World's Famous People

คำสัตย์สาบานของฮิปโปเครตีส

แพทย์และบุคลากรในวงการแพทย์ปัจจุบันนอกจากจะอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับจำนวนมากแล้ว ยังต้องปฏิบัติตนตามคำปฏิญาณจริยธรรมแห่งวิชาชีพแพทย์ ซึ่งถือว่าเป็นข้อตกลงสากลตามปฏิญญาเจนีวา
 
วงการแพทย์ตะวันตกยกย่องให้ ฮิปโปเครตีส (Hippocrates) เป็นบิดาของการแพทย์

ภาพพิมพ์รูปสลักฮิปโปเครตีส ที่มาของภาพ

เขาเกิดที่เกาะโคส (Kos) ประเทศกรีซ รักษาคนไข้อย่างมีแบบแผน ผิดกับแพทย์ทั่วไปในสมัยนั้นที่ตั้งตนเป็นผู้มีคาถาอาคมเป็นผู้วิเศษที่เชื่อว่าการเจ็บป่วยเป็นการถูกลงโทษโดยพระเจ้า ต้องรักษาด้วยพิธีกรรม  แต่เขาเห็นว่าเกิดจากสาเหตุทางธรรมชาติ  นอกจากนี้เขายังเป็นคนแรกที่ทำระเบียนบันทึกอาการและประวัติของคนไข้ วางกฎเกณฑ์วิธีการปฏิบัติตนของแพทย์กับคนไข้ ซึ่งยังคงถือปฏิบัติกันอยู่ถึงปัจจุบัน
 
หนึ่งในผลงานที่เชื่อกันว่าเป็นข้อเขียนของฮิปโปเครตีส คือ คำสัตย์สาบานของฮิปโปเครตีส (the Hippocretic Oath) แต่ทว่านอกเหนือจากความสำคัญของคำสัตย์สาบานฯ ในฐานะหลักฐานสำคัญในประวัติศาสตร์การแพทย์แล้ว เราไม่รู้อะไรอีกเลย
 
ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดอายุที่แน่ชัดไปกว่าการประมาณการว่าน่าจะเขียนขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช
 
ใครเป็นผู้ให้คำสัตย์สาบาน
 
โทษที่ผู้ฝ่าฝืนคำสัตย์สาบานต้องได้รับ
 
หรือแม้แต่ ฮิปโปเครตีสเป็นผู้เขียนขึ้นเอง หรือลูกศิษย์ของเขาเป็นผู้เขียนขึ้นกันแน่
 
กระนั้นก็ยังไม่ทำให้เอกสารดังกล่าวด้อยค่าลงไป กลับกันวิชาชีพแพทย์ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันยังคงได้รับความ “คาดหวัง” จากสังคมอยู่ตลอดเวลา อย่างน้อยก็ในคำสัตย์สาบานฯ จนถึงปฏิญญาเจนีวาที่จะกล่าวถึงในท้ายบทความนี้

คำสัตย์สาบานของฮิปโปเครตีส อักษรกรีก (จำลองขึ้นใหม่) ที่มาของภาพ

วันนี้เราจะไปทำความรู้จัก คำสัตย์สาบานของฮิปโปเครตีส ด้วยกัน
 
คำสัตย์สาบานประกอบด้วยหลายส่วน เริ่มต้นด้วย….
 
ข้าพเจ้าขอสาบานต่ออะพอลโล เทพแห่งการเยียวยา และอัสเคลพิอุส (Asclepius --เทพแห่งการรักษาอีกองค์หนึ่ง โอรสของอะพอลโล) ต่อสุขภาพ ต่อยารักษาโรค ต่อเทพและเทพีทั้งปวง ขอจงโปรดได้เป็นพยานในการตั้งสัตย์สาบานของข้าพเจ้านี้…
 
บางตำนานกล่าวว่าฮิปโปเครตีสเป็นบุตรของอัสเคลพิอุส
 
จากนั้นคำสัตย์สาบานมีเนื้อหาเกี่ยวกับการที่แพทย์ใหม่ต้องปฏิบัติต่อครูบาอาจารย์ของเขาเช่นเดียวกับที่เขาดูแลบิดาของตน แม้แต่เมื่อครูขัดสนเงินทอง แพทย์ใหม่ก็ต้องช่วยเหลือจัดการให้เรียบร้อยด้วย
 
