Animal and Monster World

เปิดตำนาน 7 ซูเปอร์ฮีโร

ทุกวันนี้เราพบเห็นซูเปอร์ฮีโรเต็มไปหมด นับตั้งแต่วันแรกที่มาร์เวลให้กำเนิดพวกเขาขึ้นมาและทำให้โด่งดังไปทั่วโลก ขณะที่คู่แข่งอย่างค่ายดีซีก็หวังว่าหนังเรื่องใหม่ๆ ของพวกเขาจะทำลายสถิติ Superman v Batman: Dawn of Justice ได้
 
ซึ่งถ้านับซูเปอร์ฮีโรตั้งแต่ตัวแรกเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันก็คงมากมายขนาดว่า เราอาจเดินชนไหล่พวกเขาได้แถวถนนข้าวสาร ไม่ก็กำลังปาร์ตี้ดิ้นกระจายอยู่หาดลิ้น เกาะพะงันก็เป็นได้ อย่าว่าว่าตอนที่พวกเขายังไม่แปลงกาย ก็เหมือนคนเราดีๆ นี่เอง
 
เราจะไปค้นหาว่าซูเปอร์ฮีโรคนแรกคือใคร เช่นเดียวกับคำถามที่มีต่อซูเปอร์ฮีโรผู้หญิง คนผิวสี คนพื้นเมือง เกย์ คนแต่งตัวกลับเพศ ฯลฯ ที่เป็น "ต้นกำเนิด" หรือ "อันดับที่หนึ่ง" จริงๆ ไม่ใช่ตัวละครที่สร้างเลียนแบบใครมา ไม่ว่าจะในด้านพลัง ทักษะความสามารถ เครื่องแต่งกาย การแปลงร่าง/นิสัยใจคอ ที่สำคัญคือ เป็นคนแรกที่ขยายพื้นที่ให้กับตัวละครอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน

ปกนิยายเรื่อง Spring-Heeled Jack ที่มาของภาพ
 
1. แจ็คขาสปริง (Spring-Heeled Jack)
 
คนส่วนใหญ่เชื่อว่าซูเปอร์แมนเป็นซูเปอร์ฮีโรคนแรก ซึ่งปรากฏตัวในนิตยสาร Action Comics ฉบับที่ 1 (เม.ย. 1938) แน่นอน ซูเปอร์แมนเป็นซูเปอร์ฮีโรคนแรกในหนังสือการ์ตูน แม้แต่คำว่า "ซูเปอร์ฮีโร" ก็มีที่มาจากชื่อของเขา
 
แต่มีตัวละครที่ปรากฏเป็นการ์ตูนในหนังสือพิมพ์อีกมากก่อนหน้านั้น อย่าง แฟนทอม (Phantom) วาดโดย ลี ฟอล์ก ที่ปรากฏตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1936 ในรูปแบบของตัวละครลึกลับสวมหน้ากากเพื่อต่อสู้เหล่าร้าย ย้อนไปกว่านั้นก็มี โซร์โร (Zorro) ที่มาจากนิยายชุด "คำสาปแห่งคาพิสตราโน" ตั้งแต่ปี 1919
 
แต่ที่เก่าแก่กว่านั้นคือ ตัวละครในนายดังของอังกฤษเมื่อศตวรรษที่ 19 ซึ่งบรรยายว่าตัวเอกแต่งตัวประหลาดด้วยผ้าชุบน้ำมัน (ผ้ากันน้ำ) มีดวงตาเคียดแค้น และสวมหมวกเหล็กมีเขาเพื่ออำพรางตัว
 
ที่กล่าวมานั้นคือ "แจ็คขาสปริง" เขาปรากฏตัวอย่างลึกลับขึ้นมาหลอกหลอนผู้หญิง พ่นลูกบอลไฟสีฟ้า แล้วจากไปด้วยการกระโดดสูงข้ามกำแพงหรือหลังคาบ้าน
 
