Animal and Monster World

ทำไมต้องเป็นแมว(ดำ)

แมว สัตว์โลกขนปุย มีทั้งความน่ารัก ความสง่างาม ความปราดเปรียว ฯลฯ ซึ่งเชื่อวกันว่าเป็นสัตว์กลุ่มแรก ๆ ที่มาอยู่ในสังคมมนุษย์เลยก็ว่าได้ แต่ตลอดเวลา เส้นทางของแมวใช่ว่าจะราบรื่นไปเสียหมด บ่อยครั้งที่แมว โดยเฉพาะแมวดำ ตกเป็น “จำเลย” และได้รับผลกระทบจากความเชื่อบางอย่างอย่างน่าสมเพช
 
หากจะว่ากันไปแล้ว แมวดำไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพลังเหนือธรรมชาติ ความสยองหรือแม้แต่โชคร้ายเลยแม้แต่น้อย ที่จริงจะว่าไปในสมัยอียิปต์โบราณ เมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช แมว (รวมถึงแมวดำ) จัดเป็น "ซูเปอร์สตาร์" ของสัตว์โลกเลยก็ว่าได้
 
แมวอียิปต์มีฐานะสูงส่ง มีเทพีแมว มีรูปปั้น รูปสลัก รวมไปถึงมัมมีแมว ใครฆ่าแถวอาจต้องได้รับโทษหนัก


รูปสลักแมวของอียิปต์โบราณ ที่เชื่อว่าเป็นตัวแทนของเทพีบาสเตต (Bastet) ผู้พิทักษ์บ้านเรือน
ที่มาของภาพ


โลงหินบรรจุศพแมวของฟาโรห์ทุตโมสที่ 1 (ครองราชย์ (ประมาณ) 1506–1493 ก่อนคริสต์ศักราช)
ที่มาของภาพ

แต่พอมาถึงยุโรปสมัยกลาง สถานะของแมว (โดยเฉพาะแมวดำ) กลับดิ่งลงเหว ความเชื่อที่ว่าหญิงชรายากจนที่อยู่ลำพังต้องเลี้ยงแมวดำ และชอบไปดูแล ให้อาหารแมวตามตรอก (ซึ่งยังมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน) ต่อมาก็ถูกโยงเข้ากับความเป็นแม่มด
 
ผู้คนในสมัยกลางและสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการเชื่อว่าแมวเป็น "ผู้ช่วย" หรือสมุนของแม่มด หรือเป็นแม่มดที่แปลงร่างเป็นแมว โดยเฉพาะแมวดำถือว่าร้ายกาจที่สุดและบ่อยครั้งที่เป็นปีศาจเสียเอง


ภาพประกอบหนังสือ เป็นรูปแม่มดกำลังให้อาหาร “ผู้ช่วย” ซึ่งมีรูปร่างคล้ายแมว ที่มาของภาพ

ความเชื่อดังกล่าวมีที่มาจากนิทานพื้นบ้านเรื่องพ่อกับลูกชายในแถบลิคอล์นไชร์ (Lincolnshire) ที่แพร่หลายเมื่อราวทศวรรษ 1560 นิทานเรื่องนี้มีอยู่ว่า...
 
พ่อกับลูกชายเดินทางในคืนเดือนมืด ปรากฏว่ามีแมวดำวิ่งตัดหน้าแล้วมุดเข้าไปในช่องแมวลอด พวกเขาเลยขว้างก้อนหินใส่แมวตัวนั้นจนมันบาดเจ็บแล้ววิ่งไปทางบ้านผู้หญิงคนหนึ่งที่ต่อมาถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด วันต่อมาพ่อกับลูกชายก็ไปยังบ้านหญิงคนนั้น แล้วสังเกตว่าเธอบาดเจ็บและมีแผลฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่งซึ่งเหลือเชื่อว่าจะเป็นเหตุบังเอิญ ทำให้ผู้คนในแถบนั้นเชื่อว่าแม่มดแปลงกลายเป็นแมวดำในเวลาค่ำคืนและคอยทำร้ายผู้คน
 
ยิ่งกว่านั้นในช่วงที่มีการจับอัศวินเทมพลาร์ (Knight Templars) ไปจำคุกและทรมานในข้อหาเป็นคนนอกรีต อัศวินบางคนถึงกับยอมปริปากว่าพวกตนบูชาและได้รับความช่วยเหลือจากปีศาจ ซึ่งปรากฏตัวให้พวกตนเห็นในรูปของแมวดำ บ้างก็อ้างว่าต้องหาหญิงสาวกับเด็กมาสังเวยปีศาจด้วยซ้ำ


