Oriental World

ทำไมวัดพุทธหลายนิกายในญี่ปุ่นจึงโดนกวาดล้าง

ส่วนมากถ้าถามว่า คนญี่ปุ่นนับถืออะไร ในความรับรู้ของคนไทยทั่วไปก็คงไม่พ้นพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งก็จะมีแตกย่อยออกมาอีก เช่น นิกายเซ็น เท็นได โจโด นิชิเร็น ต่อมาญี่ปุ่นยังมีลัทธิชินโตที่บูชาองค์จักรพรรดิประดุจเทพเจ้าอวตารด้วย แต่แม้ว่าจะเป็นประเทศที่นับถือพุทธศาสนาหลายนิกาย ก็ยังรับเอาศาสนาอื่นเช่นคริสต์เข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของพวกตน
 
แต่ศาสนาของญี่ปุ่นก็มีเอกลักษณ์เด่นประการหนึ่ง คือมักเกี่ยวพันกับชีวิต จิตวิญญาณ และความตาย เพราะเป็นประเทศที่มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นตลอดเวลา ในหลักปรัชญาของญี่ปุ่นจึงมักผูกโยงกับเรื่องความตายและโลกหน้าอยู่มาก โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องแดนสุขาวดี

แดนสุขาวดีตามความเชื่อของนิกายโจโด ที่มาของภาพ

ศาสนาพุทธในญี่ปุ่น จึงมีลักษณะที่กล่าวถึงเรื่องโลกในภายหลังความตาย และดินแดนสุขาวดี หากทำความดีหรือทำบุญแล้วก็จะได้ไปอยู่ในโลกหน้าที่ดีกว่าเดิม แนวคิดนี้สามารถดึงดูสานุศิษย์ที่มาจากคนยากไร้ได้จำนวนมหาศาล นี่จึงเป็นความรุ่งเรืองของพุทธนิกายเท็นไดและนิกายโจโด ที่ขับเคี่ยวแข่งขันกันอยู่เกือบร้อยปี โดยสายเท็นไดมีฐานที่มั่นหลักคือ ภูเขาฮิเอ และสายโจโดมีฐานที่มั่นหลักคือวัดฮอนกันจิ แล้วยังมีอีกสายที่แข่งขันกับนิกายโจโดอย่างรุนแรงเช่นกัน นั่นคือสายนิชิเร็น ซึ่งเป็นพุทธสายที่เข้ามาวิพากษ์เรื่องทางการเมืองด้วย  
 
สุดท้ายแล้ว ทั้งสามนิกายก็โดนกวาดล้างอย่างรุนแรงในสมัยที่ โอดะ โนบุนางะ ได้ขึ้นมามีอำนาจในรัฐบาล

โอดะ โนบุนางะ ศัตรูร้ายของชาวพุทธในยุคเซ็นโกคุ ที่มาของภาพ

ในบันทึกประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่มักเชื่อกันว่า สาเหตุที่โนบุนางะเข้าปราบปรามพุทธทั้งสองนิกายอย่างรุนแรง เป็นเพราะเขาต้องการกวาดล้างกลุ่มพระนอกรีตที่ไม่ได้ปฏิบัติตนอยู่ในศีลในธรรม ดื่มสุราและมั่วผู้หญิง อีกทั้งยังซ่องสุมกำลังพระนักรบ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองและการชิงอำนาจ อีกสาเหตุคือ อาจเพราะโนบุนางะเป็นไดเมียวเพียงไม่กี่คนในยุคนั้นที่ให้การสนับสนุนมิชชันนารีจากโปรตุเกสในการเข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายเยซูอิตอย่างเต็มที่ ทำให้มีผู้เข้ารีตเป็นจำนวนไม่น้อย เชื่อกันว่าโนบุนางะเองก็เปลี่ยนศาสนามานับถือคริสต์ด้วย
 
แต่อันที่จริง สิ่งที่โนบุนางะต้องการจากชาวตะวันตกน่าจะเป็นเรื่องของวิทยาการอาวุธปืน การก่อสร้างปราสาทด้วยวิทยาการตะวันตก วิศวกรรม การต่อเรือ และทหารรับจ้าง มากกว่าจะสนใจเปลี่ยนมานับถือคริสต์ศาสนาจริงๆ เพราะเขาเองก็ยังมีพฤติกรรมและความชื่นชอบหลายอย่างในทางพุทธ โดยเฉพาะทางพุทธสายเซ็นเป็นหลัก เช่นพิธีชงชา แล้วในวาระสุดท้ายนั้น เขาก็ยังเดินทางเข้าพำนักอยู่ในวัดฮอนโนจิด้วย
 
