World Clvilization

ตามชาวมายาโบราณไปเล่น 'ฮิปบอล'

“ฮิปบอล” เป็นกีฬายอดฮิตของชาวมายาโบราณที่รุ่งเรืองอยู่ในอารยธรรมป่าฝนแห่งทวีปอเมริกากลาง และที่ขอเรียกกีฬาชนิดนี้ว่าฮิปบอลนั้น ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นกีฬาสุดฮิปหรือกีฬาชิคๆ ที่เล่นแล้วคูลๆ อะไรแบบนั้นหรอกครับ เพราะถ้าฟุตบอลคือกีฬาที่ใช้เท้าเล่นเป็นหลัก ส่วนแฮนด์บอลก็ใช้มือเล่นเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นฮิปบอลของชาวมายาโบราณก็คือกีฬาที่พวกเขาใช้ “สะโพก” เป็นอวัยวะหลักในการเล่นนั่นเอง และนอกจากการเล่นกีฬาชนิดนี้จะได้เหงื่อแล้ว บางครั้งอาจจะได้ “เลือด” มาเป็นของแถมด้วยก็เป็นได้!! เอ้า กีฬาอะไรมันจะโหดปานนั้น เรามาทำความรู้จักฮิปบอลของชาวมายาโบราณกันเลยครับ

นักบอลชาวมายาโบราณในชุดเต็มยศ ย่อตัวลงเพื่อเตรียมกระแทกลูกบอลขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า
ที่มาของภาพ

ชาวมายาโบราณก็ไม่แตกต่างไปจากชนเผ่าอื่นๆ ในอารยธรรมดึกดำบรรพ์ที่จะต้องมีตำนานการสร้างโลกที่มีความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าและพิธีกรรมที่ฟังดูเหลือเชื่อ ซึ่งตำนานการสร้างโลกของชาวมายาโบราณก็เกี่ยวข้องกับ “ฮิปบอล” ที่ว่านี้ด้วยเช่นกันครับ
 
คัมภีร์โบราณที่ชื่อว่า “โพโพล วูห์” (Popol Vuh) กล่าวเอาไว้ว่า กาลครั้งหนึ่งเคยมีสองพี่น้องฝาแฝดเป็นนักเล่นบอลที่เก่งกาจ พวกเขาฝึกซ้อมกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่เสียงของลูกบอลจากการซ้อมของทั้งคู่ได้สร้างความรำคาญให้กับเหล่าเทพเจ้าของโลกข้างใต้ (Underworld) หรือที่เรียกกันว่าดินแดนชิบัลบา (Xibalba) เทพเจ้าผู้ดูแลชิบัลบาจึงได้ท้าสองพี่น้องฝาแฝดคู่นี้แข่งบอลเสียเลย และผลก็ปรากฏออกมาว่าฝ่ายสองพี่น้องฝาแฝดพ่ายแพ้ราบคาบ ก็เลยถูกจับไปบูชายัญในที่สุด
 
เหล่าเทพแห่งชิบัลบาได้ฝังร่างของหนึ่งในสองพี่น้องคู่นั้นเอาไว้ใต้สนามบอล ส่วนอีกร่างหนึ่งถูกตัดศีรษะออกแล้วนำไปแขวนเอาไว้ที่ต้นไม้คล้ายน้ำเต้า (Calabash Tree) เพื่อประกาศถึงชัยชนะเหนือฝาแฝดแห่งโลกมนุษย์

ภาพวาดจำลองการเล่นฮิปบอลในเมืองชิเชน อิทซาของชาวมายาโบราณ ที่มาของภาพ

หลังจากนั้นไม่นานธิดาของเจ้าแห่งชิบัลบานางหนึ่งได้เดินผ่านมายังต้นผลน้ำเต้านี้ เธอได้พูดคุยกับศีรษะที่แขวนอยู่บนต้น ทันใดนั้นเจ้าศีรษะก็ได้คายน้ำบางอย่างใส่ฝ่ามือของฝ่ายหญิงทำให้เธอตั้งครรภ์ขึ้นมาทันที เด็กในครรภ์ของเธอได้กลายมาเป็นตัวเอกของตำนานการสร้างโลก ทั้งคู่คือฝาแฝดรุ่นสองที่มีชื่อว่าฮูนาห์พู (Hunahpu) กับชบาลังเก (Xbalanque)
 
