Fashion World

มงกุฎหงส์กับขนนกสีฟ้าสุดเลอค่า

คอลัมน์ WEAR THE PAST
-----------------------------------
มงกุฎ คือสัญลักษณ์ของความสูงค่ามาอย่างยาวนาน และถูกใช้เพื่อแสดงอำนาจ ฐานันดรศักดิ์ ของผู้สวมใส่ในดินแดนต่างๆ ทั่วโลก เป็นหนึ่งในสุดยอดศิราภรณ์ประดับที่ช่างฝีมือบรรจงสรรค์สร้างด้วยวัตถุเลอค่าของแผ่นดิน

ในแผ่นดินจีนมีการสวมมงกุฎมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง สืบเนื่องมายังราชวงศ์หมิง และชิง

ที่มาของภาพ

“เฟิ่งกวาน” หรือ “มงกุฎหงส์” คือเครื่องประดับศีรษะของสตรีชั้นสูง ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องประดับ ของจักรพรรดินีแล้ว “เฟิ่งกวาน” ยังเป็นเครื่องหมายแสดงฐานันดรศักดิ์ของเชื้อพระวงศ์ และสตรีที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ โดยเรียกรวมกันภายใต้ชื่อเดียวกัน หากแตกต่างด้วยลวดลายที่ใช้ตกแต่ง
 
สำหรับมงกุฎหงส์ของหญิงสามัญจะเป็นเพียงลวดลายดอกไม้ธรรมดา ต่อเมื่อฐานันดรสูงขึ้นก็อาจจะมีลายไก่ฟ้ามาตกแต่งเพิ่มเติม  
 
“เฟิ่งกวาน” ที่สูงค่าที่สุดของสตรีจีนคือมงกุฎหงส์ของจักรพรรดินี ซึ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นโครงด้วยเงินหรือทองคำ บุภายในด้วยผ้าใยไหม ตกแต่งด้วยรูปมังกร 12 ตัว และหงส์ 9 ตัว ประดับประดาด้วยอัญมณีล้ำค่า อาทิ ดอกไม้เพชร หยก ไข่มุก โดยมีลวดลายก้อนเมฆ และดอกไม้ ที่ทำขึ้นจากวัสดุลึกลับสีฟ้าวาววับอันจะพบได้เฉพาะเครื่องประดับของชาวจีนโบราณเท่านั้น  

ที่มาของภาพ

ศาสตร์ของการทำเครื่องประดับสีฟ้าที่ทำมาจากขนนกกระเต็นนี้เรียกว่า “เตี่ยนชุ่ย” ซึ่งเกิดขึ้นบนแผ่นดินจีนมายาวนานกว่า 2,000 ปี สีฟ้าเลื่อมสลับแพรวพราวนี้ได้รับการยกย่องเชิดชูดังคำกลอนจีนที่ว่า
 
日看黄金,夜看翠
"กลางวันชมประกายจากทองคำ ตกค่ำชมแววงามจากขนนก"
 
ซึ่งขนนกกระเต็นนั้นไม่เพียงถูกนำมาใช้บนมงกุฎหงส์ แต่ยังถูกประดิษฐ์เป็นงานประณีตศิลป์ และเครื่องประดับของสตรีชั้นสูง เพราะเนื่องจากนกชนิดนี้เป็นนกอพยพและพบไม่มากในประเทศจีน จึงทำให้มีราคาแพงมากเกินกว่าที่สามัญชนจะมีไว้ครอบครอง

ที่มาของภาพ

การทำเครื่องประดับจากขนนกกระเต็นนี้ยังพบในประเทศกัมพูชา ซึ่งค้าขายนกกระเต็นกับชาวจีนจนร่ำรวย จนมีสมบัติมาสร้างปราสาทนครวัดนครธม และวัดต่างๆ ในอาณาจักรได้อย่างยิ่งใหญ่ เพราะความแพงของขนนกตัวเล็กๆ ที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการมากที่สุดนี่เอง
 
ซึ่งในกัมพูชาเองก็มีประวัติการทำเครื่องประดับจากขนนกกระเต็นด้วย ดังปรากฎหลักฐานบนภาพปูน ปั้นตามปราสาทโบราณ โดยเครื่องศิราภรณ์ของเหล่านางอัปสรล้วนมีลวดลายคล้ายกับปิ่นดอกไม้ขนนกกระเต็นในสมัยราชวงศ์ชิง
 
มงกุฎหงส์ และเครื่องประดับสีฟ้าจากขนนกกระเต็นได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง จนมามีจุดจบลงในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม มีการสั่งแบนการฆ่านกกระเต็นที่กำลังจะสูญพันธุ์


แต่กระนั้นก็ตาม ผู้คนยังคงรู้จักมงกุฎหงส์สีฟ้าที่สืบทอดมาประดับบนศรีษะของเจ้าสาวชาวจีนอยู่ในปัจจุบัน แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักศาสตร์ของเตี่ยนชุ่ยเครื่องประดับจากขนนกกระเต็นที่ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา

ที่มาของภาพ
------------
ข้อมูลจาก
https://www.thevintagenews.com
http://nasvete.com
https://www.yunboutique.com
https://web.facebook.com/jingju.thai/?pnref=story