World Clvilization

ค้นพบแผ่นป้ายหยกในเบลิซ เผยความลับดำมืดของอารยธรรมมายา

หนึ่งในปริศนาดำมืดที่นักมายันวิทยา (Mayanist) ยังคงตามหาคำตอบจากอารยธรรมป่าฝนของชาวมายาโบราณที่รุ่งเรืองอยู่ในอเมริกากลางแถบประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา และเบลิซ ก็คือสาเหตุการล่มสลายอันน่าพิศวงเมื่อราวปี ค.ศ.800 ถึง ค.ศ.900 ของอารยธรรมมายาโบราณยุคคลาสสิก (Classic Period) นักมายันวิทยาพบว่าชาวมายาโบราณละทิ้งเมืองของพวกเขาไปอย่างลึกลับ บ้างก็อพยพออกไปอาศัยอยู่ในเมืองแห่งใหม่ทางตอนเหนือแถบคาบสมุทรยูคาทาน ทำให้นครโบราณที่เคยรุ่งเรืองตั้งแต่ปี ค.ศ.250 ต้องกลายเป็นเพียงนครร้างที่ถูกผืนป่ารกชัฏเขียวชอุ่มเข้าปกคลุมตั้งแต่นั้นมา

แผ่นหยกที่ค้นพบในนครนิม ลิ พูนิทจารึกอักขระมายาโบราณ 30 ตัวบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของกษัตริย์ในนครแห่งนี้ ที่มาของภาพ


แต่การค้นพบล่าสุดจากนักมายันวิทยาที่ศึกษาเมืองโบราณ “นิม ลิ พูนิท” (Nim Li Punit) ในประเทศเบลิซได้เปิดเผยว่า บางทีโบราณวัตถุที่เขาค้นพบจากนครแห่งนี้อาจจะช่วยเปิดเผยความจริงของปริศนาดำมืดที่วงการโบราณคดีมายากำลังให้ความสนใจกันอยู่ก็เป็นได้ หลักฐานชิ้นนั้นคือแผ่นป้ายทำจากหยกรูปตัว T ขนาดยาวประมาณ 19 เซนติเมตร กว้างประมาณ 10 เซนติเมตร และหนาประมาณ 1 เซนติเมตรที่จารึกข้อความภาษามายาโบราณเอาไว้ราว 30 ตัว และข้อความเหล่านี้ก็ได้บันทึกประวัติศาสตร์ของเมืองนิม ลิ พูนิทที่นักโบราณคดีไม่เคยได้ทราบมาก่อนเลยเอาไว้ด้วย!!
 
จริงๆ แล้วแผ่นป้ายนี้ถูกค้นพบตั้งแต่ในช่วงกลางปี ค.ศ.2015 แล้ว แต่การศึกษาจารึกภาษามายาโบราณบนแผ่นป้ายหยกชิ้นนี้ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าใดนัก ล่าสุดเมื่อปลายปี ค.ศ.2016 นักโบราณคดีนามว่า กอฟฟรีย์ บราสเวลล์ เพิ่งตีพิมพ์บทความทางวิชาการล่าสุดเกี่ยวกับความสำคัญของอักษรภาพมายาโบราณ 30 ตัวบนแผ่นป้ายหยกชิ้นนี้ลงในวารสารเกี่ยวกับอารยธรรมเมโสอเมริกา ซึ่งการถอดความอักษรภาพเหล่านี้ในเบื้องต้นก็ทำให้เราได้ข้อมูลเกี่ยวกับกษัตริย์ของชาวมายาโบราณแห่งเมืองนิม ลิ พูนิทเพิ่มมาอีกโขเลยทีเดียว
 
