Crazy World

กฎหมายพิลึกในสมัยกลาง

หลายคนอาจมีภาพของการพิจารณาคดีและการลงโทษในสมัยกลางที่เคยเห็นตามภาพยนตร์หรือสื่อต่างๆ มาบ้าง ข้อหาและความผิดที่ว่านั้นมักจะเป็นเรื่องใหญ่ๆ อย่างการเป็นแม่มด หรืออะไรทำนองนี้ แต่ใครจะรู้บ้างว่าในสมัยกลางยังมีข้อกฎหมายแปลกๆ ที่ฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องเอาผิดกันได้ แต่ก็มีอยู่จริงอย่างน้อยก็ที่รวบรวมมานี้
 
บางข้อก็ดูน่าขบขัน ไร้วี่แววของเหตุผล แต่บางเรื่องก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ ทั้งหมดมาจากอุดมคติที่ว่ากฎหมายต้องครอบคลุมทุกๆ ด้านของชีวิตไม่เว้นแม้แต่เรื่องศีลธรรม การแต่งกาย ไปจนถึง “ที่ตาย” ซึ่งล้วนแต่มีการบัญญัติออกมาต่างกรรมต่างวาระกัน ถึงบางเรื่องอาจจะยังถกเถียงกันอยู่ว่าเป็นแค่เรื่องเล่าขำขันหรือเป็นกฎหมายจริงๆ ก็ตาม
 
เราไปรู้จักกับเรื่องที่กลายเป็นกฎหมายพิลึกๆ สมัยกลางพร้อมๆ กันเลย

กีฬาเทนนิสสมัยกลาง (ภาพวาดสมัยศตวรรษที่ 15) ที่มาของภาพ

เป็นคนจนอย่า “สะเออะ” เล่นเทนนิส
 
มีกฎหมายออกมาเมื่อ ค.ศ.​1495 ห้ามคนหนุ่มที่ไม่ใช่ชนชั้นสูง จำพวกลูกจ้างรายวัน เด็กฝึกงานหรือคนรับใช้เล่นเทนนิสเด็ดขาด เพราะในเวลานั้น มองว่าการเล่นเทนนิสเป็นการพนันและทำให้เสียเวลาทำการทำงาน จิตใจไขว้เขวมัวพะวงแต่จะไปเล่นอย่างเดียว

กฎหมายนี้มีผลบังคับตลอดเวลา ยกเว้นช่วงคริสต์มาส ซึ่งอนุญาตให้ทุกคนเล่นเทนนิสได้ (คงเหมือนกับบ้านเราที่ “ยอม” ให้มีการเล่นพนันได้ในบางโอกาส) และหากคนที่ถูกห้ามข้างต้นต้องการจะเล่นเทนนิสก็ต้องเล่นอยู่ในร่ม ทำนอง indoor tennis และต้องเล่นในบ้านของผู้เป็นเจ้านายเท่านั้น

เมื่อวาฬเกยฝั่ง ต้องตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน (ภาพสมัยต้นศตวรรษที่ 17) ที่มาของภาพ

ขโมยเนื้อวาฬ
 
อาหารสมัยกลางปรุงได้ทุกอย่างตั้งแต่โลมาจนถึงบีเวอร์ ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะการดำรงชีวิตก็ไม่ค่อยจะสะดวกสบายอย่างที่เราเป็นในปัจจุบันเท่าใดนัก วาฬก็เป็นหนึ่งในเมนูที่ถึงจะไม่ค่อยได้เห็นบ่อย แต่หากจับได้หรือมีวาฬมาเกยตื้น พ่อครัวก็เตรียมเครื่องปรุงได้เลย

แต่ช้าก่อน...เนื้อวาฬสงวนไว้สำหรับพระราชาและพระราชินี ถือกันว่าเป็นอาหารของพระราชวงศ์เท่านั้น เพราะเมื่อมันมาเกยฝั่ง ก็ย่อมเป็นของ “แผ่นดิน” โดยอัตโนมัติ
 
ดังนั้น ใครบังอาจขโมยทรัพย์แผ่นดินก็ย่อมได้รับโทษ

การพิจารณาคดีในศาลสมัยกลาง ที่มาของภาพ

ถ้าเจอศพ
 
กฎหมายนี้บัญญัติเมื่อ ค.ศ.1241 แต่บางคนเชื่อว่ามีมาก่อนหน้านั้น
 
หลักมีอยู่ว่า ถ้าคุณพบศพ คุณจะกลายเป็นผู้ประสบเหตุคนแรก ซึ่งต้องหาหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ตายว่าเป็นใคร มาจากไหน บ้านช่องอยู่ที่ไหน เป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมถึงมาตายอยู่ตรงนี้ มีหลักฐานเกี่ยวกับการถูกฆาตกรรม การต่อสู้ หรือการถูกทำร้าย ไหม ...ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ

แน่นอน เพราะในเวลานั้นไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
 
ดังนั้น การที่คุณพบศพแล้วนำไปบอกทางการ คุณต้องมีหลักฐานและรายละเอียดให้ครบถ้วน หาไม่แล้ว คุณ...และแม้แต่ผู้คนในบริเวณที่พบศพจะต้องยุ่งยากถูกตามตัวมาตอบคำถามอีกยาว เลยมีคำแนะนำว่า ถ้าเจอศพ...ก็รีบไปให้ไกลๆ อย่าไปแจ้งความ ไม่งั้นถ้าคุณไม่มีข้อมูลดีพอ เผลอๆ คุณนั่นแหล่ะที่อาจถูกสงสัยว่าเป็นฆาตกรเสียเอง (อย่างนี้ก็ได้เหรอ!!!)

