Crazy World

นาฬิกา 5 เรือน และความตายสะเทือนขวัญ


นาฬิกาเป็นเครื่องบอกเวลา ในหลายวัฒนธรรมถือว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญของการเริ่มต้นและการสิ้นสุด คนจีนไม่นิยมมอบนาฬิกาให้เป็นของขวัญ เพราะถือว่าเป็นลางไม่ดี คนอังกฤษสมัยวิกตอเรีย ผู้คนจะหยุดนาฬิกาในบ้านไว้ เมื่อสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต แม้ปัจจุบันก็ยังมีบางที่ปฏิบัติอยู่ แต่ในหลายกรณี นาฬิกาไม่ได้หยุดเพื่อจุดประสงค์เช่นนั้น หากแต่เป็นการหยุดจากเหตุสยดสยอง ดังต้องการให้ผู้พบเห็นทราบถึง "นาทีมรณะ" ขณะเกิดเหตุเช่นนั้นขึ้น
 
1. นาฬิกาไททานิก
เรื่องราวของเรือไททานิกที่ว่ากันว่าเป็นเรือเดินสมุทรสุดหรูที่ "ไม่อาจจมได้" เป็นที่รู้จักกันดี จากเหตุการณ์ในคืนวันที่ 14 เมษายน ค..1912 เรือชนภูเขาน้ำแข็งแล้วจมลงในบริเวณตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติกในช่วงเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น พร้อมกับผู้คนราว 1,500 คน แม้จะมีการพบนาฬิกาพกหรือนาฬิกาข้อมือจากทั้งร่างผู้เสียชีวิตและในตัวเรือเอง แต่สิ่งที่น่าสนใจกับรอการค้นพบอยู่ในซากเรือนั้น
 
นาฬิกาเรือนหนึ่งตั้งอยู่เหนือเตาผิงในห้องสเตราส์สวีท ซึ่งเป็นของอิซิดอร์ สเตราส์ เจ้าของห้างเมซี (Macy) กับภรรยา นาฬิกาทองคำที่จมอยู่ใต้ทรายและซากปรักหักพังยังคงดูใหม่จนเกือบจะเหมือนเพิ่งทำเสร็จไม่นาน เรียกได้ว่าความผุผังของสิ่งรอบข้างไม่มีผลกระทบใดต่อนาฬิกาเรือนนั้นเลย แม้หน้าปัดจะเสียหายแต่ก็มีข้อสันนิษฐานว่าเข็มนาฬิกาหยุดลงเมื่อเวลา 02.04 . (วันที่ 15 เมษายน) อันเป็นเวลาที่เรือชูชีพลำสุดท้ายพายจากไป หรือ 02.20 . อันเป็นช่วงเวลาที่เรือจมลงไปใต้เกลียวคลื่น


ที่มาของภาพ


2. นาฬิกานิวเคลียร์
เช้ามืดวันที่ 26 เมษายน ค..1986 โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชียร์โนบิลประสบเหตุร้ายแรงหลังจากความผิดพลาดในการทดสอบความปลอดภัย ผลคือ โรงงานไฟฟ้าและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายจากกัมมันตรังสี ความร้อนและไฟ ในปี 2005 เกิร์ด ลุดวิก ช่างภาพเสี่ยงเข้าไปในซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยกัมมันตรังสีของโรงไฟฟ้าแห่งนี้เป็นเวลา 15 นาที แม้ภาพห้องควบคุมและโถงทางเดินว่างเปล่าจะดูน่าสะพรึงกลัวเพียงใด แต่มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำให้ช่างภาพท่านนี้ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
 
ลึกเข้าไปในใจกลางเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ซึ่งเป็นจุดที่กัมมันตรังสีแรงสีที่สุด ลุดวิกสำรวจห้องลับที่ซ่อนอยู่หลังประตูเหล็กกล้า แม้จะใช้เวลาอยู่ไม่กี่วินาที เขาก็เห็นนาฬิกาเก่าที่แขวนอยู่บนผนัง เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา 01.23.58 . นั่นคือเวลาที่แน่นอนที่สุดซึ่งเตาปฏิกรณ์ระเบิด เขาเขียนคำบรรยายภาพดังกล่าวว่า "...เวลาหยุดอยู่เช่นนั้นตลอดกาล..."