แม่มดและแมวดำ (ซ้ายมือ) จากภาพประกอบหนังสือในศตวรรษที่ 17 ที่มาของภาพ

แม่มดกับแมวลูกสมุน ที่มาของภาพ

ในช่วงที่มีการล่าและประหารแม่มดในยุโรป เมื่อนำแม่มดไปเผาทั้งเป็น "ผู้ช่วย" ของแม่มด ซึ่งก็ไม่พ้นแมวดำ ย่อมถูกประหารด้วยวิธีเดียวกัน ยิ่งเมื่อเป็นคำสั่งของศาสนจักรซึ่งมีอิทธิพลล้นฟ้นในเวลานั้นแล้ว (สันตะปาปาเกรกอรีที่ 9 ทรงดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ.1227-1241) ใครจะกล้าปฏิเสธ ผลก็คือทำให้แมว(ดำ)บริสุทธิ์ต้องถูกฆ่าไปเป็นจำนวนมากและเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน
 
ผลที่เกิดขึ้นในอีก 100 ปีถัดมาก็คือ ในช่วงปลายทศวรรษ 1340 ปริมาณหนูเพิ่มขึ้นและหมัดหนูซึ่งเป็นพาหะของกาฬโรคก็เพิ่มขึ้น ท้ายที่สุดก็ส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อกาฬโรคจากการที่ประชากรแมวลดลงอย่างมากนั่นเอง

การระบาดของเชื้อกาฬโรคทำให้ในยุโรปมีผู้ป่วยและตายเป็นจำนวนมาก ที่มาของภาพ

ชะตากรรมของแมวยังไม่ดีขึ้น กลับกันแมวกลับถูกฆ่าด้วยเหตุผลทางศาสนาอีกในช่วง 300 ปีถัดมา นั่นคือ ในสมัยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 (ครองราชย์ ค.ศ.1558-1603) แห่งอังกฤษ มีการเผาแมวทั้งเป็นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในพิธีบรมราชาภิเษก เนื่องจากขณะนั้นกลุ่มผู้สนับสนุนการปฏิรูปศาสนา หรือที่เรียกกันว่า ชาวโปรแตสแตนท์ มีอยู่ทั่วยุโรป ทำให้ชาวคาทอลิก (รวมถึงพระนางด้วย) ไม่อาจทนได้ ความเกลียดชังแมวกลับพร้อมกับการไม่ยอมรับความเห็นทางศาสนาที่ต่างออกไป ทำให้เกิดพระราชบัญญัติแม่มด (Witchcrat Act) เมื่อ ค.ศ.1563 ที่มีข้อหนึ่งระบุว่าการเลี้ยงแมวเป็น "สิ่งเลวร้าย" กระทั่งนำไปสู่การประหารแมวและเจ้าของเป็นจำนวนมาก

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 ที่มาของภาพ

ความเชื่อเรื่องแม่มดแปลงร่างเป็นแมวกลายเป็นแก่นของความเชื่อช่วงที่มีการล่าแม่มดซาเล็ม (Salem witch hunts) ในอเมริกา แม้แต่ทุกวันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างแมวดำกับแม่มดยังปรากฏให้เห็นชัดเจนในเทศกาลฮาโลวีน ทำให้สัตว์โลกขนฟูที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของปีศาจไปในบางส่วนของโลก
 
อย่างไรก็ตาม ในบางวัฒนธรรม แมวดำยังคงได้รับการนับถือและเป็นเครื่องหมายของความโชคดีอยู่จนปัจจุบัน ชาวสก็อตเชื่อว่าถ้ามีแมวดำประหลาดมาถึงบ้านนั่นเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ขณะที่โจรสลัดในศตวรรษที่ 19 เชื่อว่าถ้ามีแมวดำเดินเข้ามาหานั่นจะนำโชคร้ายมาให้ แต่ถ้ามันเดินจากไปก็จะทำให้กลายเป็นโชคดี นอกจากนี้ในแถบมิดแลนด์ของอังกฤษ มีการมอบแมวดำให้เป็นของขวัญแก่คู่บ่าวสาวเพราะเชื่อว่าจะทำให้ทั้งคู่โชคดี

-----------------
เรียบเรียงจาก
http://www.todayifoundout.com/index.php/2010/09/why-black-cats-are-considered-bad-luck/
http://www.medievalists.net/2013/10/why-cats-were-hated-in-medieval-europe/
http://www.libraryindex.com/pages/2149/History-Human-Animal-Interaction-MEDIEVAL-PERIOD.html