Laugh-O-Gram แต่ประสบปัญหาการเงินจนต้องปิดตัวลงในปี 1923 และในปีเดียวกันนั่นเองเขาก็ย้ายไปฮอลลีวูด และก่อตั้งบริษัทดิสนีย์ บราเดอร์ สตูดิโอ ร่วมกับรอยด์ พี่ชายของเขา หลังจากเริ่มผลิตการ์ตูนและแอนิเมชั่นตอนสั้นๆ ในปี 1927 พวกเขาก็ผลิตการ์ตูนยาวโดยมีตัวละครเอกคือ “เจ้าออสโลว์ กระต่ายนำโชค” แต่ปีต่อมากลับเกิดกรณีพิพาทขึ้นในบริษัททำให้ดิสนีย์ต้องเสียสิทธิ์ในตัวการ์ตูนตัวนี้ และถูกแย่งพนักงานไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในปีต่อมาเขาก็พัฒนาตัวละครตัวใหม่ คือ “เจ้าหนูมอติเมอร์” และตั้งชื่อเล่นให้มันว่า “มิกกี้เมาส์”

ที่มาของภาพ

เจ้ามิกกี้เมาส์เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในหนังสั้นเรื่อง Streamboat Willie ในปี1928 และพูดเป็นครั้งแรกในตอน The Karnival Kid โดยพูดว่า “ฮ็อทด็อก ฮ็อทด็อก”

ปีถัดมาดิสนีย์รู้สึกไม่ค่อยชอบใจเสียงพากย์ที่ออกมานัก ตัวเองจึงมาพากย์แทน จนกระทั่งปี 1947 เขาจึงเลิกพากย์เสียงให้เจ้ามิกกี้เมาส์ในตอน Mickey and the Beanstalk เพราะเขางานยุ่งเกินกว่าจะพากษ์ต่อไปได้
 
ดิสนีย์ผลิตโฆษณาชวนเชื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทของดิสนีย์ได้ผลิตภาพยนตร์เพื่อการศึกษาให้รัฐบาลหลายเรื่อง รวมทั้งการ์ตูนสั้นเรื่อง The New Spirit ในปี 1942 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนจ่ายภาษีและสนับสนุนการเข้าร่วมสงคราม โดยมีตัวการ์ตูนเอกคือ “เจ้าโดนัลดั๊ก” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์กว่าพันแห่งและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วย นอกจากนี้ยังทำภาพยนตร์ให้แก่กองทัพอเมริกันอีกด้วย แม้ว่าภาพลักษณ์ของดิสนีย์จะดูไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่ในการ์ตูนสั้นเรื่อง Der Fuerher’s Face ซึ่งฉายในปี 1943 ที่มีเจ้าโดนัลดั๊กรับบทนำอีกเช่นเคย กลับมีเนื้อเรื่องล้อเลียนนาซี ซึ่งแฝงแนวคิดชาตินิยมของเขาเอาไว้

ที่มาของภาพ
 
ดิสนีย์คลั่งไคล้รถไฟ

ใครจะเชื่อว่านักวาดการ์ตูนชื่อดังผู้นี้คลั่งไคล้ไหลหลงรถไฟเป็นชีวิตจิตใจ พ่อและลุงของดิสนีย์เคยทำงานสร้างรางรถไฟมาก่อน และตัวเขาเองก็เคยขายหนังสือพิมพ์และขนมบนรถไฟมาก่อนด้วย ในปี 1982 หลังจากรับรู้ว่าตนเองเสียสิทธิ์ในตัวการ์ตูนเอก “กระต่ายออสวอลล์” และสร้าง “เจ้าหนูมิกกี้เมาส์” ขึ้นมาแล้ว ขณะนั่งรถไฟกลับจากนิวยอร์คไปยังลอสแองเจลลิส เขาก็ประดิษฐ์โมเดลรถไฟขึ้นเพื่อระบายความเครียด และต่อมาในปี1940 เขาก็สร้างแบบจำลองหัวรถจักรไอน้ำขึ้น และเมื่อย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ในฮอล์มบีย์ ฮิลล์ ดิสนีย์ก็สร้างรางรถไฟความยาวครึ่งไมล์ขึ้นไว้ที่นั่น แล้วเปิดให้ผู้คนมาขึ้นรถไฟขบวนนี้และเขาก็แต่งตัวเป็นช่างซ่อมรถไฟด้วย โดยรถไฟขบวนนี้มีชื่อว่า Carolwood Pacific Railroad ตามชื่อถนนที่บ้านของเขาตั้งอยู่นั่นเอง ซึ่งความคลั่งไคล้รถไฟเป็นชีวิตจิตใจนี้ก็สะท้อนออกมาในการสร้างรถไฟในดิสนีย์แลนด์ด้วยนั่นเอง