ซากเซเบิลที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราด้วยทองคำและเพชรพลอย ที่มาของภาพ

แต่งตัวหรูเกินฐานะ
 
กฎหมายนี้ออกมาในอิตาลีช่วงศตวรรษที่ 16 เพื่อลดการทำตัวหรูหราเกินฐานะ พูดง่ายๆ คือเพื่อห้ามปรามพวกอวดรวยแต่ไม่รวยจริง ที่ชอบโชว์ของหรูหราที่แสดงฐานะ ชนชั้น และความมั่งคั่ง(ที่ตัวเองไม่มี)

สตรีสูงศักดิ์พร้อม “ซิเบลลิโน” ที่มาของภาพ

ถ้าคุณมีฐานะมั่งคั่งจริง จะใช้ของสวยของดีหรูหราแค่ไหนไม่มีใครว่า แต่ถ้าคนไม่ใช่ชนชั้น “สูง” ไม่ได้ร่ำรวยจริง แล้วเกิดถูกจับได้ขณะที่บังอาจใช้ “ซิเบลลิโน” (Zibellino) ที่ทำจากขนของตัวเซเบิล ที่ประดับหัวและเท้าด้วยทองคำและเพชรพลอยสวยงาม คุณอาจถูกลงโทษและปรับในข้อหา “อวดร่ำรวยเกินจริง” ก็เป็นได้

อ้อ ตัวเซเบิล (sable) นี่ คนไทยรู้จักกันในชื่อ วีเซิล (weasel) มิ้ง (mink) หรือ เฟอเร็ต (ferret) ซึ่งแฟชั่นในช่วงศตวรรษที่ 15-16 นิยมนำ “ศพ” มันมาพันคอ พันเอว หรือหิ้วไปหิ้วมา (นึกถึงตุ๊กตาเดี๋ยวนี้สิ!!!)

พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ รัฐสภาอังกฤษ ที่มาของภาพ

ตายใน “สภา”
 
ที่มาของกฎหมายนี้ยังไม่ชัดเจน แต่ที่แน่ๆ เป็นกฎหมายอังกฤษที่เมื่อ ค.ศ.​2007 ได้รับการโหวตให้เป็นบทบัญญัติที่ “เหลวไหล” ที่สุด
 
หลักมีอยู่ว่า ใครก็ตามที่ตายในสภา ถือเป็นการตายที่ทรงเกียรติและได้รับการฝังศพในสุสานหลวงซึ่งสงวนไว้สำหรับพระราชากับพระราชินีเท่านั้น
 
แต่เรื่องมันไม่ง่ายเช่นนั้น
 
เพราะในความจริง ถึงใครจะอยากตายในสภาเพื่อให้ตัวเองหรือญาติที่ใกล้ตายได้รับเกียรติที่ว่านั้น ก็ต้องเป็นเรื่องบังเอิญมากๆ เพราะหากใครมีอาการที่เรียกว่าใกล้ตายมากแล้ว จะมีคนพาออกไปให้ “สิ้นใจ” นอกพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ซึ่งใช้เป็นรัฐสภา แต่หากฉุกเฉินมากจนตายขึ้นมาจริงๆ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาชันสูตรอีกรอบ

ในประวัติศาสตร์อังกฤษมีคนตายในสภาจริงๆ ถึง 3 คน ทั้งหมดถูกฆ่าในสภา และไม่มีศพไหนถูกฝังในสุสานหลวงเลย

ชีวิตชาวนาแองโกล-แซซอน สมัยกลาง (ภาพสมัยศตวรรษที่ 11) ที่มาของภาพ

แต่งงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
ภายใต้พันธะของระบบศักดินาฟิวดัล ชาวนาต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเจ้าของที่ดิน หากชาวนาไปแต่งงานโดยไม่บอกกล่าวเจ้าของที่ดินก่อน รับรองว่ามีปัญหาใหญ่ตามมาแน่ๆ

ที่แย่กว่านั้น หากคุณเป็นฝ่ายหญิงแล้วสามีเกิดตาย เจ้าของที่ดินมีสิทธิบังคับให้คุณหาสามีใหม่ หรือไม่ก็หาสามีให้คุณเองเลย อย่างรวดเร็วเสียด้วย
 
หากคุณไม่ให้ความร่วมมือ แน่นอน คุณต้องถูกลงโทษ ในฐานะที่เป็นข้าแล้วไม่บอกกล่าวเจ้าให้ถูกครรลองคลองธรรม(แบบฟิวดัล)
 
อ่านดูแล้วก็คงรู้สึกได้ถึงความพิลึกของกฎหมายที่เกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่บทบัญญัติเหล่านี้ไม่มีผลบังคับใช้หรือไม่ถูกนำมาใช้ในการพิจารณาคดีปัจจุบัน ไม่อย่างนั้นอาจวุ่นวายไม่ใช่น้อย
 
ว่าแต่...ใครเคยถูกจับข้อหาขโมยเนื้อวาฬบ้างไหม!!!

------------------
เรียบเรียงจาก
Belofsky, N. (2010). The Book of Strange and Curious Legal Oddities.
http://www.bbc.com/news/magazine-17610820
https://www.thevintagenews.com/2017/01/30/totally-bizarre-illegal-things-in-medieval-europe/