ในตอนแรกคนทั่วไปคิดว่าแจ็คเป็นคนร้าย แต่ในนิยายเรื่อง Spring-Heel’d Jack: The Terror of London ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 1867 ให้ภาพเขาเป็นผู้ดีที่เคยทำผิดพลาด แล้วหันมาใส่ชุดอำพรางตัวและใช้พลังปล้นคนรวยไปช่วยคนยากจน

นิยายชุด 40 ตอนเรื่องนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารราคาถูกในเวลานั้น และยังเป็นที่สงสัยกันอยู่ว่า นามปากกา "ชาร์ลตัน ลี" ที่อ้างว่าเป็นผู้แต่งนั้น แท้จริงเป็นผู้ใด ระหว่าง จอร์จ เอ. ซาลา กับ อัลเฟรด เบอร์เรจ

แฟนทอมาห์บนปกนิตยสาร Jungle Comics ที่มาของภาพ

2. แฟนทอมาห์ ซูเปอร์ฮีโรหญิงคนแรก
 
วันเดอร์วูแมน (Wonder Woman) ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในนิตยสาร All Star Comics เล่มที่ 8 (ธ.ค.1941) เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางในฐานะซูเปอร์ฮีโรหญิง แต่ก่อนหน้านั้นมีฮีโรหญิงสัญชาติแคนาดาชื่อ แสงเหนือเนลวานา (Nelvana the Northern Lights) ปรากฏตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เช่นเดียวกับ มิสอเมริกาและแฟนทอมเลดี้ของค่ายควอลิตี้คอมิคส์
 
นอกจากนี้ยังมี Hawkgirl จากค่ายดีซีที่ปรากฏตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 1941 ซึงก่อนหน้านั้นการ์ตูน(ในหนังสือพิมพ์)เรื่อง Invisible Scarlet O'Neil ก็ออกสู่สายตาสาธารณชนในมิถุนายน 1940 และ Red Tornado (ค่าย DC) ก็ออกวางแผงเมื่อเดือนมิถุนายน 1939 ในรูปของแม่บ้านที่สวมกางเกงรัดรูปสีแดงและใช้หม้อเจาะรูเป็นหน้ากาก
 
หากจะถือกันว่า Red Tornado เป็นซูเปอร์ฮีโรหญิงคนแรกซะทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะพบว่าเป็นตัวละคร "ล้อเลียน" มากกว่าจะสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองจริง ๆ ดังนั้น ตำแหน่งดังกล่าวจึงตกเป็นของ แฟมทอมา (Phantomah) ที่ปรากฏตัวในนิตยสาร Jungle Comics ฉบับที่ 2 (ก.พ.1940)
 
แฟนทอมาห์ เป็นผลงานของ เฟลตเชอร์ แฮงส์ เป็นเรื่องราวของเจ้าหญิงอียิปต์ที่ฟื้นชีพขึ้นมาในศตวรรษที่ 20 เพื่อปกป้องผืนป่าแอฟริกา ปกติแฟนทอมาห์เป็นหญิงสาวผมบลอนด์ เพื่อทำให้แตกต่างคนอียิปต์โบราณ

เมื่อต้องสู้กับเหล่าร้าย เธอจะเปลี่ยนเป็นหญิงผมบลอนด์ร่างใหญ่โต ผิวสีฟ้า หน้าเป็นกระโหลก และสามารถใช้พลังวิเศษได้ไม่จำกัด
 
ผลงานของแฮงก์ถือว่ายอดเยี่ยม แต่การเดินเรื่องที่อืดอาดและโครงเรื่องแปลกๆ ทำให้ไม่ได้รับความนิยม จนต้องเปิดทางให้กับตัวละครซูเปอร์ฮีโรหญิงจากค่ายอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่ง ...เธอหายไปอย่างคลุมเครือและไม่เคยฟื้นชีพกลับมาอีกเลย

