World Clvilization

เวทมนตร์ “ด้านมืด” ของชาวอียิปต์โบราณ

ศาสนาโบราณที่ตายไปแล้วแทบทุกศาสนาล้วนมีเรื่องราวของเวทมนตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศาสนาของชาวไอยคุปต์ พวกเขามีความเชื่อเกี่ยวกับเวทมนตร์ที่มอบพลังเหนือธรรมชาติในการเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ เวทมนตร์ที่ปกป้องคุ้มครองพวกเขาจากภยันตราย รวมไปถึงเวทมนตร์ที่ใช้ในการแสดงอภินิหารต่างๆ แต่เวทมนตร์ของชาวไอยคุปต์ก็ไม่ได้ถูกใช้เพียงแค่ในด้านดีเท่านั้น เพราะลึกๆ แล้วพวกเขายังมีเวทมนตร์ “ด้านมืด” ที่ใช้ในการ “สาปแช่ง” และเล่นงานศัตรูด้วยเช่นกัน!!

รูปสลักที่ชาวอียิปต์โบราณใช้ในพิธีกรรมสาปแช่งมักจะถูกทุบทำลายจนเสียหายเพื่อให้สัมฤทธิ์ผล
ที่มาของภาพ

พวกเราในทุกวันนี้อาจจะคุ้นเคยกับการสาปแช่งด้วยการเผาพริกเผาเกลือ แต่ชาวไอยคุปต์ไม่ได้ทำแบบนั้น การสาปแช่งของชาวอียิปต์โบราณกระทำคล้ายๆ กับลัทธิวูดู คือมีการสาปแช่งผ่านตุ๊กตา ซึ่งส่วนใหญ่จะปั้นขึ้นมาจากดินเหนียว ไม้ หิน หรือไม่ก็ขี้ผึ้งแล้วนำไปเผาทำลายด้วยไฟเพื่อให้มันสัมฤทธิ์ผล
 
คำถามคือเพียงแค่การปั้นตุ๊กตาขึ้นมาก็สามารถทำให้การสาปแช่งได้ผลแล้วเช่นนั้นหรือ
 
เปล่าเลย...แน่นอนว่าถ้าไม่ได้ระบุลงไปชัดเจนว่าเราอยากจะสาปแช่งใคร คำสาปแช่งนั้นคงไม่แสดงผลเป็นแน่ ชาวอียิปต์โบราณจึงต้องทำการสลัก “ชื่อ” ของเป้าหมายที่ต้องการจะโจมตีเอาไว้บนตัวตุ๊กตาอย่างชัดเจน เพื่อให้ผลของมันไม่มุ่งไปผิดตัว หลังจากนั้นก็จะทำการทุบทำลายรูปปั้นเหล่านั้นให้แตก แล้วนำเอาไปฝังไว้ในลูกบอลดินเหนียวที่จารึกคำว่า “ปิดผนึก” เท่านี้พิธีกรรมสาปแช่งก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

รูปปั้นดินเผาสตรีสมัยโรมันมีเหล็กแหลมเสียบบริเวณใบหน้าและร่างกาย ที่มาของภาพ
   
นักอียิปต์วิทยาค้นพบรูปสลักสตรีในยุคโรมันเข้าปกครองชิ้นหนึ่งในหม้อดินเผา พร้อมกับแผ่นจารึกที่พูดถึงเวทมนตร์เกี่ยวกับความรัก มันมีอายุราวปี ค.ศ.200 ถึง ค.ศ.300 ที่น่าสยดสยองก็คือมันถูกเหล็กแหลมเสียบแทงทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว สื่อให้เห็นว่าตุ๊กตาดินเผานี้น่าจะเคยถูกใช้งานในฐานะเครื่องประกอบพิธีกรรมสาปแช่งบางอย่างเป็นแน่
 
นอกจากจะใช้ตุ๊กตามาเป็นตัวแทนแล้ว ชาวอียิปต์โบราณยังมีพิธีกรรมสาปแช่งด้วยการจารึกเวทมนตร์ลงบนเครื่องปั้นดินเผาอย่างเช่นหม้อหรือชามด้วย ซึ่งพิธีกรรมการทุบทำลายหม้อนั้นก็มีมาตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรเก่าแล้ว แต่ในช่วงนั้นหม้อถูกทุบทำลายเพื่อป้องกันมิให้มีการนำเอาเครื่องใช้ของผู้วายชนม์ไปใช้ซ้ำ แต่ในสมัยราชอาณาจักรกลางนั้นเริ่มปรากฏว่ามีการทุบทำลายภาชนะเพื่อวัตถุประสงค์ในการสาปแช่งอย่างชัดเจน โดยชาวไอยคุปต์จะเขียนชื่อของเป้าหมายลงไปบนชาม แล้วก็ทำการทุบทำลายชามนั้นให้แตกก็เป็นอันเรียบร้อย

