World Clvilization

5 เรื่องจริงของชาวโรมันที่คุณต้องขนลุกขนพอง

ไม่มีใครสงสัยในความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและความคิดต่างๆ ของโรมันเลย แต่กลับกัน การดำเนินชีวิตและพฤติกรรมบางอย่างของผู้คนในเวลานั้นกลับตรงกันข้ามอย่างน่าขนลุก
 
จักรวรรดิโรมันโบราณแผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่และสร้างมีมรดกทางสถาปัตยกรรม ศิลปะ กฎหมาย วรรณกรรมและอื่นๆ ให้เราพบเห็นและใช้ประโยชน์ได้จนปัจจุบัน แต่เมื่อมอง "ชีวิตประจำวัน" ของชาวโรมันแล้ว กลับไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย หลายอย่างเป็นสิ่งที่เราเรียกว่าน่าขยะแขยงเลยด้วยซ้ำ
 
1. ส้วมมรณะ
ส้วมโรมันดูจะเป็นสถานที่ที่ชวนสยองและเสี่ยงตายอันดับต้นๆ ถึงกับบางคนต้องสวดมนต์ให้รอดจากการใช้ส้วมที่ว่านั่นเลย อาจฟังดูเกินจริงไป แต่ส้วมสาธารณะโรมันนั้นต่างจากห้องอาบน้ำสาธารณะที่เป็นสิ่งน่าชื่นชมของอารยธรรมนี้ลิบลับ ในขณะที่ห้องอาบน้ำเป็นสถานที่ที่ผ่อนคลายและดูดีน่าใช้งาน แต่ส้วมกลับทำให้ขนลุกทุกครั้งที่พูดถึง

ส้วมสาธารณะโรมัน ที่เมืองท่าโบราณออสเทีย ที่มาของภาพ

ที่นั่งของส้วมเป็นรูให้หย่อนก้นลงไป ของเสียจะถูกปล่อยไปตามท่อที่เชื่อมกับท่อระบายน้ำและบ่อเกรอะแบบเปิด อีกทั้งส้วมบางแห่งยังมีที่นั่งกว่า 50 ที่ให้นั่งติดๆ กันโดยไม่มีแผงกั้น!!!
 
อันตรายเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งมักปรากฏว่ามีหนูหรือสัตว์อื่นๆ โผล่ขึ้นมาจากรูที่นั่งของส้วมแล้วงับสะโพกหรืออะไรๆ ของผู้ที่กำลังปลดทุกข์จนโกลาหลกันอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของการนั่งส้วมโรมันคือมีก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุสะสมอยู่ในท่อระบายปฏิกูลจำนวนมาก จนบางครั้งก็ติดไฟจนทำให้คนถูกไฟลวก หรือเกิดการระเบิดย่อยๆ ขึ้นมาได้
 
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนโรมันจึงต้องสวดมนต์หรือขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเมื่อต้องเข้าส้วมสาธารณะ
 
นักโบราณคดีพบคาถาหรือมนตราจำนวนมากที่ใช้ป้องกันภูตผีปีศาจสลักอยู่บนผนังส้วม ขณะเดียวกันมีเรื่องเล่ากันว่าปีศาจเกลียดเสียงหัวเราะ ทำให้นิยมสลักหรือขีดเขียนภาพล้อเลียนต่างๆ ที่ทำให้ผู้พบเห็นหัวเราะออกมาขณะกำลังทำธุระอยู่ แต่ถ้าสถานการณ์ย่ำแย่ คนโรมันจะขอให้เทพเจ้าช่วย ซึ่งเทพที่นิยมเอ่ยถึงเป็นเทพีแห่งโชค คือ เทพีฟอร์ทูนา (Fortuna) ถึงกับส้วมบางแห่งทำภาพเทพีองค์นี้ไว้เลยก็มี

ภาพเทพีฟอร์ทูนา (ขวา) บนผนังส้วมสาธารณะที่ปอมเปอี พร้อมข้อความเตือนผู้ใช้ส้วมให้ระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ที่มาของภาพ

แต่ก็น่าแปลกใจว่าชาวโรมันใช้เวลาหลายศตวรรษกว่าจะคิดถึงเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยแทนที่จะคิดเรื่องโชคดี-โชคร้ายในส้วม
 
2. ฟองน้ำสามัคคี
อย่างที่บอกไปแล้วว่าห้องส้วมโรมันนั้นเป็นสถานที่ที่สุดแสนอันตรายและอุดมด้วยความเสี่ยงหลายต่อหลายอย่าง แต่ถ้ายังไม่สยองพอ ต้องมาดูที่นี่...
 