ที่มาของภาพ
 
ในแผนการก่อสร้างแรกเริ่มเดิมทีนั้น ดิสนีย์แลนด์มีพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น
แรกเริ่มเดิมทีดิสนีย์ตั้งใจจะสร้างดิสนีย์แลนด์เป็นสวนสนุกขนาดเล็กใน Burbank Studio ของเขา แต่แผนนี้กลับใหญ่ขึ้นตามระดับความทะเยอทะยานในจิตใจของเขาเอง ในปี 1953 เขาจ้างบริษัทมาทำวิจัยเพื่อหาทำเลที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างสวนสนุกขนาดใหญ่ในเขตตอนใต้ของแคลิฟอเนีย จากนั้นก็วิจัยเพื่อศึกษาอัตราการเจริญเติบโตของประชากร สภาพอากาศ และระบบขนส่งสาธารณะ

การก่อสร้างดิสนีย์แลนด์เริ่มต้นในปี 1954 และเปิดให้บริการในวันที่ 17 กรกฎาคมปีต่อมา แต่ทว่าวันเปิดตัวกลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เนื่องจากมีคนใช้ตั๋วปลอมเข้ามายังสวนสนุก ทำให้จำนวนคนมีมากเกินกว่าสถานที่จะรับไหว เครื่องเล่นเสียหาย อีกทั้งบางส่วนของสวนสนุกก็ยังสร้างไม่เสร็จ ทำให้เกิดแก๊สรั่ว สวนสนุกแห่งนี้จึงต้องปิดตัวลง

ที่มาของภาพ

แต่ต่อมาก็มีการถ่ายทอดสดภาพสวนสนุกแห่งนี้ผ่านสถานีโทรทัศน์ในสหรัฐฯ ซึ่งมีผู้ชมชาวอเมริกันกว่า 70 ล้านคน และแม้จะมีความยุ่งยากเรื่องของความปลอดภัยบ้าง แต่ดิสนีย์แลนด์ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และต้อนรับผู้คนที่มาเยือนกว่าครึ่งล้าน
 
ดิสนีย์ได้รับรางวัลออสการ์มากกว่าใคร

ดิสนีย์ได้รับการบันทึกว่าเป็นผู้ได้รับรางวัลออสการ์มากที่สุดถึง 22 ตัว และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 59 ครั้ง ในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 5 ปี 1932  เขาได้รับรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นสั้นยอดเยี่ยมจากเรื่อง “Flower and Trees” และได้รางวัลสาขาเดียวกันจากเวทีออสการ์ ครั้งที่ 7  ต่อมาก็ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้อีก 4 สาขา คือ จากการสร้างสรรค์ตัวละครมิกกี้เมาส์  สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด  แฟนตาเซีย และรางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยมจากเรื่อง “ฟนตาเซีย”


ที่มาของภาพ

ดิสนีย์ไม่ได้เข้าร่วมโครงการแช่แข็งเพื่อรอวันคืนชีพ

ดิสนีย์เป็นนักสูบตัวยง และพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งปอดในเดือนพฤศจิกายน ปี1966 เขาเสียชีวิตในเดือนต่อมาที่โรงพยาบาล Burbank ในวันที่ 15 ธันวาคม ด้วยวัย 65 ปี หลังจากเสียชีวิตไม่นานก็มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าเขาเก็บร่างกายไว้ด้วยกระบวนการแช่แข็ง เพื่อหวังว่าในอนาคต หากวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง แต่จริงๆ แล้วร่างของเขาได้รับการเข้าพิธีทางศาสนาและฝังอยู่ที่สุสาน Forest Lawn Cemetary ในเกลนเดล รัฐแคลิฟอร์เนีย

ที่มาของภาพ

 
"ไม่ว่าคุณจะ 16 หรือ 60 ทุกคนมีความเป็นเด็กในตัวเอง"
...วอลต์ ดิสนีย์

 

แปลและเรียบเรียงจาก http://www.history.com/news/history-lists/7-things-you-might-not-know-about-walt-disney