หนึ่งในการศึกที่ทำให้ชื่อเสียงของโนบุนางะเลวร้ายถึงขีดสุด คือเรื่องที่เขาสั่งทหารมากกว่า 30,000 คน บุกโจมตีภูเขาฮิเอ แล้วเผาทำลายวัดเอ็นเรียคุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพุทธนิกายเท็นไดจนสิ้นซาก โดยไม่เว้นผู้หญิง เด็ก และคนชราที่ไร้ทางสู้ เรื่องนี้ทำให้เขาโดนชาวพุทธแทบจะทั่วญี่ปุ่นตราหน้าว่าเป็นเสมือนจอมมาร และเป็นมารผู้คิดทำลายพุทธศาสนา
 
โนบุนางะยังทำศึกกับวัดฮอนกันจิอย่างต่อเนื่องนานมากกว่า 10 ปี สังหารพวกสาวกอิกโกะ-อิกกิไปจำนวนมาก จากนั้นในปี ค.ศ.1579 เขาก็สั่งให้จัดงานโต้วาทีระหว่างพระสองนิกายคือ โจโดและนิชิเร็น ที่ปราสาทอาสึชิ เหตุการณ์ครั้งนี้โด่งดังมาก ผลลัพธ์คือ โนบุนางะได้ออกคำสั่งลงโทษสาวกของนิกายนิชิเร็นไปจำนวนมาก ทำให้ชาวพุทธสายนี้ไม่สามารถก่อการอะไรได้
 
ในปีถัดมา โนบุนางะสั่งทหารบุกโจมตีวัดฮอนกันจิครั้งใหญ่ ระดมกำลังทหารได้เกือบ 200,000 คน บุกโจมตีหลายทิศทาง ผลจากการทำศึกต่อเนื่อง เจ้าอาวาสของวัดฮอนกันจิคือเคนเนียจึงประกาศยอมจำนน แล้วอพยพผู้คนออกจากวัด แต่บุตรชายของเคนเนียคือเคนเนียวไม่ยอมแพ้ ยังคงดึงดันสู้ต่อ สุดท้ายโนบุนางะที่มีกำลังทหารเหนือกว่ามากก็บุกเผาทำลายวัดจนราบคาบ พวกศิษย์วัดและสาวกที่เหลือจึงไปตั้งมั่นที่ไซงะ เท่ากับสิ้นสุดอิทธิพลของพุทธทั้งสามนิกายที่เป็นศัตรูของโนบุนางะมานาน
 
แต่หลังจาก โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ขึ้นมาครองอำนาจแทน เขาก็เริ่มฟื้นฟูศาสนาพุทธกลับมาเรื่อยๆ เพราะฮิเดโยชิมีความระแวงพวกชาวคริสต์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกที อีกทั้งเขาเริ่มทราบว่า พวกชาวตะวันตกวางแผนคิดจะฮุบกลืนญี่ปุ่น โดยการใช้ศาสนาคริสต์เป็นหัวหอกหลัก เมื่อมีชาวคริสต์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วถึงขั้นทำให้ผู้นำประเทศเปลี่ยนมาเข้ารีตเป็นชาวคริสต์แล้ว ก็จะควบคุมญี่ปุ่นได้ง่าย หรือถ้าผู้นำญี่ปุ่นไม่ยอม ก็จะใช้กำลังทัพเรือเข้ายึด ฮิเดโยชิจึงออกประกาศกวาดล้างชาวคริสต์อย่างรุนแรง เพื่อป้องกันการก่อกบฏ ฮิเดโยชิยังให้สร้างหลวงพ่อไดบุตสึที่มีขนาดใหญ่โตที่สุด เพื่อแสดงถึงความเลื่อมใสในศาสนาพุทธ และต้องการฟื้นฟูศาสนากลับมา
 
เมื่อถึงยุคของโตคุงาวะ อิเอยาสุ จึงเริ่มการผลักดันชาวตะวันตกให้ออกนอกประเทศ หันมาสนับสนุนพุทธศาสนานิกายเซ็นอย่างเต็มที่ หนึ่งในที่ปรึกษาสูงสุดของอิเอยาสุก็คือ นันโคโบเท็นไค ก็เป็นพระสงฆ์ที่มีความปราดเปรื่องรอบรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม อิเอยาสุให้ความไว้ใจมาก เท็นไคยังได้อยู่เป็นที่ปรึกษาให้โชกุนของโตคุงาวะต่อเนื่องมาอีกสองยุค คือ ฮิเดทาดะ และ อิเอมิทสึ
 
อีกทั้งพุทธนิกายเซ็นมีความเข้ากันได้กับปรัชญาซามูไรหรือวิถีนักรบมากกว่าพุทธสายอื่น เพราะให้ความสำคัญกับสภาวะสุญตา ความว่างเปล่า การปล่อยวาง การฝึกฝนตนเอง แตกต่างไปจากพุทธสายเท็นได โจโด และนิชิเร็นที่หมดบทบาทไปแล้ว แต่จะเข้าถึงชาวบ้านผู้ยากไร้ได้มากกว่า พระในนิกายเซ็นหลายท่านก็มีลักษณะที่น่าเคารพเลื่อมใสเพราะมุ่งปฏิบัติทางธรรมจริงๆจังๆ ไม่สนใจลาภยศเป็นหลัก ตัวอย่างพระดังในนิกายเซ็นยุคนั้นเช่น พระอาจารย์โดเก็น หรือ พระอาจารย์ทาคุอัน เป็นต้น

