World Clvilization

มหาพีระมิดใหญ่ที่สุดในโลกไม่ได้อยู่ที่อียิปต์

พวกเราต่างรู้กันดีว่าอียิปต์เป็นต้นกำเนิดของสถาปัตยกรรมขนาดมหึมาที่เรียกว่า “พีระมิด” ตลอดระยะเวลากว่าสามพันปีพวกเขาสร้างพีระมิดขึ้นมามากกว่าหนึ่งร้อยองค์ ถ้านับเท่าที่นักอียิปต์วิทยาค้นพบแล้วก็มีมหาศาลถึง 118 องค์เลยทีเดียว พีระมิดองค์ใหญ่ที่สุดของอียิปต์คือมหาพีระมิดของฟาโรห์คูฟู ที่เมืองกิซ่า ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมไม่เว้นแต่ละวัน ด้วยขนาดฐานกว้างยาวด้านละประมาณ 230 เมตร สูงร่วม 147 เมตร พีระมิดองค์นี้จึงเป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาพีระมิดทั้ง 118 องค์ของอียิปต์
 
แต่มันไม่ได้เป็นพีระมิดที่ “ใหญ่ที่สุดในโลก” อย่างที่เราเคยเชื่อกันแต่อย่างใด!!

โมเดลจำลองโครงสร้างมหาพีระมิดแห่งโชลูลาในปัจจุบันที่มีโบสถ์ตั้งอยู่ด้านบน ที่มาของภาพ

จริงๆ แล้วถ้าจะนับกันที่ความใหญ่ คงต้องดูกันที่ว่าเราจะอ้างอิงจากขนาดส่วนใดของพีระมิด เพราะถึงแม้ว่าพีระมิดจะปรากฏอยู่ทั่วโลก แต่มันก็ไม่ได้มีรูปทรงที่คล้ายกันเสียเลยทีเดียว มีเพียงแค่ในอียิปต์และซูดานเท่านั้นที่มีพีระมิดแท้รูปทรงตามแบบเรขาคณิตเป๊ะๆ ส่วนพีระมิดของอารยธรรมอื่นๆ นั้นเป็นแบบขั้นบันไดบ้าง หรือไม่ก็เป็นเพียงแค่อาคารทรงขั้นบันไดที่สอบสูงขึ้นไป แล้วมีวิหารตั้งอยู่บริเวณลานด้านบน ดังเช่นพีระมิดของชาวมายาหรือไม่ก็แอสเท็กซ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างจากพีระมิดของชาวอียิปต์โบราณโดยสิ้นเชิง
 
ถ้าพูดถึงความสูง ไม่มีพีระมิดโบราณองค์ใดที่สูงเทียบเท่ามหาพีระมิดของฟาโรห์คูฟูที่กิซ่าได้ แต่ถ้าความใหญ่นั้นวัดกันที่ “ขนาดฐาน” และ “ปริมาตร” ของโครงสร้างแล้วล่ะก็ พีระมิดของฟาโรห์คูฟูไม่ใช่พีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างแน่นอน เพราะตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ต้องยกให้กับพีระมิดแห่งโชลูลา (Pyramid of Cholula) ในประเทศเม็กซิโก ซึ่งมีขนาดฐานกว้างถึงด้านละ 450 เมตร ถึงแม้จะมีความสูงเพียงแค่ราว 66 เมตร แต่ปริมาตรคร่าวๆ ของมันเมื่อคำนวณตามสูตรทางเรขาคณิตแล้วก็จะพบว่ามันมีปริมาตรมหาศาลถึง 4.45 ล้านลูกบาศก์เมตร!! ในขณะที่มหาพีระมิดของฟาโรห์คูฟูที่อียิปต์นั้นมีปริมาตรเพียงแค่ 2.59 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง

ภาพวาดมหาพีระมิดแห่งโชลูลาในยุครุ่งเรืองที่ยังไม่ถูกปกคลุมโดยพืชพันธุ์นานาชนิด ที่มาของภาพ

พีระมิดแห่งโชลูลาเป็นหนึ่งในพีระมิดที่ถูกลืมแห่งเม็กซิโก มันเพิ่งถูกค้นพบอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ.1910 เท่านั้น นักโบราณคดีที่ทำการขุดค้นพีระมิดแห่งโชลูลาพบว่ามันน่าจะถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อประมาณศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาลในเมืองโชลูลาทางตอนกลางของประเทศเม็กซิโก รูปทรงของพีระมิดเป็นแบบขั้นบันได ด้านบนยอดของพีระมิดเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งเทพเจ้าเควตซัลโคแอทเทิล (Quetzalcoatl) ซึ่งเป็นเทพเจ้าอสรพิษที่ได้รับการบูชาอย่างแพร่หลายทั่วทั้งดินแดนอเมริกากลางโบราณ
 