คนโรมันโบราณไม่มีกระดาษชำระ กลับกัน พวกเขาหยิบฉวยของทุกอย่างที่หาได้ใกล้มือมาใช้ หรือดีขึ้นมาหน่อยก็จะมีอุปกรณ์ "กลาง" ของส้วมให้ใช้...ก็บอกแล้วว่าส้วม "สาธารณะ" อะไรๆ ก็เลยเป็นของใช้ร่วมกันไปหมด
 
อุปกรณ์ชวนขยะแขยงชิ้นนี้มีชื่อในภาษาละตินว่า ไซโลสปอนกิอุม (Xylospongium) ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า "ฟองน้ำติดด้ามไม้" ซึ่งมีไว้ประจำส้วมสาธารณะ แต่โชคไม่ดี ที่ส้วมแต่ละแห่งจะมีอุปกรณ์ชิ้นนี้เพียงไม่กี่อันเท่านั้น

ไซโลสปอนกิอุม หรือ ฟองน้ำติดด้ามไม้ ซึ่งน่าจะเป็นแบบเดียวกับที่ใช้กันในสมัยโรมัน ที่มาของภาพ

เรื่องก็เลยวุ่นวายเมื่อต้องมีการใช้ฟองน้ำนี่ร่วมกัน แถมยังไม่เคยขัดล้างทำความสะอาดเลยด้วย จนอาจกลายเป็นช่องทางของการแพร่เชื้อโรคต่างๆ (เช่น เชื้อไทฟอยด์ เชื้ออหิวตกโรค) ในสมัยโบราณก็เป็นได้
 
3. ปากสะอาด ฟันขาว ด้วย "ฉี่"
ผู้คนในจักรวรรดิโรมันใช้ปัสสาวะกันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการฟอกสีหนังสัตว์ ซักเสื้อผ้า ล้างคอกหรือชำระตัวสัตว์ ปลูกต้นไม้(เป็นปุ๋ย) และที่แปลกที่สุดก็คือ ใช้ขัดฟันให้ขาว
 
"ฉี่" สำคัญถึงกับต้องมีการออกกฎหมายและภาษีว่าด้วยการซื้อขายปัสสาวะกันเลยทีเดียว
 
เมื่อชาวโรมันปัสสาวะลงในหม้อแล้วนำไปเทลงบ่อพัก จะมีคนมาคอย "เก็บ" รวบรวมเอาไปขายร้านค้าหรือธุรกิจที่ต้องใช้ฉี่เป็นส่วนประกอบซึ่งต้องเสียภาษีปัสสาวะ (Urine Tax) ดังนั้นบางร้าน เช่น โรงฟอกหนังจึงตั้งหม้อหรืออ่างไว้ที่ประตูทางเข้าร้าน เพื่อให้คนที่ผ่านไปผ่านมาปลดปล่อย "ทุกข์เบา" ให้กับทางร้านเอาไปใช้โดยไม่ต้องเสียภาษี...เหมือนการบริจาคฉี่ อะไรทำนองนั้น

ภาพวาดบนภาชนะดินเผา เป็นรูปทาสถือหม้อเก็บปัสสาวะของผู้เป็นนาย ซึ่งอาจนำไปขายให้ร้านฟอก-ย้อมผ้าต่อไป ที่มาของภาพ

หม้อหรืออ่างรองรับปัสสาวะ หน้าร้านฟอก-ย้อมผ้าในปอมเปอี ที่มาของภาพ

ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างหนึ่งของคนโรมันที่ได้มาจากปัสสาวะ ก็คือ น้ำยาบ้วนปาก ก็อย่างที่บอกไปว่าคนโรมันเชื่อว่าฉี่ช่วยให้ปากสะอาดและฟันขาว เพราะในปัสสาวะมีแอมโมเนีย (ammonia) ที่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดได้ดีโดยเฉพาะการขจัดคราบฟัน คัตตูลูส (Cuttulus) นักเขียนโรมันถึงกับยืนยันว่าฉี่ไม่ว่าจะของคนหรือของสัตว์ล้วนใช้ขัดฟันขาวได้ดีพอๆ กัน
 
