Crazy World

โลกของ ‘หนวด’ ที่ไม่ใช่แค่แฟชั่นบนริมฝีปาก

สวัสดี เราคือหนวด ก็ไม่รู้สินะ เพราะตลอดระยะเวลาของประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทัศนคติที่มีต่อหนวดของผู้คนพลเมืองแห่งโลกใบนี้มีหลากหลายมากมายเหลือเกิน หากจะทำเรื่องหนวดให้เป็นเรื่องใหญ่ ในสมัยอียิปต์โบราณ บรรดาเศรษฐีผู้มีอันจะกินและอำนาจ เขาชอบไว้หนวดซึ่งมักจะย้อมสี บางครั้งก็ถักเปียให้หนวดของพวกเขาพร้อมแทรกเส้นทองเข้าไปด้วย
 
“คนรวยและคนมีอำนาจทำอะไรก็ดูดีไปหมดนั่นแหละ” ฟาโรห์ไม่ได้กล่าวไว้

มาต่อกันที่เรื่องหนวด ไม่ใช่เอาหนวดมาต่อกัน ในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย มีการแต่งหนวดด้วยน้ำมันและใช้คีม (คีมปากคีบจริงๆ นะ ไม่ใช่ครีมตันโจอะไรพวกนั้น) จัดทรงหนวดให้ขดเป็นวงๆ เช่นเดียวกับในอารยธรรมกรีก ขณะที่ชาวสปาร์ตามีบทลงโทษที่แสนทารุณด้วยการโกนหนวดออกบางส่วน

หนวดอินเดีย ที่มาของภาพ

ส่วนในอินเดียโบราณ การไว้หนวดยาวๆ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้ทรงภูมิ และเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้มี ‘ปัญญา’ แต่อาจมีปัญหายุ่งยากในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยทั่วไปในโลกตะวันออก ‘หนวด’ เป็นของศักดิ์สิทธิ์และการตัดหรือโกนหนวดมักถูกใช้ในการลงทัณฑ์-ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เชียวนะ!

ขณะที่ชาวโรมันช่วงแรกๆ นั้นไม่นิยมโกนหนวดกันสักเท่าไหร่ แต่ในสมัยต่อมาการโกนหนวดให้เกลี้ยงเกลากลับเป็นแฟชั่นนิยมแพร่หลาย มีเพียงพวกทาสเท่านั้นแหละที่จะไว้หนวดเครา “ยี้!” ผู้ดีโรมันอาจกล่าวอย่างนั้น แต่เมื่อจักรพรรดิองค์หนึ่งทรงไว้พระมัสสุเพื่อปกปิดแผลเป็นบนพระพักตร์ บรรดาชาวโรมันจึงหวนแห่กันกลับมาไว้หนวดตามพระราชนิยม “ยี้!” ได้ทีที่พวกทาสอาจจะแอบกล่าวลับหลังเจ้านายบ้าง


หนวดซีซาร์ ที่มาของภาพ

จนมาถึงในสมัยกลาง ‘หนวด’ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชายและความจงรักภักดีของอัศวิน (บอกแล้วไม่เชื่ออย่าลบหลู่) แต่ขณะที่เหล่าขุนนางและอัศวินส่วนใหญ่ฮิตไว้หนวดกัน พระในศาสนจักรคาทอลิกกลับต้องปฏิบัติตามกฎที่ว่าให้โกนหนวดจนเกลี้ยงเกลาอยู่เสมอ อันเป็นหนึ่งในวิธีการแสดงความเป็นโสดหรือการละเว้นจากเรื่องทางเพศ

ในสมัยหนึ่งหนวดเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชาย แต่อีกสมัยหนึ่งหนวดอาจนำความฉิบหายมาให้ อย่างในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ‘มีดโกน’ กลับมามีบทบาทของมันอีกครั้ง เมื่อพระเจ้าเฮนรีที่ 8 มีพระบรมราชโองการว่า การไว้หนวดถือเป็นความผิดและถูกเก็บภาษี แต่พระองค์กลับไว้พระมัสสุกระทั่งสวรรคต ซึ่งต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธยังทรงให้มีการเก็บ ‘ภาษีหนวด’ ต่อไป เพราะพระองค์ไม่ทรงโปรดการไว้หนวด  เช่นเดียวกับพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ที่ทรงให้มีการเก็บภาษีหนวดเพื่อให้ชาวรัสเซียเหมือนกับชาวยุโรปตะวันตกร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น

ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผู้ชายส่วนใหญ่โดยเฉพาะชนชั้นสูงและพวกขุนนางต่างก็โกนหนวดเคราจนเกลี้ยงเกลากันทุกคน

หนวดคาร์ล มาร์กซ์ ที่มาของภาพ

กระทั่งทศวรรษ 1850 พี่หนวดก็กลับมามีอิทธิพลอยู่บนริมฝีปากของผู้คนอีกครั้ง แถมยังได้รับความนิยมจากผู้นำจำนวนมาก ไล่มาตั้งแต่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 แห่งรัสเซีย พระเจ้านโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศส พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 3 แห่งเยอรมนี รวมไปถึงนักการเมืองและผู้นำทางวัฒนธรรมอีกไม่น้อย เช่น เบนจามิน ดิสไรลี ชาร์ล ดิกเคน กุยเซปเป การิบัลดี คาร์ล มาร์กซ์ และกุยเซปเป เวอร์ดี

ขณะที่กระแสพี่หนวดในสหรัฐอเมริกาก็มาแรงไม่แพ้กัน เห็นได้จากบรรดาประธานาธิบดีนับจากหลังสงครามกลางเมืองเป็นต้นมา (คือก่อนหน้าอับราฮัม ลินคอล์น ไม่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯคนไหนไว้หนวดเลย) นับตั้งแต่ลินคอล์นมาจนถึงวิลเลียม โฮวาร์ด ทัฟท์ ประธานาธิบดีจะไว้หนวดและบางครั้งก็ไว้เคราร่วมด้วย
 
แต่เมื่อมาถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 การไว้หนวดก็ค่อยๆ คลายความนิยมลง กระทั่งเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารถูกสั่งให้ต้องโกนหนวดทิ้ง เพราะถ้าไม่โกนหนวดออกเวลาสวมหน้ากากกันแก๊สพิษจะไม่แนบสนิทกับใบหน้า หาไม่แล้วท่านพญายมจะเป็นผู้โกนให้ (หากใครไม่เข้าใจให้ดู ‘หนวดจิ๋ม’ ของท่านผู้นำฮิตเลอร์เป็นตัวอย่าง แล้วจะร้องอ๋อ ไฮ้! ฮิตเล้อร์!) และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง เหล่าทหารหาญก็กลับบ้านพร้อมใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้เคราหนวดจนหลายคนเมียแทบจำไม่ได้ และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้นก็มีเพียงหนวดจิ๋ม (toothbrush moustache) อันกระจุ๋มกระจิ๋มเท่านั้นที่เป็นแฟชั่นบนริมฝีปากในโลกของการไว้หนวด

หนวดฮิตเลอร์ ที่มาของภาพ

และแล้วพี่หนวดก็หวนสู่วงการไว้หนวดอีกครั้งโดยพวกต่อต้านสังคม เริ่มจากกลุ่มบีทนิก (beatniks) ในทศวรรษ 1950 ตามมาด้วยขบวนการฮิปปี้ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 และในช่วงค่อนไปทางท้ายทศวรรษ 1960 และตลอดทศวรรษ 1970 คนที่ไว้หนวดมีทั้งพวกฮิปปี้และนักธุรกิจ นักดนตรีสุดป๊อปอย่างวงเดอะบีทเทิลส์และจิม มอร์ริสัน ต่างก็ปล่อยหนวดเครายาวกันแบบสุดตรีน!

หนวดบีทเทิ้ลส์ ที่มาของภาพ

จนลุเข้าสู่ศตวรรษปัจจุบัน กระทั่งทุกวันนี้ ผู้คนเขาไว้หนวดกันอย่างไร มีหนวดแบบไหนบ้าง ก็อย่างที่เห็นๆ กันนั่นล่ะฮะท่านผู้ชม