แบล็กแพนเทอร์ บนปกนิตยสาร Fantastic Four ที่มาของภาพ

3. แบล็กแพนเทอร์ ซูเปอร์ฮีโรผิวดำคนแรก
 
แบล็กแพนเทอร์ไม่เหมือนซูเปอร์ฮีโรคนอื่น ๆ เพระเขายังคง "มีชีวิต" อยู่ในการ์ตูนเรื่องต่างๆ จนถึงปัจจุบัน นับแต่เปิดตัวครั้งแรกในนิตยสาร Fantastic Four เล่มที่ 52 (ก.ค.1966) จากปลายปากกาของ สแตน ลี และ แจ็ค เคอร์บี โดยที่ตัวจริง(ในเรื่อง) ของเขาคือ ชัลลา (T'Challa) ราชาของอาณาจักรวากันดาในแอฟริกา

การที่เขามีพละกำลังมหาศาลและความคล่องตัวสูงนั้นมาจากการกินสมุนไพรที่มีใบเป็นรูปหัวใจชนิดหนึ่งเข้าไป เลยทำให้เขาแข็งแกร่ง คล่องแคล่วและมีสัญชาตญาณอย่างกับแมวป่า เขาปรากฏตัวอยู่ในการ์ตูนหลายเรื่องของค่าย Marvel Comics รวมไปถึงการแต่งงานของเขากับสตอร์ม (Storm) ซูเปอร์ฮีโรสัญชาตแอฟริกันด้วย
 
แพนเทอร์เคยเปลี่ยนชื่อไปเป็น แบล็กลีโอพาร์ด อยู่ช่วงสั้นๆ ใน Fantastic Four เล่มที่ 119 (ก.พ.1972) เพราะค่ายมาร์เวลกลัวว่าผู้อ่านจะเอาตัวละครไปเชื่อมโยงกับพรรคเสือดำ (Black Panter Party, BPP --กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองชาตินิยมและสังคมนิยมของคนผิวดำในสหรัฐที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1966-1982) ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น แต่ในที่สุด สแตน ลีหัวหน้ากองบรรณาธิการในขณะนั้น ก็รีบเปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อเดิมเมื่อเห็นว่าชื่อใหม่ไม่ได้รับความนิยมทั้งจากผู้อ่านและผู้สร้าง
 
ภาพยนตร์จากค่ายมาร์เวล ได้ ชัดวิก บอสแมนมารับบทแบล็กแพนเทอร์ ในเรื่อง Captain America: Civil War (พ.ค. 2016) และเร็วๆ นี้ แบล็กแพนเทอร์จะมีภาพยนตร์เป็นของตนเองในปี 2018

“เต่าเขียว” บนปกนิตยสาร Blazing Comics ที่มาของภาพ

4. ซูเปอร์ฮีโรเอเชียคนแรก
มีซูเปอร์ฮีโรเอเชียที่ร่วมงานกับคนอื่นๆ มาตั้งแต่ทศวรรษ 1930 ได้แก่ วิง (Wing) ที่ร่วมงานกับเหล่าอเวเนเจอร์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 1938 และ คาโต (Kato) ผู้ช่วยของกรีนฮอร์เน็ตในรูปของละครวิทยุตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 1936
 
ต่อมาคาโตก็ขยับฐานะเป็นคู่หูของฮอร์เน็ต ส่วนใหญ่ได้ บรูซ ลี รับบทคาโตในละครชุดทางโทรทัศน์เรื่อง Gree Hornet ในปี 1966 ถึงอย่างนั้นก็มีคนคิดว่า ทั้ง Wing และ Kato เป็นต้นกำเนิดของแนวคิดการเหยียดเชื้อชาติที่ก่อตัวขึ้นช้าๆ ในเวลานั้น
 
ที่จริงมีซูเปอร์ฮีโรเอเชีย "อายุสั้น" ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกในนิตยสาร Blazing Comics ฉบับที่ 1 (มิ.ย.​ 1941) คือ "เต่าเขียว" (Green Turtle) ผลงานของ ชู เอฟ. ฮิง (Chu F. Hing) ที่ต้องการสร้างฮีโรชาวจีนขึ้นมา