มีความเป็นไปได้ที่ชาวโชลูลาในอดีตจะสร้างพีระมิดแห่งนี้โดยเลียนแบบรูปทรงมาจากภูเขาไฟที่อยู่ในบริเวณนั้น เพื่อเป็นตัวแทนในการอ้อนวอนขอให้ภูเขาไฟไม่แผลงฤทธิ์  นั่นทำให้เห็นว่าโชลูลาคือนครศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญของเม็กซิโกโบราณในช่วงนั้นเลยก็ว่าได้
 
นักโบราณคดีเสนอว่าเมืองโชลูลานั้นน่าจะเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับอีกหนึ่งนครโบราณของเม็กซิโกที่มีนามว่า “เตโอติฮัวคาน” (Teotihuacan) หรือ “นครแห่งทวยเทพ” ที่รุ่งเรืองร่วมสมัยอยู่กับนครโชลูลาและตั้งอยู่ห่างกันเพียงแค่ประมาณ 100 กิโลเมตร หลังจากนั้นทั้งนครโชลูลาและเตโอติฮัวคานก็ถูกทิ้งร้างลงไปอย่างเป็นปริศนา

ส่วนโครงสร้างด้านหน้าของมหาพีระมิดแห่งโชลูลา ที่มาของภาพ

หลังจากที่พีระมิดแห่งนี้ถูกทิ้งร้าง ชนเผ่ากลุ่มใหม่ที่เข้ามายึดครองนครโชลูลาในช่วงประมาณปี ค.ศ.600 ก็ได้ต่อเติมพีระมิดแห่งนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีการเสนอกันว่าตั้งแต่ในช่วงปี ค.ศ.1100 เป็นต้นมา พีระมิดแห่งโชลูลาก็ถูกปกคลุมไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิดเรียบร้อยแล้ว
 
ชาวแอสเท็กซ์ที่เข้ามาปกครองโชลูลาในช่วงหลายร้อยปีให้หลังก็ไม่ได้สนใจใยดีที่จะบูรณะพีระมิดแห่งนี้อีกต่อไป  และนั่นก็ทำให้พีระมิดแห่งโชลูลาถูกลืม

มิหน้ำซ้ำในปี ค.ศ.1519 ที่ชาวสเปนเข้ามารุกรานเม็กซิโกพวกเขาก็คิดว่าเนินดินที่ปกคลุมไปด้วยพืชพันธุ์เขียวชอุ่มนี้เป็นเพียงแค่เนินธรรมชาติธรรมดาๆเท่านั้น ชาวสเปนไม่รู้เลยว่ามันมีมหาพีระมิดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซ่อนตัวอยู่ข้างใต้

ชาวสเปนสร้างโบสถ์ Our Lady of Remedies ขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1594 และเรายังคงเห็นโบสถ์นี้ตั้งอยู่ด้านบนยอดพีระมิดแห่งโชลูลาได้ในปัจจุบัน ที่มาของภาพ

หลังจากนั้นในปี ค.ศ.1594 พวกเขาก็ได้สร้างโบสถ์ Our Lady of Remedies ขึ้นเหนือยอดเนินดินอันเป็นที่ตั้งของมหาพีระมิดแห่งโชลูลาและโบสถ์แห่งนี้ก็ยังตั้งเด่นเป็นสง่าให้เห็นจวบจนปัจจุบัน
 
นักโบราณคดีที่เข้าไปขุดค้นพีระมิดแห่งนี้ในช่วงทศวรรษที่ 1930 พบว่าข้างใต้องค์พีระมิดมีช่องทางเดินที่ซับซ้อนเป็นระยะทางยาวร่วม 8 กิโลเมตร ซึ่งทางเดินใต้ดินนี้ก็ช่วยให้นักโบราณคดีเข้าใจถึงรูปแบบการต่อเติมพีระมิดแห่งโชลูลาโดยชาวอเมริกาโบราณในยุคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
 
นั่นจึงทำให้ในตอนนี้อียิปต์ได้เสียแชมป์ทางด้านจำนวนพีระมิดให้กับซูดานและเสียแชมป์ทางด้านขนาดพีระมิดให้กับเม็กซิโก แต่ถ้ามาดูกันที่แชมป์ทางด้านความเก่าแก่นั้น ยังไงพีระมิดของอียิปต์โบราณก็ยังคงครองตำแหน่งนี้เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นเช่นเดิม

-----------------------

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.ancient-origins.net/ancient-places-americas/once-hidden-plain-sight-and-surprisingly-ignored-great-pyramid-cholula-020650?nopaging=1
Website: http://www.sciencealert.com/the-world-s-largest-pyramid-is-hidden-under-a-mountain-in-mexico
Website: http://www.aztec-history.com/cholula-pyramid.html
Website: https://hiddenincatours.com/cholula-mexico-the-worlds-largest-ancient-pyramid