หลายปีต่อมา พวกเขาก็ได้ไปพบอุปกรณ์สำหรับเล่นบอลที่พ่อของตนเคยเล่นในอดีต ทั้งคู่ไม่รอช้ารีบเดินตามรอยบิดาทันที แล้วประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยอีกครั้งจนได้ครับ เสียงการฝึกซ้อมเล่นบอลดังลงไปรบกวนเทพเจ้าแห่งชิบัลบา พระองค์ทนไม่ไหวก็เลยท้าดวลสองพี่น้องคู่นี้แข่งบอลเหมือนกับที่เคยท้าพ่อของพวกเขาในอดีต แต่ฝาแฝดรุ่นลูกเก่งกว่าบิดาของตนมากนัก พวกเขาคิดอุบายที่จะเอาชนะเจ้าแห่งชิบัลบาได้ด้วยการเล่นบอลประกอบลีลาอันพิสดาร ชบาลังเกวาดลวดลายตัดศีรษะของฮูนาห์พูแล้วจัดการใช้เวทมนตร์ต่อศีรษะเข้ากับร่างดังเดิม ส่งผลให้เหล่าเทพเจ้าแห่งชิบัลบาให้ความสนใจเป็นอย่างมากจนติดกับด้วยความปรารถนาจะให้สองพี่น้องตัดศีรษะของพวกตนและต่อเข้ากันใหม่บ้าง ทางฝ่ายสองพี่น้องได้ยินดังนั้น ก็จัดการสงเคราะห์ให้ด้วยความยินดีโดยตัดศีรษะเหล่าเทพเจ้าแห่งชิบัลบาออก แต่กลับไม่ยอมต่อศีรษะคืนร่างให้ดังเดิม ส่งผลให้ฝาแฝดรุ่นลูกสามารถเอาชนะเหล่าเทพเจ้าแห่งชิบัลบาได้ในที่สุด เมื่อทั้งสองเดินทางกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ พวกเขาก็ปรากฏขึ้นในร่างของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ซึ่งก็เปรียบได้กับการเคลื่อนที่ของพระอาทิตย์และพระจันทร์ที่ขึ้นและตกในแต่ละวันนั่นเองครับ

สนามแข่งบอลของชาวมายาโบราณมีลักษณะคล้ายตัว I พิมพ์ใหญ่ในภาษาอังกฤษ ที่มาของภาพ

ว่าแต่สงสัยกันไหมครับว่า ก็แค่เล่นบอล ทำไมมันถึงดังลงไปยังดินแดนแห่งชิบัลบาซึ่งตั้งอยู่ใต้ผิวโลกได้!? จะว่าไปตำนานนี้ก็ไม่ได้กล่าวเกินจริงเสียทีเดียวหรอกครับ เพราะเมื่อดูวัสดุที่ชาวมายาโบราณใช้ผลิตลูกบอลแล้วก็ถึงบางอ้อ เพราะบอลของพวกเขาไม่ใช่บอลยางสูบลมแบบที่เราเล่นกันทุกวันนี้ แต่บอลของชาวมายาโบราณทำมาจากยางตันทั้งก้อน เส้นผ่านศูนย์กลางราว 30 เซนติเมตรและมีน้ำหนักมากถึง 3.5 กิโลกรัม!!
 
ความน่าทึ่งของชาวมายาโบราณก็คือพวกเขาเป็นชนกลุ่มแรกที่รู้จักการกรีดยางเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ดินแดนอเมริกากลางเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นยาง ดังนั้นชาวมายาโบราณจึงกรีดยางออกมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย นอกจากลูกบอลแล้วก็ยังมีอุปกรณ์เครื่องใช้ รองเท้ารวมไปถึงภาชนะต่างๆ อีกหลายชนิดเลยทีเดียว

ภาพวาดจำลองจากศิลปะของชาวมายาโบราณแสดงให้เห็นว่าศีรษะของผู้ปราชัยทางขวามือถูกตัดออก โดยมีเลือดพุ่งออกมาเป็นสายในรูปของอสรพิษ ที่มาของภาพ