แต่เมื่อสำนักพิมพ์บอกว่าไม่มีตลาดสำหรับตัวละครจีน ฮิงก็ถอดเอารูปเต่าที่สร้างความกำกวมทางเชื้อชาติและชาติพันธุ์ออกไป ความลับของเชื้อชาติของ "เต่า" จึงไม่เคยเปิดเผยเช่นเดียวกับที่เขาไม่เคยถอดหน้ากากออกเลย
 
ถึงจะมีเครื่องไม้เครื่องมือน้อย แต่ Green Turtle ก็มีทักษะการต่อสู้และฝีมือทางการสืบสวนชั้นเยี่ยมที่นำมาต่อสู้กับคนญี่ปุ่นที่กำลังยึดครองจีน ขณะเดียวกันก็มีผู้ช่วยชื่อว่า เด็กพม่า (Burma Boy) อีกด้วย
 
นิตยสาร Blazing Comics วางขายอยู่ได้ไม่นาน และตัวละครดังกล่าวก็เกือบจะถูกลืมไปแล้ว กระทั่งปี 2014 Gene Luen Yang และ Sonny Liew ได้ทำการฟื้นชีพ "เต่าเขียว" ขึ้นมาในมินิซีรีส์ 6 ตอนเรื่อง The Shadow Hero ที่ทำให้เขากลายเป็นคนเชื้อชาติจีนที่เกิดในอเมริกา นามว่า Hank Chu และต่อมาก็มีการพิมพ์รวมเล่มโดยสำนักพิมพ์ First Second Books

โอกอนแบต ฮีโรสายพันธุ์ญี่ปุ่นคนแรก บนปกนิตยสาร ที่มาของภาพ

เมื่อสืบค้นต่อไปก็พบว่า ที่จริงมีซูเปอร์ฮีโร "ญี่ปุ่นแท้ๆ" คนแรก เกิดขึ้นในหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1930 คือ โอกอนแบต (Ogan Bat--ค้างคาวทอง) ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ที่ถูกส่งกลับมาจากสมัยแอตแลนติส เขาสามารถสร้างแผ่นดินไหวและสายฟ้าได้ โอกอนแบตมีหน้าเป็นหัวกระโหลก สวมชุดสีเขียว-ขาว ปกเสื้อยกสูงและมีผ้าคลุม ถือดาบ(ฝรั่ง)เป็นอาวุธ เหาะเหินเดินอากาศได้ ศัตรูสำคัญได้แก่ ดร.เอริก นาโซ หัวหน้าแก๊งอาชญากรที่หาทางครอบครองโลก ที่สวมเครื่องแต่งกายและหน้ากากมีหูคล้ายค้างคาว

Super-Chief ในนิตยสาร All Star Western ที่มาของภาพ

5. ซูเปอร์ฮีโรชนพื้นเมืองคนแรก
ซูเปอร์ชีฟ (Super-Chief) เกิดขึ้นในค่าย DC Comics โดย การ์ดเนอร์ ฟ็อกซ์ (Gardner Fox) และคาร์ไมน์ อินฟานติโน (Carmine Infantino) เปิดตัวครั้งแรกในนิตยสาร All-Star Western ฉบับที่ 117 (มี.ค.​1961)
 
ชื่อเดิมของเขาคือ ซากาโนวาห์นา (Saganowahna หรือ กวางบิน) เป็นนักรบเผ่าอีโรควอยในสหรัฐอเมริกาก่อนการเข้ามาของโคลัมบัส เขาขอให้ภูเขามานิเทา (Manitou) ช่วยให้เขาเอาชนะศัตรูได้
 
เมื่อเขาเห็นอุกกาบาตตกก็รีบไปสำรวจก่อนจะพบหินที่ทำให้เขาแข็งแกร่งเท่ากับหมี 1,000 ตัว วิ่งได้เร็วเท่ากับกวาง 1,000 ตัว และกระโดดได้สูงเท่ากับสุนัขป่า 1,000 ตัว เป็นเวลา 1 ชั่วโมงในแต่ละวัน เขาเก็บ "หินมานิเทา" ไว้และใช้เป็นเหมือนพลังในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