นิม ลิ พูนิทเป็นนครขนาดเล็กที่ไม่ได้มีความยิ่งใหญ่เท่าใดนักเมื่อเทียบกับนครแห่งอื่นๆ ชาวมายาโบราณอาศัยอยู่ในเมืองนี้ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.150 จนถึงประมาณปี ค.ศ.850 ชื่อของเมืองมีความหมายว่า “หมวกใบใหญ่” เรียกตามภาพสลักบนแผ่นศิลาที่ค้นพบ แสดงภาพกษัตริย์ชาวมายาโบราณสวมหมวกขนาดยักษ์บนศีรษะ นักโบราณคดีคาดว่าชื่อดั้งเดิมของนครแห่งนี้อาจจะเป็น “วาคัม” (Wakam) หรือไม่ก็อาจจะชื่อ “คาวัม” (Kawam) ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดในเวลานี้

การขุดค้นทางโบราณคดีในเมืองนิม ลิ พูนิทของชาวมายาโบราณในประเทศเบลิซ ที่มาของภาพ

นักโบราณคดีค้นพบแผ่นป้ายหยกในพระราชวังแห่งหนึ่งซึ่งน่าจะสร้างขึ้นมาในช่วงประมาณปี ค.ศ.400 ภายในพระราชวังมีสุสานที่สร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ.800 อยู่ด้วย ภายในสุสานแห่งนี้เองที่เครื่องปั้นดินเผา 25 ชิ้น และแผ่นป้ายหยกพร้อมอักษรภาพ 30 ตัวถูกค้นพบ แต่จริงๆ แล้วแผ่นป้ายหยกชิ้นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่อักษรภาพ เพราะอีกด้านหนึ่งของแผ่นป้ายปรากฏสัญลักษณ์คล้ายตัว T ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางชิ้นงานด้วยเช่นกัน นักโบราณคดีตีความว่า สัญลักษณ์ตัว T นี้น่าจะเป็นอักษรภาพมายาโบราณที่อ่านว่า “อิค” (ik’) ซึ่งหมายความถึง “สายลม” และ “ลมหายใจ” นอกจากนั้นแผ่นป้ายนี้ยังถูกฝังเอาไว้ใต้แท่นยกพื้นรูปตัว T แถมยังมีการค้นพบภาชนะที่มีภาพสลักของเทพเจ้าแห่งสายลมของชาวมายาโบราณอีกด้วย นั่นหมายความว่าแผ่นป้ายชิ้นนี้จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับ “ลม” อย่างลึกซึ้งเป็นแน่แท้
 
ว่าแต่ “ลม” สำคัญกับชาวมายาโบราณอย่างไร แน่นอนว่ามันสำคัญมาก เพราะชาวมายาโบราณเชื่อว่าลมจะเป็นตัวนำพาฝนมาสู่อาณาจักรของพวกเขา และเมื่อมีฝน มีน้ำ ก็ทำให้พืชผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ดี ชาวมายาโบราณจึงบูชาเทพเจ้าแห่งสายลมเพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลนั่นเอง นักโบราณคดียังค้นพบเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ชาวมายาโบราณได้เคยใช้เจ้าแผ่นป้ายหยกนี้ในระหว่างพิธีกรรมดังกล่าวเมื่อประมาณปี ค.ศ.672 ด้วยเช่นกัน

โบราณวัตถุที่ถูกฝังเอาไว้ในสุสานเมื่อปี ค.ศ. 800 ในเมืองนิม ลิ พูนิท ทางซ้ายมือคือแผ่นป้ายทำจากหยกที่ด้านหนึ่งสลักอักษรภาพ 30 ตัว อีกด้านหนึ่งสลักรูปตัว T ขนาดใหญ่สื่อความหมายถึง “สายลม”
ที่มาของภาพ

