Armies Weapons and Warfare

10 ข้อเท็จจริงของสงครามสนามเพลาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

ภาพยนตร์เรื่อง War Horse หรือในชื่อไทยว่า ม้าศึกจารึกโลก และภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 เรื่องอื่นๆ มักจะมีฉากที่เหล่าบรรดาทหารต้องแออัดกันอยู่ในหลุมที่ถูกขุดเป็นแนวยาว พวกเขาต้องกิน นอน และต่อสู้กันในพื้นที่แคบๆ และพื้นที่เหล่านี้มันคือสภาพตามหลักนิยมของการรบในช่วงยุคนั้น ที่กองทัพทั้งสองฝ่ายมาประจัญหน้ากันในพื้นที่เปิดโล่ง ต่างฝ่ายต่างคุมเชิงผลัดกันรุกและรับ สงครามประเภทนี้รู้จักกันในชื่อของ “สงครามสนามเพลาะ หรือ Trench Warfare” เราลองมาติดตามข้อเท็จจริงของสงครามและยุทธวิธีการรบที่ดูดกลืนชีวิตทหารนับล้านคนนี้กัน

แนวลักษณะสนามเพลาะแบบ 3 แนวของฝ่ายอังกฤษ ที่มาของภาพ

1. สนามเพลาะที่ถูกขุดมีความยาว 25,000 ไมล์

กองทัพพันธมิตรและกองทัพมหาอำนาจกลางต่างขุด ขุด และขุดสนามเพลาะของตนเองในทุกๆ แนวรบ ทุกสมรภูมิ หากเรานำความยาวทั้งหมดของสนามเพลาะของทุกฝ่ายมารวมกันแล้วจะมีความยาวประมาณ 25,000 ไมล์ ในแนวรบด้านตะวันตกอันมีสนามรบหลักที่ประเทศฝรั่งเศสมีการขุดสนามเพลาะตั้งแต่ช่องแคบอังกฤษไปตลอดจนพรมแดนประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และด้วยระยะความยาวนี้คือความยาวที่สามารถเดินทางไปกลับข้ามประเทศสหรัฐอเมริกาได้ถึง 8 รอบ !!!

2. สนามเพลาะไม่ใช่แค่ร่องหลุมบนพื้นดิน

แม้สนามเพลาะจะเป็นการขุดและซ่อนพรางในทางยุทธวิธี แต่สนามเพลาะนี้ก็ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่นั้น บางส่วนของสนามเพลาะยังถูกแบ่งเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น โรงพยาบาล กองบัญชาการ ห้องครัว หรือแม้กระทั่งที่นอน นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีหลักนิยมในการสร้างสนามเพลาะที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่นฝ่ายเยอรมันจะสร้างสนามเพลาะด้วยการใช้ไม้มาทำผนังของสนามเพลาะเพื่อป้องกันดินสไลด์จากฝนที่ตกลงมาและด้วยความที่คนเยอรมันมักชอบความสมบูรณ์แบบ ภายในสนามเพลาะของพวกเขาจึงมีแม้กระทั่งเตียงนอนสองชั้นให้ทหารได้นอนพัก ถังน้ำดื่มประจำจุดต่างๆ รวมถึงมีไฟฟ้าใช้อีกด้วย

สภาพภายในสนามเพลาะที่กลายเป็นโคลนภายหลังจากฝนตกหรือหิมะละลาย ที่มาของภาพ

3. ร่องลึกในสนาม

การใช้ชีวิตในสนามเพลาะช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 คือรูปแบบการใช้ชีวิตที่ห่างไกลจากความสุขสบายทั้งปวง มันไม่ใช่แค่การที่เราต้องจากบ้านมาอยู่ในหลุมและคุดคู้อยู่ในนั้นเป็นวันเป็นเดือน แต่เบื้องหน้าของเรามีใครก็ไม่รู้ที่พยามจะฆ่าเราให้ตายตลอด 24 ชั่วโมง เวลาที่ฝนตกหรือหิมะละลาย สนามเพลาะทั้งหมดมีสภาพไม่ต่างจากหลุมโคลน ทหารต้องเดินลุยโคลนและน้ำท่วมขัง ซึ่งบางครั้งมีความสูงเลยเข่าขึ้นมา ในช่วงแรกของสงครามที่ทหารทั้งสองฝ่ายพากันขุดสนามเพลาะ พวกเขาลืมนึกถึงการวางระบบระบายน้ำเพราะทหารส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าสงครามครั้งนี้จะสิ้นสุดก่อนวันคริสต์มาส การเดินลุยโคลนและลุยน้ำนานๆ นอกจากเป็นความลำบากในการใช้ชีวิตแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือโรคภัยต่างๆ ที่มากับการลุยน้ำและโคลน อาการเท้าเปื่อย และน้ำกัดเท้า หรือโรคที่เกิดกับเท้าอื่นๆ คือสิ่งที่รังควานชีวิตในสนามเพลาะของทหารทั้งสองฝ่าย