แพทย์ใหม่ต้องดูแลครอบครัวของครูเช่นเดียวกับครอบครัวของตนเอง และหากสมาชิกในครอบครัวของครูต้องการเรียนวิชาแพทย์ ก็ต้องสอนให้โดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ ...เรียกว่า ได้โควต้าเรียนฟรีก็ไม่ผิดนัก
 
ต่อไปเป็นเรื่องของจริยธรรม ว่าด้วยการที่แพทย์ต้องใช้วิชาความรู้ในดูแลคนไข้อย่างสุดความสามารถด้วยใจเป็นธรรม ห้ามใช้วิชาแพทย์ไปในทางที่ทำร้ายผู้อื่นหรือไปในทางที่ผิดครรลองคลองธรรม
 
ข้าพเจ้าจะไม่ให้ยาพิษฤทธิ์ถึงตายแก่ใครเด็ดขาด แม้เขาจะขอร้องก็ตาม...และข้าพเจ้าจะไม่ให้ยาเหน็บหรือยาสอดใดๆ แก่ผู้หญิงอันเป็นเหตุให้แท้งลูก ข้าพเจ้าจะรักษาชีวิตและวิชาความรู้ไว้ให้บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์…
 
น่าสังเกตว่าแพทย์ต้องให้ความสำคัญกับ “ชีวิต” ด้วยการไม่ทำการุณยฆาต (euthanasia) คือการยอมให้ผู้ป่วยจบชีวิตหรือตายด้วยน้ำมือของตน แม้จะอ้างว่าเป็นเจตนาดีของแพทย์ อีกทั้งผู้ป่วยและญาติจะเต็มใจก็ตาม
 
ขณะเดียวกัน ยังไม่ยอมให้ยาที่ทำให้เกิดการแท้งลูก (แม้ว่าในสมัยโบราณโอกาสการแท้งจะมีสูงและไม่ใช่เฉพาะจากการใช้ยาก็ตาม)
 
นั่นย่อมแสดงว่า แพทย์ต้องให้ความสำคัญกับชีวิตและรักษาวิชาชีพของตนไว้ในฐานะที่บริสุทธิ์
 
ข้อความอีกตอนหนึ่งของคำสัตย์สาบานมีข้อความน่าสนใจว่า…
 
การเข้าไปในบ้าน(ผู้ป่วย)ทุกครั้ง ข้าพเจ้าเข้าไปเพื่อรักษาโรค ไม่มีเจตนาเข้าไปเพื่อทำสิ่งผิดหรือทำร้ายผู้ใด เหนือบรรดาสิ่งผิดทั้งมวล คือการเข้าไปเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับศพ ไม่ว่าชายหรือหญิง อิสรชนหรือทาส
 
สิ่งนี้ช่วยบอกเราถึงจรรยาแพทย์ที่ให้ความเคารพต่อคนไข้และครอบครัว เพราะแม้จะมีสถานที่สำหรับตรวจรักษาโรคคล้ายๆ กับโรงพยาบาลที่เรารู้จักกันในปัจจุบันบ้างก็ตาม แต่แพทย์ในอดีตจะถูกตามตัวจากบ้านของตนไปยังบ้านของคนไข้ หรือที่เรียกว่า house call และหลังจากนั้นก็ต้องมีการเยี่ยมไข้หรือติดตามผลการรักษา ที่เรียกว่า home visit อีกด้วย ดังนั้น มีคำสาบานเป็นข้อเตือนให้แพทย์รู้จักหน้าที่ของตน ให้เกียรติแก่คนไข้ ครอบครัวของคนไข้ หรือแม้แต่ “ศพ” ที่ไม่ว่ายากดีมีจนก็ต้องห้ามล่วงละเมิด
 
กรณีการมีเพศสัมพันธ์กับศพ มีหลายต่อหลายตัวอย่างในอดีต แม้ส่วนใหญ่จะเกิดเพราะสัปเหร่อ แต่การมีคำสัตย์สาบานเช่นนี้ก็ย่อมเป็นเหตุผลให้คิดได้ว่าในอดีตอาจเคยมีกรณีการชำเราศพเกิดขึ้นมาแล้วก็เป็นได้
 
คำสัตย์สาบานจบลงด้วยการยืนยันว่าแพทย์ผู้ให้คำสัตย์นี้จะรักษาคำสาบานนี้ไว้ตลอดชีวิต เคารพวิชาชีพและไม่ทำสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง
 
ข้อนี้น่าสังเกตว่า ในคำสัตย์สาบานนี้ตรงกันข้ามกับวิชาชีพแพทย์ในปัจจุบันอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการไม่กล่าวถึงการใช้ยา “ให้ถูกต้อง”
 