ซูเปอร์ฮีโรคนนี้มีชื่อเดียวกับรถไฟสายสำคัญที่เป็นการอุปมากับผลกระทบของรถไฟต่อชาวอเมริกันพื้นเมือง แต่กระนั้นเขาก็ถูกโจมตีจากความเข้าใจผิดทางวัฒนธรรม เพราะทั้งที่เขาบอกว่าตนเป็นคนเผ่าอีโรควอย แต่กลับใช้คำ "มานิเทา" ซึ่งเป็นภาษาของชนเผ่าอัลโกนเควียน ยิ่งกว่านั้น ชื่อ ซากาโนวาห์นา ยังไม่มีปรากฏในภาษาใดๆ ของชนพื้นเมืองอเมริกาเหนือเลย ซึ่งผู้เขียนก็ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดจากการค้นคว้าที่ไม่ครอบคลุมและจากการมีแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับคนอเมริกันพื้นเมืองไม่มากนักในต้นทศวรรษ 1950
 
ทายาทของซากาโนวาห์นายังคงใช้หินมานิเทาเพื่อแปลงร่างเป็นซูเปอร์-ชีฟรุ่นใหม่ๆ ในจำนวนนั้นมี 2 คนในโลกสมัยใหม่ หนึ่งในนั้นเป็นตัวร้ายที่สู้กับซูเปอร์แมน

นอร์ทสตาร์บนปกนิตยสาร Uncanny X-men ที่มาของภาพ

6. ซูเปอร์ฮีโรเกย์คนแรก
ซูเปอร์ฮีโรเกย์และเลสเบียนกลายเป็นเรื่องปกติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ในปลายทศวรรษ 1970 แนวคิดดังกล่าวถูก "แบน" อย่างไม่ต้องอธิบายจากหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับการผลิตการ์ตูน แต่ จิม ชูตเตอร์ หัวหน้ากองบรรณาธิการของ Marvel Comics ก็พยายามซ่อนลักษณะที่เป็นรักร่วมเพศของตัวละครเอาไว้อย่างแนบเนียน
 
นอร์ทสตาร์ (Northstar) ปรากฏตัวในนิตยสาร Uncanny X-Men เล่มที่ 120 (เม.ย.​1979) เขียนโดย จอห์น ไบรน์ และคริสต์ แคลร์มอนต์ เขียนให้เขาเป็นเกย์ที่ประสบความอึดอัดที่ต้องปกปิดความจริงไว้

ในเรื่อง ซูเปอร์ฮีโรคนนี้มีชื่อว่า ฌอง-พอล โบบิเยร์ เขาปฏิเสธการแต่งงานกับหญิงงามโดยไม่ให้เหตุผลใดๆ กระทั่งในนิตยสาร Alpha Flight เล่มที่ 106 (มี.ค.1992) จึงให้นอร์ทสตาร์เปิดเผยด้วยคำสั้น ๆ ว่า "ผมเป็นเกย์"
 
นอร์ทสตาร์เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีพลังการบินและการเร่งความเร็วระดับสูง เขามีน้องสาวฝาแฝดชื่อ จีน-มารี โบบิเยร์ ที่มีพลังวิเศษและเป็นซูเปอร์ฮีโรแห่งแสงออโรรา เมื่อทั้งคู่สัมผัสมือกันจะทำให้เกิดแสงสว่างจ้าจนศัตรูตาบอดได้

ฉากแต่งงานของ ฌอง-พอล โบบิเยร์ ในนิตยสาร Alpha Flight ที่มาของภาพ

นอร์ทสตาร์ยังเป็นตัวละครแรกที่เข้าพิธีแต่งงานกับเพศเดียวกัน เขาแต่งกับตัวละครชื่อ เคล จินาดู (Kyle Jinadu) ซึ่งไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร ในนิตยสาร Astonishing X-Men ฉบับที่ 51 (มิ.ย.2012) ซึ่งบังเอิญว่าเป็นวันเดียวกับที่มีการแต่งงานของคนเพศเดียวกันในนิวยอร์กที่รู้จักกันไปทั่วโลก

