World Clvilization

สวนลอย(น้ำ)แห่งอาณาจักรแอสเท็กซ์

เมื่อพูดถึง “สวนลอย” เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะคิดไปถึง “สวนลอยแห่งบาบิโลน” (Hanging Garden of Babylon) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณฝีมือของพระเจ้าเนบูคัดเนสซาร์ที่ 2 (Nebuchadnezzar II) แห่งอาณาจักรบาบิโลเนียใหม่ (Neo-Babylonia) เมื่อประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาลที่พังทลายลงไปนานแล้ว แต่ “สวนลอย” ที่กำลังจะพาไปทำความรู้จักกันในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาณาจักรบาบิโลเนียหรืออารยธรรมเมโสโปเตเมียเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเรากำลังจะข้ามไปยังดินแดน “โลกใหม่” ในประเทศเม็กซิโกซึ่งเป็นที่ตั้งของจักรวรรดิแอสเท็กซ์ (Aztecs) อันเกรียงไกรและโหดร้าย พวกเขาก็มีสิ่งที่เรียกว่า “สวนลอย” (Floating Gardens) อยู่ในอาณาจักรด้วยเช่นกัน มันคือสวยลอยที่เรารู้จักกันในชื่อว่า “ชินัมพาส์” (Chinampas) นั่นเอง

ภาพจำลองชินัมพาส์ในสมัยที่จักรวรรดิแอสเท็กซ์ยังคงรุ่งเรือง ที่มาของภาพ

กล่าวกันว่าสวนลอยแห่งบาบิโลนสร้างขึ้นเพื่อมอบแด่มเหสีต่างถิ่นของพระเจ้าเนบูคัดเนสซาร์ที่ 2 แต่สวนลอยของชาวแอสเท็กซ์ไม่ได้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์เช่นนั้น ชินัมพาส์คือแปลงเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางวิทยาการที่น่าทึ่งของชาวแอสเท็กซ์ในการปรับเปลี่ยนผืนดินของพวกเขาให้กลายเป็นฟาร์มอาหารที่สามารถเลี้ยงประชากรนับล้านคนในอาณาจักรได้สบายๆ
 
ด้วยว่าเมืองหลวงของอาณาจักรแอสเท็กซ์ที่มีนามว่า “เตโนชติตลาน” (Tenochtitlan) ในประเทศเม็กซิโกนั้นตั้งอยู่ในบริเวณที่แปลกกว่าเมืองหลวงของอาณาจักรโบราณอื่นๆ เพราะว่ามันเป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบที่มีชื่อว่าเท็กซ์โคโค (Lake Texcoco) เตโนชติตลานเป็นเมืองที่มีน้ำล้อมรอบ ดังนั้นปัญหาหลักก็คือการสรรหาพื้นที่เกษตรกรรมที่มีขนาดใหญ่เพื่อใช้สำหรับเพาะปลูกผลิตผลต่างๆ มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของชาวเมืองนับล้านชีวิต และทางออกที่ชาวแอสเท็กซ์คิดค้นขึ้นมาได้ก็คือเจ้าสวนลอยที่มีชื่อว่า “ชินัมพาส์” นี่เอง
 
ไม่มีนักวิชาการคนใดทราบแน่ชัดว่าผู้ที่คิดค้นชินัมพาส์ขึ้นมาได้เป็นคนแรกคือใคร แต่ก็เชื่อว่ามันน่าจะถูกใช้งานก่อนหน้าสมัยของชาวแอสเท็กซ์มานานนมแล้ว และพวกเขาก็นำมาปรับใช้ให้เข้ากับอาณาจักรของพวกเขาเองอีกทีหนึ่ง ชาวแอสเท็กซ์สร้างชินัมพาส์ด้วยการนำเอาเศษไม้มามัดรวมกันเพื่อสร้างเป็นรั้วล้อมรอบพื้นที่ที่ต้องการจะทำเป็นแปลงเกษตรกรรมเอาไว้ โดยส่วนใหญ่แล้วแปลงจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพื้นที่ประมาณ 30 x 2.5 ตารางเมตร หลังจากนั้นก็จะนำโคลนจากก้นทะเลสาบและพืชผักที่เน่าเปื่อยมาถมลงไปให้ลึกจนถึงก้นทะเลสาบความลึกราวๆ เกือบหนึ่งเมตรเพื่อสร้างเป็นชั้นดินในแปลงเกษตรของพวกเขา นอกจากนั้นยังมีการปลูกต้นหลิวเอาไว้ที่มุมต่างๆ ของแปลงเพื่อให้รากของมันช่วยยึดชินัมพาส์ให้มั่นคงด้วย