อย่างไรก็ตาม คำสาบานนี้ก็ยังได้รับการกล่าวถึงอยู่เสมอในเอกสารเกี่ยวกับการแพทย์นับแต่อดีตเรื่อยมา จนกระทั่งหลังเหตุการณ์การใช้แพทย์และนักวิจัยของนาซีอย่าง “บ้าระห่ำ” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เมื่อสิ้นสงคราม ต้องมีการ “ฟื้นฟู” และ “กอบกู้” วิชาชีพแพทย์ให้เป็นที่ยอมรับของผู้คนอีกครั้งหนึ่งด้วยการออกปฏิญญาเจนีวา (Declaration of Geneva) ที่นำคำสัตย์สาบานของฮิปโปเครตีสมาปรับปรุงอีกครั้งหนึ่ง
 
กระทั่งกลายเป็นมา คำปฏิญาณจริยธรรมแห่งวิชาชีพแพทย์ ฉบับล่าสุดเมื่อ ค.ศ.​2006 มีข้อความว่า (แปลโดย ศาสตราจารย์ น.พ.เกษม วัฒนชัย)
 
นับตั้งแต่เวลาที่ข้าฯ ได้เข้าเป็นสมาชิกแห่งวิชาชีพแพทย์ ข้าฯขออุทิศชีวิตของข้าฯ เพื่อรับใช้มนุษยชาติ
ข้าฯ ขอมอบความเคารพบูชาและความกตัญญูแด่ครูของข้า
ข้าฯ จะปฏิบัติวิชาชีพของข้าฯ ด้วยมโนธรรมและด้วยศักดิ์ศรี
ข้าฯ จะคำนึงถึงสุขภาพของผู้ป่วยเหนือสิ่งอื่นใด
ข้าฯ จะรักษาความลับทั้งปวงที่มอบไว้แก่ข้าฯ
ข้าฯ จะพิทักษ์เกียรติยศ และรักษาประเพณีอันสูงส่งแห่งวิชาชีพแพทย์ เพื่อนร่วมวิชาชีพของข้าฯ ก็คือพี่น้องร่วมสายโลหิตของข้าฯ
ข้าฯ จะไม่ยอมให้ความแตกต่างทางศาสนา เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ อุดมการณ์ทางการเมือง หรือฐานะทางสังคมมาเป็นเครื่องกีดขวางหน้าที่ที่ข้าฯพึงมีต่อผู้ป่วย แม้จะอยู่ในภาวะถูกข่มขู่ ข้าฯ ก็จักยึดมั่นในคุณค่าแห่งชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่เกิดจนตาย ข้าฯ จะไม่ใช้ความรู้แห่งวิชาชีพในทางที่ขัดกับกฎแห่งมนุษยธรรม
ข้า ฯ ขอให้คำปฏิญาณนี้ด้วยความถ่อมสุภาพด้วยอิสระและด้วยเกียรติยศของข้า
 
ในคำปฏิญาณดังกล่าวนี้ เรายังเห็นได้ถึงอุดมคติของแพทย์ที่มีต้นแบบอยู่ในคำสัตย์สาบานของฮิปโปเครตีสอยู่บ้าง กล่าวได้ว่าแม้เวลาผ่านไป แพทย์ผู้ “กุมชะตาชีวิต” ของคนไข้ ก็ยังคงได้รับการคาดหวังจากสังคมตลอดมา
 
เหนือสิ่งอื่นใด “ชีวิต” ของผู้ป่วยคือสิ่งสำคัญที่สุด

ประติมากรรมรูปฮิปโปเครตีส ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากรีกแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ที่มาของภาพ

ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามแห่งการแพทย์โบราณ (ซ้ายไปขวา : กาเลน (โรมัน) อะวิเคนา (อาหรับ) และ ฮิปโปเครตีส (กรีก))  ภาพพิมพ์จากแม่พิมพ์ไม้ในตำราแพทย์ยุคแรกๆ ที่มาของภาพ

---------------
เรียบเรียงจาก
Hood, J. (2014). “The Hippocratic Oath” in How to Win a Roman Chariot Race.
Parker, S. (2013). Kill or Cure : An Illustrated History of Medicine.
https://en.wikipedia.org/wiki/Declaration_of_Geneva
http://www.si.mahidol.ac.th/th/division/sa/div_knowledgesdetail.asp?div_id=70&kl_id=3
https://th.wikipedia.org/wiki/ฮิปพอคราทีส