มาดามเฟทอล ที่มาของภาพ

7. มาดามเฟทอล ซูเปอร์ฮีโรชายแต่งหญิง
ความซับซ้อนในโลกการ์ตูนเริ่มขึ้นนับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1930 เป็นต้นมา อย่างกรณีของตัวละครที่เป็นซูเปอร์ฮีโรที่แต่งกายตรงข้ามกับเพศที่แท้จริงของตนเอง (ซึ่งมีมาก่อนหน้า Red Tornado) คือ มาดามเฟทอล (Madame Fatal) ผู้มีฉายา "ศัตรูตัวฉกาจของเหล่าร้าย" ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในนิตยสาร Crack Comics ฉบับที่ 1 (พ.ค.1940)
 
มาดามเฟทอลเป็นตัวละครที่เป็น "แบบ" ให้กับแบตแมน คือ ร่ำรวย รักการเล่นกีฬา และต้องการปราบปรามอาชญากรรม สิ่งที่แตกต่างคือ ริชาร์ด สแตนตัน (มาดามเฟทอล) มิได้แต่งตัวด้วยชุดรัดติ้วและผ้าคลุม กลับกันเขาสวมชุด แต่งหน้าและสวมวิก ปลอมตัวเป็นหญิงชราซึ่งทำให้เขาแฝงตัวเข้าไปในฝูงชนได้ง่าย และยังสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้ เพราะศัตรูมักดูแคลนความแข็งแรงและความคล่องตัว นอกเหนือจากทักษะอื่นๆ อาวุธสำคัญของมาดามเฟทอล คือ ไม้เท้า

สแตนตันเป็นนักแสดงที่ปลดเกษียณตัวเอง ความหลงใหลในบทบาทของนักแสดงหญิงทำให้เขาเลือกปลอมตัวเช่นนี้ เขาเป็นพ่อหม้ายที่อาศัยอยู่กับลูกสาววัย 2 ขวบจนกระทั่งเธอถูกลักพาตัว เขาจึงปลอมตัวเป็นมาดามเฟทอลเพื่อออกตามหาคนร้าย แต่ลูกสาวเขาก็ถูกส่งต่อไปยังคนร้ายรายอื่นๆ
 
น่าเสียดายที่การ์ตูนชุดนี้ต้องยุติลงก่อนเรื่องราวจะคลี่คลาย เพราะการแต่งตัวตรงข้ามกับเพศตนเองเป็นสิ่งน่าขัน (และถูกเยาะเย้ย)ในทศวรรษ 1930 จึงนำไปสู่การยกเลิกก่อนเวลาดังกล่าว แม้ว่าในปี 1956 DC Comics จะซื้อลิขสิทธิ์ตัวละครจาก Quality Comics แต่มาดามเฟทอลก็กลับมาปรากฏตัวเพียงไม่กี่ครั้งในลักษณะตัวตลกเสียมากกว่า
 
ถึงจะดูขัดแย้งกับการเกิดขึ้นของตัวละครซูเปอร์ฮีโรที่เป็นเกย์และเลสเบียน แต่กรณีมาดาเฟทอลก็ถือว่าเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการมี "กำแพง" กั้นอยู่เสมอ
 
และนี่คือเรื่องราวของ “ซูเปอร์ฮีโร” ระดับออริจินัล เป็นต้นแบบ และมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร บางตัวยังคงบทบาทมาจนถึงปัจจุบัน บางตัวก็สิ้นอายุไข(ในหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์) ไปในเวลาไม่นาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามของค่ายการ์ตูนต่างๆ ที่พยายามนำเสนอซูเปอร์ฮีโรตัวใหม่ๆ ความสามารถใหม่ๆ ลักษณะการแต่งกายใหม่ๆ และการต่อสู้กับเหล่าร้ายที่พัฒนาความสามารถตามซูเปอร์ฮีโรมาติดๆ ให้พวกเราได้อ่านและดูกันอย่างสนุกสนาน
 
----------------
เรียบเรียงจาก
http://listverse.com/2016/03/10/10-superhero-firsts/