ต่อให้มีคนยืนยันมากกว่านี้ ก็คงต้องขอตัวก่อนแล้วกัน
 
4. ขี้แพะ...เครื่องดื่มจอมพลัง
นอกจากฉี่แล้ว ชาวโรมันยังใช้ขี้แพะอย่างแพร่หลายไม่น้อยไปกว่ากัน ตามบันทึกของนักเขียนและนักธรรมชาติวิทยาคนสำคัญของโรมัน พลีนีผู้อาวุโส (Pliny the Elder) ระบุว่า ขี้แพะถูกนำมาผสมกับอีกหลายอย่างใช้เป็นยาทาแผลฉุกเฉิน แถมยังบอกอีกว่าขี้แพะที่เก็บในฤดูใบไม้ผลิแล้วตากแห้งเก็บไว้ใช้มีคุณภาพดีที่สุด แต่ถ้าแบบ "สดๆ" ก็ใช้ได้ดีเหมือนกัน (แหวะ!!!)

ขี้แพะ ที่มาของภาพ

แค่ทาแผลก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ ทริการิอุส (trigarius) หรือนักแข่งรถศึกที่เป็นกีฬาที่ชื่นชอบอย่างหนึ่งของคนโรมัน นิยมทำเครื่องดื่มเพิ่มพลังจากขี้แพะบดละเอียดผสมกับน้ำส้มสายชู เพราะเชื่อกันว่าช่วยเพิ่มพลัง ลดความเหนื่อยล้าให้แก่ "นักแข่งรถศึก" ได้ดีเยี่ยม

โมเสกเป็นภาพนักแข่งรถศึกโรมัน ที่มาของภาพ

พลีนี (เจ้าเดิม) ระบุว่าเครื่องดื่มนี้ดีและได้รับความนิยมมาก แม้แต่พระจักรพรรดิเนโร (Nero) ก็ทรงดื่มในยามที่พระองค์ "ทรงต้องความแข็งแกร่งในสนามแข่งขัน"
 
 
5. อ้วกแล้วกินต่อ
เรามีหลักฐานจำนวนมากเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงอาหารของชาวโรมันให้ศึกษาค้นคว้า ซึ่งล้วนแต่บรรยายถึงความหรูหราฟุ่มเฟือยและความร่ำรวยของผู้เป็นเจ้าภาพพร้อมกับอาหารล้นเหลือ คนที่มางานเลี้ยงก็กินได้สารพัดเท่าที่จะ "ยัด" เข้าไปในท้องได้ ซึ่งตามบันทึกของเซเนกา (Seneca) นักการเมืองและนักปรัชญาโรมัน ถ้ากินจนไม่เหลือที่ว่างในท้องแล้ว แขกผู้ทรงเกียรติเหล่านั้นก็จะ "อ้วก" ออกมาเพื่อจัดระเบียบกระเพาะให้กินต่อไปได้

การจัดเลี้ยงอาหารแบบโรมัน จะเขียนการ “เอกเขนก” (recline) กินอย่างสบายใจ ที่มาของภาพ

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าท่านเหล่านั้นจะลุกไปล้วงคอในห้องน้ำหรอกนะ เขาไม่เคยคิดจะลุกไปจากโต๊ะด้วยซ้ำ (อาจกลัวของอร่อยหมดก่อนหรือยังไงก็ไม่ทราบ) มีหลายครั้งที่ปล่อยลงพื้นหรือดีหน่อยก็หยิบชามใกล้ๆ มือมารองไว้ พอเรียบร้อยก็ตั้งหน้าตั้งตากินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
คนชั้นสูงของโรมันไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาคิดว่าตนไม่ใช่คนที่ต้องทำความสะอาดพื้น
 
เซนากาบันทึกไว้ว่า "เมื่อเราเอกเขนก (คนโรมันเหมือนกันชาวกรีก คือ นอนหรือเอนตัวลงเอาศอกข้างหนึ่งเท้าหมอนหรือพื้นกินอย่างสบายใจ ไม่นั่งห้อยขากินเหมือนเราในปัจจุบัน) [ทาส]คนหนึ่งจะคอยเช็ดน้ำลาย  ขณะที่ [ทาส] อีกคนจะอยู่ใต้โต๊ะคอยเก็บ[อ้วก]ที่คนเมาปล่อยออกมา"
 
-------------- 
เรียบเรียงจาก
https://www.thevintagenews.com/2016/08/25/priority-5-hideous-facts-life-ancient-rome/2
Parker, Steve. (2013). Kill or Cure : An Illustrated History of Medicine. London : DK