จริงๆ แล้วชินัมพาส์ไม่ได้ลอยอยู่บนผิวน้ำแต่มันเชื่อมติดอยู่กับพื้นดินใต้ทะเลสาบ ที่มาของภาพ

ระหว่างชินัมพาส์แต่ละแปลงก็จะคั่นด้วยคลองขนาดเล็กที่เรือแคนูสามารถพายเข้าไปเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมทั้งนำเอาปุ๋ยและอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปดูแลพืชในแปลงได้ สิ่งที่น่าสนใจก็คือปุ๋ยที่ชาวแอสเท็กซ์ใช้ก็คือ “อุจจาระคน” ดีๆ นี่เอง นั่นจึงทำให้พวกเขาไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับระบบระบายของเสียในเมืองสักเท่าไร เพราะว่ามันก็ถูกนำมาใช้ประโยชน์ต่อในชินัมพาส์นั่นเอง
 
ชินัมพาส์ในอาณาจักรแอสเท็กซ์กินพื้นที่กว้างขวางถึงราว 22,000 เอเคอร์ ชาวแอสเท็กซ์ปลูกพืชหลายชนิดในนี้ทั้งข้าวโพด ถั่ว น้ำเต้า มะเขือเทศ พริกไทย และดอกไม้นานาชนิด ว่ากันว่ามันให้ผลผลิตสูงถึงเจ็ดครั้งต่อปี!! แปลงเกษตรแต่ละแปลงคั่นด้วยคลองตัดกันเป็นตารางสี่เหลี่ยมทำให้เมื่อดูเผินๆ แล้วเสมือนแปลงเหล่านี้กำลัง “ลอย” อยู่บนน้ำ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ลอยอยู่แต่อย่างใด ด้วยว่าดินด้านใต้ชินัมพาส์นั้นถูกถมลงไปถึงระดับก้นทะเลสาบ เพียงแค่ภาพที่เห็นเหนือน้ำนั้นหลอกตาเราจนทำให้เราเข้าใจผิดและเรียกมันว่า “สวนลอย” มาจนถึงทุกวันนี้

ภาพวาดแสดงให้เห็นระบบเครือข่ายของแปลงเกษตรชินัมพาส์อันแสนซับซ้อนของชาวแอสเท็กซ์
ที่มาของภาพ

ด้วยว่าสวนนี้มันไม่ได้ “ลอยน้ำ” อยู่จริงๆ ดังนั้นในช่วงหน้าฝนที่ฝนตกหนักย่อมต้องสร้างปัญหาใหญ่ให้กับชินัมพาส์แน่ๆ แต่ชาวแอสเท็กซ์ก็ได้เตรียมรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้วด้วยการสร้างเขื่อนและประตูกั้นน้ำเพื่อไม่ให้ผลผลิตของพวกเขาเสียหายตามไปด้วย จะเห็นได้ว่านอกจากความโหดร้ายป่าเถื่อนแล้ว ชาวแอสเท็กซ์ก็ยังมีวิทยาการและความรู้ที่ก้าวล้ำไม่แพ้กัน
 
สุดท้ายชินัมพาส์ถูกทำลายลงหลังจากที่กลุ่มชาวสเปนอาวุธครบมือทั้งดาบ ปืน และม้า นำโดยเฮอร์นันโด คอร์เตส (Hernando Cortés) บุกเข้าไปในอาณาจักรแอสเท็กซ์เมื่อปี ค.ศ.1519 คอร์เตสกระหายในทองคำ แต่ไม่ได้สนใจวิทยาการอันน่าทึ่งเกี่ยวกับแปลงเกษตรของชาวแอสเท็กซ์เลยแม้แต่น้อย จึงได้สั่งให้ทำลายชินัมพาส์ แล้วทิ้งมันลงก้นทะเลสาบไปอย่างไม่ใยดี ในปัจจุบันหลักฐานของชินัมพาส์ยังคงหลงเหลือให้เห็นเพียงแค่ในคลองของเขตโซชิมิลโค (Xochimilco) เท่านั้น และมันก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเม็กซิโกซิตีไปเรียบร้อยแล้ว

หลักฐานของชินัมพาส์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเขตโซชิมิลโค ที่มาของภาพ

----------------
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.ancient-origins.net/ancient-places-americas/chinampas-floating-gardens-mexico-001537
Website: https://fourstringfarm.com/2014/04/01/the-floating-gardens-of-aztecs
Website: http://www.ecosnippets.com/gardening/floating-gardens-of-the-aztecs/
Website: https://global.britannica.com/topic/chinampa
Website: http://en.mxcity.mx/2016/06/chinampas/