พระอาจารย์โดเก็น ผู้เผยแผ่พุทธนิกายเซ็นจนเป็นที่ยอมรับของเหล่าซามูไร ที่มาของภาพ

แต่ในยุคของอิเอมิทสึ ปรากฏว่าลัทธิความเชื่อซึ่งเข้าถึงคนทั่วไปมากที่สุดกลับกลายเป็นลัทธิหยูของขงจื่อ ที่นักวิชาการของทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากจีน หลังจากศึกษาจนแตกฉานแล้ว ก็นำมาผสมผสานกับวิถีบูชิโด เพื่อให้สะดวกต่อการปกครองยิ่งขึ้น การมาของขงจื่อ จึงส่งผลสะเทือนต่อศาสนาพุทธไม่น้อย
 
จากนั้นเมื่อญี่ปุ่นโดนบังคับให้เปิดประเทศอีกครั้งหลังจากการมาของเรือดำ ลัทธิชินโตที่นับถือองค์จักรพรรดิเป็นเสมือนอวตารของเทพเจ้าก็เฟื่องฟูขึ้นถึงขีดสุด ขณะที่พุทธศาสนากลับเสื่อมถอยลงมาก รัฐบาลยุคปฏิรูปได้มีคำสั่งหลายอย่างที่บีบคั้นศาสนาพุทธ ทั้งการสั่งห้ามก่อตั้งนิกายใหม่ ห้ามสร้างวัดเพิ่ม อีกทั้งบรรดาพิธีกรรมและรูปเคารพในพุทธศาสนาก็โดนยกเลิกจากราชสำนักทั้งหมด วัดพุทธในญี่ปุ่นยุคที่จักรพรรดิกลับมาครองอำนาจ จึงต้องปรับตัวใหม่ให้อยู่รอด ท่ามกลางสังคมที่เป็นชาตินิยมสุดโต่ง
 
กุศโลบายหนึ่งที่ทำให้พุทธศาสนายุคนั้นคงอยู่มาได้คือ การแสดงให้เห็นว่า พุทธศาสนายังเป็นความเชื่อและสถาบันที่สามารถช่วยเยียวยาจิตใจผู้คน ยกระดับสังคม มีส่วนร่วมในการสร้างชาติญี่ปุ่นให้เข้มแข็ง ตัวอย่างเช่น การสร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์ เพื่อรวบรวมพุทธศาสนานิกายต่างๆ ให้เข้ามาร่วมสมานฉันท์กัน ทำให้เกิดพลังเครือข่ายที่จะร่วมมือในการช่วยเหลือสังคม นำเงินบริจาคเข้าช่วยเหลือโรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ และภาคเอกชนที่สำคัญ อีกทั้งยังจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับไทโชที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น
 
การปฏิรูปของศาสนาพุทธ ทำให้พุทธในญี่ปุ่นยุคที่ลัทธิชินโตเป็นใหญ่ ยังสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ต่อมาได้ แล้วหลังจากญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม นายพลแท็ค อาเธอร์ก็ได้สั่งห้ามนับถือลัทธิชินโต เพราะเห็นว่าเป็นต้นตอสำคัญในการปลูกฝังลัทธิชาตินิยมสุดโต่งของญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งของลัทธิชินโตจึงผนวกเข้าไปอยู่ในพุทธศาสนายุคใหม่ของญี่ปุ่นโดยปริยาย พุทธศาสนาของญี่ปุ่นจึงมีอัตลักษณ์เฉพาะที่เข้มแข็งแต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นพุทธที่มีความเป็นพุทธเพียงอย่างเดียว แต่กลับกลายเป็นพุทธที่ผนวกรวมหลากหลายความเชื่อเข้าไว้ด้วยกัน การยอมรับความแตกต่างทั้งหลายให้เข้ามาผนวกในพุทธแบบญี่ปุ่นนี้เอง ทำให้พุทธยุคใหม่ของญี่ปุ่น เป็นมากกว่าศาสนา แต่อยู่ในวิถีชีวิตที่แยกกันไม่ออก และแตกต่างไปจากศาสนาพุทธของไทยและอีกหลายประเทศอย่างสิ้นเชิง

----------------
ข้อมูลอ้างอิง
 
หนังสือ
ยศไกร ส.ตันสกุล (2559). โอดะ โนบุนางะ พลิกวิถีผู้นำญี่ปุ่น, กรุงเทพ: แสงดาว
Jansen, Marius B. (2000). The Making of Modern Japan. Cambridge: Harvard University Press.
 
เว็บไซต์
https://en.wikipedia.org/wiki/Pure_land
http://www.thezensite.com/