ชามที่จารึกอักขระโบราณเอาไว้เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมสาปแช่ง ที่มาของภาพ

แต่เวทมนตร์ “ด้านมืด” ของชาวอียิปต์โบราณก็ไม่ได้เอาไว้ใช้เพื่อสาปแช่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะมีปรากฏหลักฐานในบันทึกว่าฟาโรห์เนคทาเนโบที่ 2 (Nectanebo II) ซึ่งเป็นฟาโรห์อียิปต์พระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ที่ 30 ที่ครองราชย์อยู่ในช่วงประมาณ 350 ปีก่อนคริสตกาลก็มีการใช้เวทมนตร์ “ด้านมืด” ในการเล่นงานเรือรบของฝ่ายศัตรูด้วยเช่นกัน
 
ตำนานเกี่ยวกับการใช้เวทมนตร์ถล่มกองเรือนี้เล่าว่า เมื่อข้าศึกเข้ามาประชิด ฟาโรห์เนคทาเนโบที่ 2 ตัดสินใจไม่ส่งกองเรือของพระองค์ออกไปปะทะกับศัตรูโดยตรง แต่เลือกที่จะจัดการกับพวกมันด้วยเวทมนตร์ด้านมืดแทน พระองค์ประทับยืนในห้องบูชา ด้านในห้องมีชามขนาดใหญ่ใบหนึ่งใส่น้ำไว้จนเต็ม หลังจากนั้นพระองค์ได้ปั้นหุ่นขี้ผึ้งเป็นรูปเรือและทหารของทั้งสองฝ่ายแล้วค่อยๆ วางโมเดลขี้ผึ้งเหล่านี้ลงบนผิวน้ำในชามใหญ่ที่เตรียมเอาไว้ แล้วใช้ท่อนไม้มะเกลือสีดำสนิทเป็นอุปกรณ์ช่วยระหว่างเปล่งวาจาร่ายคาถาขอพลังเหนือธรรมชาติจากเทพเจ้ามอบแก่กองเรือของพระองค์ เพียงเท่านั้นเหล่าทหารและกองเรือขี้ผึ้งทั้งสองฝ่ายก็เริ่มขยับ มันเข้าสู้รบกันอย่างดุเดือด กองเรือขี้ผึ้งของฟาโรห์เนคทาเนโบที่ 2 สามารถสยบกองเรือขี้ผึ้งของศัตรูลงสู่ก้นชามได้อย่างง่ายดาย และนั่นก็หมายความว่ากองเรือของฝ่ายศัตรูที่กำลังบุกเข้ามาประชิดแผ่นดินของพระองค์ก็ได้จมลงสู่ก้นทะเลไปเรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกัน
 
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีอื่นๆ มาสนับสนุนว่าฟาโรห์เนคทาเนโบที่ 2 เคยแสดงอิทธิฤทธิ์ทาง์เวทมนตร์ด้านมืดเช่นนี้เอาไว้จริงหรือไม่ เราเพียงแค่ทราบเรื่องนี้จากบันทึกเกี่ยวกับเวทมนตร์ที่ชาวไอยคุปต์ได้จดจารเอาไว้ในสมัยโบราณเท่านั้น บางทีมันอาจจะเป็นเพียงแค่ตำนานที่สร้างขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และอำนาจขององค์ฟาโรห์ ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเวทมนตร์ “ด้านมืด” นั้นก็เคยเป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่ขับเคลื่อนอารยธรรมของชาวไอยคุปต์ในสมัยโบราณด้วยเช่นกัน

-------------------
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.reshafim.org.il/ad/egypt/religion/execration_rituals.htm
Website: http://www.reshafim.org.il/ad/egypt/religion/magic.htm
Website: http://www.sacred-texts.com/egy/ema/ema05.htm                    
Website: http://escholarship.org/uc/item/3f6268zf#page-1