4. มีทหารกว่า 200,000 นาย ตายอยู่ในสนามเพลาะ

ทหารหนุ่มจากทั่วโลกจำนวนกว่า 15 ล้านนาย พลีชีพอยู่ในสนามรบ แต่ในจำนวนนี้มีทหารกว่า 200,000 นาย ที่มีสนามเพลาะเป็นที่ตายของพวกเขา สนามเพลาะอาจจะช่วยปิดบังกระสุนปืนเล็กยาวหรือปืนกลจากข้าศึกได้ แต่อาจจะมีกระสุนบางชนิดอย่างเช่น ปืนใหญ่และอาวุธวิธีโค้งต่างๆ ที่ระดมยิงเข้ามา อาจจะมีกระสุนบางนัดหล่นลงมากลางสนามเพลาะพอดี ปืนใหญ่และอาวุธวิถีโค้งในยุคนั้นอาจจะยังไม่ค่อยมีความแม่นยำเท่าที่ควร แต่อำนาจการทำลายนั้นรุนแรงมาก นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีพลซุ่มยิงที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาระเบิดสมองทหารผู้โชคร้ายคนใดก็ตามที่โผล่หัวขึ้นมาจากสนามเพลาะ

หนูที่ถูกจับได้ภายในสนามเพลาะของทหารฝรั่งเศส ที่มาของภาพ

5. น่ารำคาญเหลือเกิน!!!
 
ถ้าคุณอยู่รอดและผ่านพ้นอาการเท้าเปื่อย คุ้นชินกับกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพมนุษย์ และชาชินปืนใหญ่ที่ระดมยิงมาใส่สนามเพลาะของคุณ แบบนี้ละคุณถึงจะถูกเรียกว่าทหารเต็มตัว แต่การเป็นทหารเต็มตัวก็มิวายที่จะมีบางสิ่งที่มารังควานชีวิตของคุณอยู่เรื่อยๆ นั่นก็คือเหล่าบรรดาหนู เห็บ หมัด และสิ่งมีชีวิตปรสิตอื่นๆ เกินจินตนาการที่คอยรังควานชีวิตของเรา หนูสีดำและหนูสีน้ำตาล ติดมากับกล่องลังยุทธปัจจัยต่างๆ มันแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วและเพิ่มปริมาณมาก นอกจากมันจะกินเศษอาหารแล้ว ศพทหารที่ตายก็กลายเป็นอาหารของพวกมันได้เหมือนกัน แต่ข้อดีของมันและคงจะเป็นข้อดีอย่างเดียวของพวกหนูๆ ทั้งหลายคือพวกมันสามารถกลายมาเป็นอาหารยามขาดแคลนให้แก่ทหารได้ เมนู “หนูสนามเพลาะ” ช่วยให้ทหารทุกๆ ฝ่ายอิ่มท้องได้เสมอ
 
