World Clvilization

แผล “ปลิดชีพ” ซีซาร์

รายงานการชันสูตรศพจูเลียส ซีซาร์หลังถูกลอบสังหารกลางกรุงโรม กลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้เราทราบว่าเขาถูกแทง 23 แผลก็จริง แต่มีเพียงแผลเดียวเท่านั้นที่ “ปลิดชีพ” เขาอย่างเหี้ยมโหด
 
การลอบสังหารจูเลียส ซีซาร์ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในบรรดาการลอบสังหารเท่าที่มีหลักฐานบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ 
 
จูเลียส ซีซาร์ เป็นผู้นำกองทัพที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดที่ไม่มีผู้ใดคานอำนาจได้ ทั้งยังมีความมั่งคั่งขึ้นมากหลังได้อำนาจบริหารสาธารณรัฐโรมันระหว่างเกิดสงครามกลางเมือง

ประติมากรรมรูปจูเลียส ซีซาร์ ที่เมือริมินี (Rimini) ทางตอนเหนือของอิตาลี ที่มาของภาพ

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “ผู้ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตลอดชีพ” ของซีซาร์นำไปสู่การล่มสลายของระบอบสาธารณรัฐ พร้อมการวางรากฐานให้กับจักรวรรรดิโรมัน ขณะเดียวกันก็สร้างความไม่พอใจให้แก่วุฒิสมาชิกหลายคนที่รวมตัวกันลอบสังหารเขาในที่สุด
 
กลุ่มผู้สมคบคิดกันลงมือครั้งนี้ ประกอบด้วย กาอิอุส คาสซิอุส ลองกินุส (Gaius Cassius Longinus) เดซิมุส ยูนิอุส บรูตูส (Decimus Junius Brutus) และมาร์คุส ยูนิอุส บรูตูส (Marcus Junius Brutus) ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของซีซาร์เอง 
 
เหตุการณ์ลอบสังหารซีซาร์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 44 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยกลุ่มผู้สมคบคิดต้อนซีซาร์ไปจนมุมใกล้กับโรงละครแห่งปอมเปอี (Theatrum Pompeii หรือ Theatre of Pompey) แล้วแทงเขาถึง 23 ครั้งจนเสียชีวิต

ภาพ “การลอบสังหารจูเลียส ซีซาร์” ผลงานของ Vincenzo Camuccini (ค.ศ.1804) ที่มาของภาพ
 
ฟลาวิอุส ยูโทรปิอุส (Flavius Eutropius) นักประวัติศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงชาวโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 4 กล่าวถึงการลอบสังหารซีซาร์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น โดยอ้างถึงรายงานแพทย์ผู้ชันสูตรศพซีซาร์ 
 
เรียกได้ว่าเป็นรายงานการชันสูตรศพฉบับแรกของโลกเลยก็ไม่ผิดนัก
 
รายงานดังกล่าวระบุว่าร่างกายของซีซาร์มีบาดแผลถูกแทง 23 แผล แต่มีเพียงแผลเดียวเท่านั้นที่ “สาหัส” ที่สุด และนำเขาไปสู่ความตาย นั่นก็คือ แผลที่หน้าอกที่แทงเข้าไปตัดเส้นเลือดใหญ่กลางลำตัวที่นำเลือดออกจากหัวใจห้องล่างซ้าย หรือ เอออร์ตา (aorta) ขณะที่บางแห่งเป็นแผลตื้นๆ และไม่ลึกไปกว่ากล้ามเนื้อ และแม้จะมีแผลลึกอยู่บ้างแต่ก็ไม่ทำความเสียหายแก่อวัยวะสำคัญในร่างกาย

รูปแสดงเส้นเลือดใหญ่กลางลำตัว หรือ “เอออร์ตา” ที่มาของภาพ
 
ส่วนคำพูดสุดท้ายที่ออกจากปากซีซาร์นั้น ยังไม่เป็นที่สรุปแน่ชัด บ้างก็ว่าเมื่อซีซาร์เห็นบรูตูสผู้เป็นบุตรบุญธรรมของเขาในหมู่ผู้ลงมือลอบสังหารตนก็ถึงกับพึมพัมออกมาว่า "Et tu Brute" ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า “เจ้าเองหรือบรูตูส”) ซึ่งมาจากบทละครของวิลเลียม เช็กสเปียร์ ขณะที่นักประวัติศาสตร์โรมัน นามว่า ซูเอโทนิอุส (Suetonius) อ้างว่าคำพูดสุดท้ายของซีซาร์เอ่ยออกมาเป็นภาษากรีกว่า “Kai su, teknon?” แปลว่า “เจ้าด้วยหรือ ลูกชาย” แต่พลูทาร์ก (Plutarch) นักเรียบเรียงชีวประวัติชาวโรมันกลับให้ข้อมูลว่า ซีซาร์มิได้กล่าวอะไรเลย เขาสิ้นใจลงเงียบๆ
 
กระนั้นก็ยังไม่วายมีคนตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งสามล้วนสร้าง “ฉาก” และความเป็น “ละคร” ให้กับการเสียชีวิตของซีซาร์ เพื่อทำให้ผู้อ่าน(และผู้ชม)เกิดอารมณ์สะเทือนใจ เท่านั้น!!!

ภาพ “มรณกรรมของซีซาร์” (La Mort de César) ผลงานของ Jean-Léon Gérôme เขียนขึ้นราว ค.ศ.1859–1867 แสดงภาพเหตุการณ์หลังการลอบสังหาร ศพซีซาร์ถูกทิ้งไปบนพื้น ขณะกลุ่มวุฒิสมาชิกโห่ร้องด้วยความดีใจ ที่มาของภาพ
 
หลังการเสียชีวิตของซีซาร์ บรูตูสและคณะผู้สมคบคิดก็หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุให้พ้นจากการไล่ล่าของทหารองครักษ์ของซีซาร์ บ้างก็ว่าขณะหลบหนีนั้นมีบางคนร้องตะโกว่า “ชาวโรมเอ๋ย บัดนี้เราเป็นอิสระกันอีกครั้งแล้ว”
 
แม้ว่าหลังความพยายามสมคบคิดกันสังหารจูเลียส ซีซาร์ บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในกรุงโรมจะสำเร็จ กระนั้นคณะบุคคลดังกล่าวก็ล้มเหลวในการฟื้นฟูระบอบสาธารณรัฐโรมันขึ้นมาใหม่ หลายปีต่อมานับแต่ซีซาร์เสียชีวิต เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นอีกหลายครั้งจนนำไปสู่การขึ้นครองอำนาจของออกตาวิอุส (Octavius) หรือจักรพรรดิเอากุสตุส (Augustus) แห่งจักรวรรดิโรมัน เมื่อวันที่ 16 มกราคม 27 ปีก่อนคริสต์ศักราช

-------------------
เรียบเรียงจาก
Farquhar, M. 2015. Bad Days in History.
Sass, E. and Wiegand, S. 2009. The Mental Floss History of the World
https://www.thevintagenews.com/2017/04/03/the-autopsy-report-of-julius-caesar-was-the-earliest-recorded-autopsy-report-in-history/
https://th.wikipedia.org/wiki/จักรพรรดิเอากุสตุส
https://www.theguardian.com/notesandqueries/query/0,5753,-1156,00.html