ด้วยว่าลูกบอลของชาวมายาโบราณทั้งใหญ่และหนัก ดังนั้นการเล่นกีฬาชนิดนี้จึงต้องใส่ชุดป้องกันแบบ “จัดเต็ม” ทั้งอุปกรณ์ที่ต้องสวมใส่ไว้รอบเอวเพื่อป้องกันร่างกาย ตั้งแต่บริเวณต้นขามาถึงหน้าอก รวมทั้งยังมีอุปกรณ์ที่ใช้สวมใส่บริเวณข้อมือ แขนและเข่าเพื่อป้องกันการกระแทกของลูกบอลด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าชาวมายาโบราณจะสวมใส่อุปกรณ์เต็มที่ขณะเล่นเสมอไปนะครับ เพราะบางครั้งก็ไม่มีการสวมใส่เครื่องป้องกันอะไรเลยด้วยเหมือนกัน
 
สำหรับกติกาการเล่น “ฮิปบอล” นั้น ชื่อของมันก็บอกเอาไว้คร่าวๆ แล้วล่ะครับว่าต้องใช้ “สะโพก” เป็นอวัยวะหลักในการเล่น ส่วนอวัยวะอื่นๆ ที่อนุญาตให้สัมผัสลูกบอลเพื่อควบคุมทิศทางของมันได้ก็จะมีเพียงแขนท่อนบน โคนขา เข่า และเอวเท่านั้น ห้ามใช้มือเด็ดขาด!! เรียกได้ว่าครั้งเดียวที่มือสามารถสัมผัสลูกบอลได้ก็คือตอนโยนบอลเพื่อเริ่มเล่นแค่นั้นเอง
 
นักโบราณคดีใช้หลักฐานจากบันทึกของชาวสเปนที่บุกเข้าไปในอาณาจักรมายาโบราณประกอบกับภาพสลักบนผนังและขั้นบันไดของวิหาร ตำนานจากในคัมภีร์ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ค้นพบและสนามแข่งเกมบอลที่ยังคงปรากฏอยู่ในซากนครโบราณมาวิเคราะห์ จนเข้าใจว่าชาวมายาน่าจะเล่นฮิปบอลด้วยการแบ่งเป็นสองทีม ทีมละ 2-3 คน แต่ละฝ่ายก็จะผลัดกันควบคุมลูกบอลด้วยอวัยวะที่กำหนดให้ลอดเข้าห่วงที่อยู่บนผนังข้างสนามเพื่อเป็นการทำแต้ม หรือบ้างก็เพียงแค่ควบคุมให้บอลไปกระทบเป้าที่กำหนดไว้ก็จะได้แต้มเช่นกัน
 
ความน่าสนใจของฮิปบอลนอกจากจะอยู่ที่วิธีการเล่นแล้ว ผลที่ตามมาจากการแข่งขันยังน่าระทึกใจไม่แพ้กัน เพราะผู้แพ้อาจจะถูกจับมาบั่นศีรษะออกจนเลือดพุ่งเป็นสาย!! หรือบ้างก็อาจจะโดนจับมามัดให้คล้ายลูกบอลแล้วถูกผลักให้กลิ้งตกลงมาตามขั้นบันไดวิหารที่ถ้าไม่ตายก็น่าจะพิการ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ากีฬาของชาวเมโสอเมริกานั้นไม่ได้เล่นเพื่อความสนุกสนานเหมือนกับพวกเราในปัจจุบัน ทว่าแฝงกลิ่นอายของตำนานและการบูชายัญที่น่าสยดสยองเอาไว้ด้วย
 
เห็นอย่างนี้แล้วมีใครอยากย้อนเวลากับไปท้าดวล “ฮิปบอล” กับชาวมายาโบราณสักครั้งไหมครับ?

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.ancient.eu/article/604
http://www.mesoballgame.org/ballgame
http://www.atlasobscura.com/articles/meso-american-baseball
http://www.ancient-origins.net/news-history/ulama-mesoamerican-ball-game-deadly-sport-ancient-americas-003156
http://www.socialstudiesforkids.com/articles/worldhistory/mayanballgame.htm