6. กลิ่นอันไม่พรึงประสงค์
 
ท่ามกลางการระดมยิงของปืนเล็กยาว ปืนกล ปืนใหญ่ สิ่งมีชีวิตน่ารำคาญต่างๆ และอาการเท้าเปื่อย ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ทหารในยุคนั้นจะต้องเผชิญก็คือ กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ ทั้งที่อยู่เขตพื้นที่สนามรบ ได้แก่กลิ่นศพมนุษย์ หรือที่อยู่ภายในสนามเพลาะอันมาจากกลิ่นตัวของทหารแต่ละนาย กลิ่นสิ่งของเครื่องใช้หรือควันจากการยิงของปืน ปะปนผสมกันจนทำให้รู้สึกคลื่นเหียน และวันดีคืนดีเราอาจจะได้พบกับอาวุธเคมีจากข้าศึกทั้งแก๊สน้ำตา มัสตาร์ด คลอรีน หรือ ฟอสจีน ที่เมื่อสูดดมเข้าไปมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้หมดลมหายใจเร็วขึ้นเท่านั้น กลิ่นต่างๆ เหล่านี้แทบจะไม่จางหายไปเลยจากสนามเพลาะ บางครั้งกลิ่นเก่ากำลังจะหมดไปกลิ่นเหม็นใหม่ๆ ก็เข้ามา มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะหาอากาศบริสุทธิ์สูดหายใจเข้าไปได้อย่างเต็มปอด

ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นถึงแนวของสนามเพลาะที่ถูกขุดและเชื่อมต่อกัน ที่มาของภาพ

7. พื้นที่ไร้การครอบครอง
 
พื้นที่ไร้การครอบครองคือบริเวณที่กึ่งกลางระหว่างสนามเพลาะของทั้งสองฝ่าย มันอาจจะห่างกันแค่ 50 เมตร หรือ ห่างกันเป็น 1,000 เมตร แต่มันคือแดนสนธยาที่ดูดกลืนชีวิตทหารนับพันในการรบเพียงแค่ครั้งเดียว มันไร้ซึ่งแมกไม้หรือพืชพรรณต่างๆ เพราะการระดมยิงของปืนใหญ่และอาวุธหนักต่างๆ แพ้วถางให้ทั้งพื้นที่เหลือแต่เศษซากของต้นไม้หรือเหลือแค่ตอไม้ พอให้เรารับรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้มันเคยเป็นป่ามาก่อน เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายบุก พวกเขาต้องวิ่งให้เร็วหรือเดินให้ไว (วิ่งน่าจะดีที่สุด) ท่ามกลางการยิงสกัดจากปืนเล็กยาวของข้าศึก ปืนกลและปืนใหญ่ ที่จะยิงเข้ามาสังหารผลาญชีวิตทหารทุกคน เมื่อทหารฝ่ายบุกวิ่งเข้ามามันเป็นการง่ายที่ทหารฝ่ายตั้งรับจะเล็งยิงได้ถนัด บ่อยครั้งที่ร่างของทหารเด่นชัดตัดกับเส้นขอบฟ้าในพื้นที่โล่งชัดเจน ที่หมายของพวกเขาคือแนวรั้วลวดหนามอันเป็นปราการป้องกันสุดท้ายก่อนจะถึงสนามเพลาะของอีกฝ่าย ทหารฝ่ายบุกจะขว้างระเบิดมือเข้าไปยังสนามเพลาะของทหารฝ่ายรับ และเมื่อควันของการระเบิดจางลงเมื่อไร การตะลุมบอนและการรบในระยะประชิดคือสิ่งที่เกิดขึ้น ดาบปลายปืน มีด พลั่ว ก้อนหิน หรือแม้แต่มือเปล่า คือสิ่งที่ทหารทั้งสองฝ่ายจะนำออกมาใช้เข่นฆ่ากัน พวกเขาจะต่อสู้กันด้วยความหวาดกลัวเพราะต่างฝ่ายต่างก็กลัวจะถูกอีกฝ่ายฆ่า เมื่อเป็นเช่นนี้สัญชาตญาณดิบเถื่อนต่างๆ จะถูกนำออกมาใช้อย่างไร้ซึ่งการยั้งคิดใดๆ มันคือฝันร้ายของทหารผ่านศึกที่ได้เห็นภาพหฤโหดที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกัน

พื้นที่ไร้การครอบครองภายหลังการรบยุติลงซึ่งที่แห่งนี้เคยเป็นป่ามาก่อน ที่มาของภาพ ​​​​​​​

8. สนามเพลาะถูกเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
 
ในช่วงแรกของสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพอังกฤษออกแบบสนามเพลาะของตนเองออกเป็นสามแนว และเชื่อมแนวสนามเพลาะทั้งสามเข้าด้วยกัน แนวสนามเพลาะแรกทหารจะทำได้แค่เพียงนั่งหรือยืนประจำการ แนวต่อมาจะคอยสนับสนุนให้กับแนวสนามเพลาะแรก ส่วนแนวที่สามจะเป็นจุดที่กำลังหนุนจะรอคอยการร้องขอกำลังเสริมของแนวสนามเพลาะทั้งสองแนวแรก รวมทั้งถ้าหากข้าศึกตีฝ่าสนามเพลาะแนวแรกหรือฝ่ามาจนถึงแนวที่สองได้ กำลังทหารในสนามเพลาะแนวที่สามจะทำการเข้าตีโต้ตอบและผลักดันข้าศึกออกไป อาวุธหนักอย่างปืนใหญ่ก็จะอยู่ในแนวสนามเพลาะที่สามเช่นกัน ส่วนทางด้านฝ่ายเยอรมันมีการขุดแนวสนามเพลาะออกเป็นหลายแนวแต่ไม่ได้ซ้อนต่อกันเป็นสามแนวแบบฝ่ายอังกฤษ ด้วยเหตุผลที่หากสนามเพลาะใดถูกยึดได้ พวกเขาสามารถหลบหนีออกไปตามช่องทางที่ถูกขุดเชื่อมต่อไปยังสนามเพลาะอื่นๆ ฝ่ายเยอรมันมักจะสร้างสนามเพลาะของตนเองให้เป็นป้อมปราการ

ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง War Horse ม้าศึกจารึกโลก ฉากที่ทหารอังกฤษเคลื่อนพลผ่านเขตพื้นที่ไร้การครอบครองภายใต้การระดมยิงจากฝ่ายเยอรมัน ที่มาของภาพ

9. การสร้างสนามเพลาะเป็นเรื่องที่ยาวนานและเหน็ดเหนื่อย
 
ความลึกของสนามเพลาะโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 3.50 เมตร เป็นความลึกท่วมหัวทหารทุกคนที่อยู่ภายในและป้องกันการยิงจากข้าศึกได้ แน่นอนว่าการขุดไม่ได้มีเครื่องจักรหรือเครื่องทุนแรงใดๆ แต่พวกเขาขุดมันด้วยพลั่วและมือ นอกจากนี้ยังมีการนำแผ่นไม้มาทำเป็นผนังและทางเดิน ทั้งยังมีรั้วลวดหนามยาวที่ถูกจัดวางไว้เป็นหลายแนวด้วยเช่นกัน กระสอบทรายถูกบรรจุดินและนำไปวางไว้บนขอบบนสุดของสนามเพลาะหรือวางก่อเอาไว้เป็นบังเกอร์หรือรังปืนกล ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ต้องใช้แรงอย่างมากและมันเป็นงานที่ไม่มีวันยุติ หากวันใดวันหนึ่งมีกระสุนปืนใหญ่มาตกลงมาใส่ หรือได้รับความเสียหายจากรณีอื่นๆ ทหารที่อยู่ภายในสนามเพลาะจะต้องซ่อมแซมมันให้เป็นปกติเช่นเดิม

ภาพวาดแสดงให้เห็นถึงการตะลุมบอนด้วยดาบปลายปืนระหว่างทหาร อังกฤษและทหารเยอรมัน
ที่มาของภาพ

10. ระยะเวลาในการใช้งานสนามเพลาะอาจจะสั้น
 
หน่วยทหารบางหน่วยอาจจะมีระยะเวลาในการประจำการในสนามเพลาะช่วงเวลาสั้นๆ มันอาจจะใช้เวลาแค่ 2 ถึง 3 สัปดาห์ในสนามรบก่อนจะถูกสับเปลี่ยนกำลังหรือเคลื่อนพลเข้าตีแนวรบข้าศึก สนามเพลาะของแต่ละฝ่ายอาจจะถูกเปลี่ยนมือไปมากันอยู่เรื่อยๆ ตราบใดที่การรุกและรับยังคงดำเนินอยู่ต่อไป 

----------------------
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.scout.com/military/warrior/story/1483404-10-crazy-facts-about-trench-warfare
http://io9.gizmodo.com/trench-warfare-in-world-war-i-was-a-smarter-strategy-th-1637657733
http://www.longlongtrail.co.uk/soldiers/a-soldiers-life-1914-1918/life-in-the-trenches-of-the-first-world-war/
http://www.firstworldwar.com/features/trenchlife.htm
http://www.ducksters.com/history/world_war_i/trench_warfare.php


​​​​​​​