Food World

“เบียร์หลับเป็นตาย” จากสมัยกลาง

ในสมัยกลางมีเบียร์อยู่สูตรหนึ่ง ที่ใช้ส่วนผสมจากพืชที่ทุกส่วนของมันมีพิษ แม้จะถูกห้ามผลิตไปในช่วงศตวรรษที่ 16 แต่ยังมีสรรพคุณทางยาที่รู้จักกันกว้างขวางตั้งแต่สมัยอียิปต์จนถึงปัจจุบัน
 
ต้นเฮนเบนดำ (Black Henben) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Hyoscyamus niger เป็นพืชในวงศ์ Solanaceae มีต้นกำเนิดในแถบยูเรเซีย (Eurasia) พบตามที่รกร้างทั่วไปในยุโรป ลำต้นหยาบเหนียว มีขน ดอกสีเหลือง มีเส้นสีม่วง ผลเป็นแคบซูลมีกลีบเลี้ยงคล้ายกระดาษหุ้ม มีฤทธิ์หลอนประสาท ทำให้เซื่องซึม ใช้ในทางเภสัชกรรมเป็นหลัก

ต้นเฮนเบนดำ ที่มาของภาพ

ตำรายากรีกโบราณเอ่ยถึงต้นเฮนเบนว่าใช้เป็นเครื่องแต่งรสไวน์ ทั้งยังใช้เป็นยาระงับประสาทและยาระงับปวด
 
ในภาษาอังกฤษมีการเอ่ยถึงพืชชนิดนี้ ว่า Henne-belle (ออกเสียงคล้ายๆ เฮน-เบล) เมื่อราว ค.ศ.1000 และปรากฏในตำราแพทย์หลายฉบับตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมา
 
ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 13 ก็เรียกพืชนี้ว่า henbane ซึ่งพ้องกับคำในภาษาอังกฤษโบราณว่า “ความตาย” ซึ่งอาจได้มาจากพิษที่เกิดขึ้นเมื่อกินพืชชนิดนี้เข้าไป ที่จริง ทุกส่วนของพืชชนิดนี้เป็นพิษ โดยเฉพาะที่ใบ
 
จอห์น เจอราร์ด (John Gerard) นักพฤกษศาสตร์และพ่อค้ายาสมุนไพรชาวอังกฤษสมัยกลางอธิบายสรรพคุณทางยาของต้นเฮนเบนไว้ในหนังสือ Herball ของเขาว่า “ใบ เมล็ด และน้ำที่คั้นจากพืชนี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้หลับเป็นตายเหมือนคนเมา แต่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย...การล้างเท้าในน้ำสกัดจากต้นเฮนเบนและการสูดดมดอกพืชชนิดนี้ทำให้หลับได้เช่นกัน”​ นอกจากนี้เขายังกล่าวว่า “รากต้นเฮนเบนต้มกับน้ำส้มสายชู แล้วอมทั้งร้อนๆ ช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้”

จอห์น เจอราร์ด นักพฤกษศาสตร์อังกฤษสมัยกลาง ที่มาของภาพ

ความจริงการใช้เฮนเบนเป็นยาระงับปวดโดยเฉพาะอาการปวดฟันนั้น มีข้อมูลย้อนกลับไปถึงสมัยอียิปต์ที่มันใช้ควันจากการเผาพืชชนิดนี้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ ต้นเฮนเบนพันธุ์ที่ปลูกในอียิปต์นั้นมีส่วนผสมของอัลคาลอยด์เข้มข้นมากจึงมีประสิทธิภาพในการระงับปวดได้ดีกว่าสายพันธุ์อื่น
 
เฮนเบนยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องแต่งรสเบียร์ในสมัยกลาง ซึ่งสูตรที่ใช้กันในเวลานั้นประกอบด้วย ต้นอ่อนเฮนเบนตากแห้งสับละเอียด 40 กรัม ลูกเบย์เบอรี (bayberry) 5 กรัม น้ำ 23 ลิตร มอลต์ต้ม 1 ลิตร น้ำผึ้ง 900 กรัม ยีสต์แห้ง 5 กรัมและน้ำตาลแดง
 
บางเมืองอย่างเช่นเปิลเซน (Pilsen) เรียกเบียร์รสเฮนเบนตามสูตรข้างต้นว่า Bilsenkraut ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกต้นเฮนเบนในภาษาเยอรมัน
 
อย่างไรก็ตาม กฎหมายความบริสุทธิ์ของเบียร์ที่ออกในแคว้นบาวาเรีย (Bavarian Purity Law) เมื่อ ค.ศ.1516 ห้ามใช้เฮนเบนเป็นส่วนผสมของเบียร์ โดยกำหนดให้เบียร์ต้องเป็นส่วนผสมของข้าวบาร์เลย์ ฮอพส์ ยีสต์และน้ำเท่านั้น

เบียร์ผสมสมุนไพร (gruit, grut หรือ gruyt) เพื่อความขมและรสชาติที่ยังมีการผลิตอยู่ในปัจจุบัน
ที่มาของภาพ

ปัจจุบันมีการปลูกเฮนเบนในยุโรปตะวันออกและอินเดีย แต่ในอังกฤษกลับไม่ค่อยพบ ขณะเดียวกันมีพบบ้างเล็กน้อยในสก็อตแลนด์
 
ที่สำคัญ เฮนเบนเป็นพืชที่ถูกจัดไว้ในกลุ่มพืชใกล้สูญพันธุ์ขั้นร้ายแรงของโลก
 
แม้จะไม่มีการนำมาใช้ผสมในเบียร์อย่างสมัยกลาง แต่ปัจจุบันวงการเภสัชกรรมก็ยังใช้รักษาโรครูมาติก โรคหอบหืด โรคประสาท แก้ไอ ปวดฟัน และปวดท้อง
 
เบียร์สูตรผสมเฮนเบนจะมีรสชาติอย่างไร และทำให้เคลิบเคลิ้มได้ขนาดไหน
แต่คิดอีกที อย่าเสี่ยงเลยดีกว่า!!!


---------------
เรียบเรียงจาก
Crofton,I. (2013). Curious History of Food and Drink. London : Quercus.
Parker, S. (2013). Kill or Cure : An Illustrated History of Medicine. London : DK.
https://www.thevintagenews.com/2016/10/20/they-used-an-hallucinogenic-plant-as-flavoring-in-german-beers-during-the-middle-ages/?utm_source=penultimate