Food World

ปาร์ตี้โรมันสไตล์

พูดถึงสมัยโรมันเรามีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสงครามและกองทัพ คนเด่นคนดัง เทพเจ้า สถาปัตยกรรม วิศวกรรม ฯลฯ แต่เราไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับอาหารที่ชาวโรมันกิน ยิ่งเป็นอาหารในงานเลี้ยงมื้อสำคัญๆ ยิ่งแล้วใหญ่



แต่ก็ยังโชคดีที่มีหลักฐานที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงานเลี้ยงอาหารในค่ำวันที่ 22 สิงหาคม ปี 70 ก่อนคริสต์ศักราช ลูซีอุส คาร์เนซีอุส เลนตูลูส นีเกร์ (Lucius Cornelius Lentulus Niger, เสียชีวิตประมาณปี 56 ก่อนคริสต์ศักราช) เข้ารับตำแหน่งนักบวชแห่งมารส์ (Mars, เทพแห่งสงครามของชาวโรมัน) ซึ่งในบรรดาแขกที่รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงมีบุคคลสำคัญผู้หนึ่งคือ จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar, 100-44 ก่อนคริสต์ศักราช) รวมอยู่ด้วย และผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมงานคือหญิงพรหมจรรย์แห่งเทพีเวสตา (Vesta, เทพีแห่งเตาไฟ)

รายการอาหารในวันนั้นเท่าที่มีทั้งอาหารเรียกน้ำย่อย หรือ กุสโต (gusto) ที่เสิร์ฟก่อนที่อาหารค่ำจะปรุงเสร็จมีหลากหลาย เช่น หอยนางรมสดมากเท่าที่แขกต้องการ เม่นทะเล หอยแมงภู่ตัวใหญ่ นกเดินดง (fieldfare) กับหน่อไม้ฝรั่ง ขนมอบไส้หอยนางรมกับหอยแมงภู่ เพรียงทะเลดำและขาว แมงกะพรุนไฟ ซี่โครงกวาง ซี่โครงหมูป่า นกห่อด้วยแป้ง หอยสีม่วงสองอย่าง เป็นต้น ส่วนอาหารจานหลักเองก็สมกับเป็นงานเลี้ยงสุดหรูสำหรับ “ไฮโซ” ในสมัยนั้น เช่น หัวหมูป่า เต้านมหมู ขนมอบไส้หมูป่า เป็ด นกเป็ดน้ำต้ม กระต่ายป่า นกย่าง ขนมอบแบบแค้วนพอนตุส (Pontus) เป็นต้น

แล้วที่ว่าๆ มานี่เขาทำกันยังไง...นี่ละปัญหา

ตรงนี้ต้องบอกว่าโชคดีสองชั้น คือ ชั้นแรก เรายังมีหลักฐานสมัยโรมันตกทอดมาถึงเดี๋ยวนี้ แม้จะว่ากันว่าหายไปหลายส่วน แต่ที่เหลืออยู่ก็ช่วยให้เราเห็นภาพอาหารและการปรุงอาหารเมื่อกว่าสองพันปีที่แล้วได้ หลักฐานที่ว่านั้นคืองานเขียนชื่อ เด เร คอนควินารีอา (De re conquinaria) หรือ “ว่าด้วยการปรุงอาหาร” ของ อาพิคุส (Apicus) และโชคดีชั้นที่สอง รายการอาหารในงานเลี้ยงที่ว่ามามีบางรายที่บันทึกไว้ในตำราอาหารของอาพิคุส ในที่นี้คือ เต้านมหมูและแมงกะพรุนไฟ ตำราอาหารโบราณไม่ได้กะส่วนผสมให้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา อ่านตามแล้วคงจินตนาการได้ว่าหน้าตาจะออกมาเป็นยังไง งั้นไปดูกันเลยดีว่า

เต้านมหมู เลือกเต้านมหรือพื้นท้องหมูตัวเมียที่มีหัวนมติดอยู่ ใช้ต้นอ้อผูกแล้วนำมาต้ม สุกแล้วยกขึ้นโรยเกลือเล็กน้อย แล้วนำเข้าเตาอบ หรือนำไปย่างบนตะแกรงเหล็ก แล้วบดพริกไทย โลเวจ (พืชตระกูลผักชี) ใส่ลงในน้ำซุปที่ปรุงจากไวน์ที่แต่งรสด้วยไวน์ลูกเกด แล้วเติมรูซ์ (roux คือน้ำมันมะกอกกับแป้งสาลีตั้งไฟคนให้เข้ากันใช้เติมเพื่อเพิ่มความข้นให้กับอาหาร) ให้เป็นซอสใช้ราดบนหมูที่อบหรือย่างเสร็จแล้ว

แมงกะพรุนไฟ แมงกะพรุนไฟทั้งแบบร้อนและแบบเย็น มีวิธีปรุงดังนี้ นำแมงกะพรุนไฟมาล้างแล้ววางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำจนแห้งแล้วสับให้ละเอียด จากนั้นบดพริกไทย 10 เม็ด เทใส่กะทะแบน เติมน้ำซุปเล็กน้อยกับน้ำมันมะกอก 6 ออนซ์ ตั้งไฟให้เดือดยกลงทิ้งให้เย็น ใส่น้ำมันมะกอกในกะทะแบนอีกใบแล้วใส่ไข่ 8 ใบคนให้เข้ากันกับแมงกะพรุนสับละเอียดและน้ำซุปใส่พริกไทยและน้ำมันมะกอกที่เตรียมไว้ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ให้จับตัวสุกข้นเป็นวุ้น โรยด้วยพริกไทยแล้วเสิร์ฟ



ที่จริงตำราของอาพิคุสยังมีอาหารอยู่อีกมาก เช่น นกกระจอกเทศต้มราดซอส ปลาทูน่าย่าง หมูป่าย่าง ไข่ลวกในซอสลูกสน สลัด(แบบโรมัน) ถั่วเลนทิลกับผักชี เป็นต้น แต่ที่ยกมาข้างต้นนั้นมีหลักฐานที่ยืนยันว่ามีการทำกินกันจริง ๆ ในงานเลี้ยงใหญ่เมื่อ 70 ปีก่อนคริสต์ศักราช

#ประวัติศาสตร์อ่านง่าย #ประวัติศาสตร์โลก