ข้อความสำคัญบนแผ่นป้ายหยกบอกว่าผู้ที่เป็นเจ้าของแผ่นป้ายนี้คือกษัตริย์มายาโบราณนามว่า “ฮานาบ โอล คอินิช” (Janaab Ohl K’innich) นอกจากนั้นอักษรภาพยังได้พูดถึงบิดาและมารดาของกษัตริย์องค์นี้ด้วย เราทราบว่ามารดาของพระองค์มาจากเมืองคาอัล เพช (Cahal Pech) อันห่างไกล ส่วนบิดาของพระองค์มาจากนครในกัวเตมาลา ทว่าบิดาได้สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 พรรษา นอกจากนั้นจารึกบนแผ่นป้ายหยกยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเมืองนิม ลิ พูนิทกับเมืองโบราณคาราคอล (Caracol) ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักโบราณคดีไม่เคยทราบมาก่อนเลยอีกด้วย
 
แต่คำถามสำคัญที่นักโบราณคดียังคิดไม่ตกก็คือ แล้วเหตุใดชาวมายาโบราณจึงต้องนำแผ่นป้ายหยกชิ้นนี้มาฝังเอาไว้ที่สุสานในช่วงประมาณปี ค.ศ.800 ด้วย สิ่งที่น่าสนใจก็คือมันไม่ได้ถูกฝังเอาไว้พร้อมกับศพของมนุษย์ นั่นหมายความว่ามันอาจจะถูกฝังเพื่อเป็นเครื่องอุทิศแด่เทพเจ้าแห่งลมเพื่อขอพรให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลมากกว่า เพราะนักโบราณคดีเสนอตรงกันว่ามันมีความเป็นไปได้ที่ในช่วงประมาณปี ค.ศ.800 จะเป็นช่วงที่เกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ บางทีฝนอาจจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้ชาวมายาโบราณจากหลายๆ นครเริ่มละทิ้งถิ่นฐานของตัวเองออกไป นั่นจึงทำให้กษัตริย์ของนิม ลิ พูนิทต้องหาทางบูชาเทพเจ้าแห่งลมเพื่อขอให้ความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมาสู่ผืนแผ่นดินของพระองค์อีกครั้งโดยเร็วก็เป็นได้

แผ่นศิลาแสดงภาพกษัตริย์แห่งเมืองนิม ลิ พูนิทสวมหมวกใบใหญ่อันเป็นที่มาของชื่อนครและสวมแผ่นป้ายรูปตัว T คล้ายคลึงกับชิ้นที่เพิ่งถูกค้นพบเอาไว้ที่หน้าอกด้วย ที่มาของภาพ

ถึงแม้จะมีความเป็นไปได้ที่แผ่นป้ายหยกนี้จะสนับสนุนแนวคิดที่จะมาช่วยไขความลับดำมืดเกี่ยวกับการล่มสลายของชาวมายาโบราณยุคคลาสสิกในช่วงประมาณปี ค.ศ.800 แต่ถึงอย่างนั้นนักโบราณคดีก็ยังคงต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อที่จะสรุปผลการศึกษาให้ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ และในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี ค.ศ.2017 นักมายันวิทยาก็เตรียมจะลงพื้นที่สำรวจเมืองนิม ลิ พูนิทกันต่อ บางทีเราอาจจะค้นพบอะไรใหม่ๆ ที่น่าตื่นตะลึงเหมือนกับแผ่นป้ายหยกชิ้นนี้กันอีกครั้งก็เป็นได้

-----------------------
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.academia.edu/29162709/_2016c_Maya_Politics_and_Ritual_An_Important_New_Hieroglyphic_Text_on_a_Carved_Jade_from_Belize
https://phys.org/news/2017-02-largest-maya-jade-belize-unique.html
http://www.ancient-origins.net/news-history-archaeology/impressively-large-jade-pendant-unique-inscription-discovered-belize-007623
http://ucsdnews.ucsd.edu/feature/a_pendant_fit_for_a_king?utm_campaign=thisweek&utm_medium=email&utm_source=tw-2017-02-23
http://the-darkest-of-lights.tumblr.com/post/157655745851/second-largest-maya-jade-found-in-belize-has
http://www.sanpedrosun.com/arts-culture/2015/06/11/major-jade-find-at-nim-li-punit