ที่มาของภาพ


3. นาฬิกา 9-11
ทั่วโลกรู้ว่าวันที่ 11 กันยายน ค..2001 เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าที่สุดในสหรัฐ เมื่อมีการโจมตีของผู้ก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ผู้คนจะค่อยคลายความโศกเศร้าบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครลืมลง ทุกจุดที่ถูกเครื่องบินพุ่งชนเปลี่ยนเป็นอนุสรณ์สถานเช่นเดียวกับพื้นที่โล่งที่เคยเป็นที่ตั้งของอาคารแฝดในเมืองนิวยอร์กซิตี้
 
..2005 มีการเปิดห้องจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ Ground Zero Museum ในกรุงนิวยอร์กเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและเหตุการณ์น่าเศร้าสลดนั้น สิ่งหนึ่งที่จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์คือนาฬิกาที่พบในทรากปรักหักพังซึ่งหยุดลงที่เวลา 10.02.14 . อันเป็นเวลาที่ตึกด้านทิศใต้พังลงมา นาฬิกาดังกล่าวค้นพบในจุดที่เคยเป็นห้องพักผ่อนของพนักงานรถไฟท้องถิ่น


ที่มาของภาพ


4. นาฬิกาพกแห่งฮิโรชิมา
วันที่ 6 สิงหาคม ค..1945 โฉมหน้าการทำสงครามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ผู้นำสหรัฐในเวลานั้นตัดสินใจทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ผู้คนเสียชีวิตไปราว 10,000 คน และทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมี 1.6 กิโลเมตรพังเสียหายไม่มีชิ้นดี
 
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ชินจิ มิกาโม ชายหนุ่มวัย 19 ปี เดินทางมายังฮิโรชิมาเพื่อขุดค้นซากปรักหักพังที่เคยเป็นบ้านของครอบครัว เขาพบนาฬิกาพกทองคำของคุณปู่ที่ได้รับเป็นรางวัลในฐานะช่างภาพของจักรวรรดิญี่ปุ่น แม้ว่าเข็มนาฬิกาจะพินาศไปแล้ว แต่ความร้อนจากการระเบิดกลับสลักเวลาที่ระเบิดทำงานไว้บนแผ่นโลหะของหน้าปัดซึ่งอ่านได้เวลา 08.15 .
 
..1955 ชินจิบริจาคนาฬิกาเรือนนั้นให้กับพิพิธภัณฑ์ที่ระลึกสันติภาพแห่งฮิโรชิมา และต่อมาก็มีการส่งมอบให้แก่พิพิธภัณฑ์ในสำนักงานของสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก แต่น่าเสียดายที่นาฬิกาเรือนนั้นหายไปจากพิพิธภัณฑ์เมื่อ ค..1989 อย่างไร้ร่องรอย


ที่มาของภาพ


5. นาฬิกาสึนามิ
เมื่อพูดถึงหมู่เกาะฮาวาย ทุกคนล้วนนึกถึงภาพเกาะสวาทหาดสวรรค์อันน่าประทับใจ กระนั้นก็ยังเกิดเหตุการณ์ธรรมชาติพิโรธอยู่เสมอ
 
เมืองฮิโล (Hilo) บนเกาะใหญ่ต้องประสบพิบัติภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิถึง 2 ครั้งในศตวรรษที่ผ่านมา ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค..1960 แม้นาฬิกาเรือนใหญ่สีเขียวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนในแถบชานเมืองไวอาเกียจะรอดพ้นจากคลื่นยักษ์ทำลายในครั้งแรก แต่เมื่อเกิดเหตุครั้งที่ 2 ก็ถูกทำลายย่อยยับพร้อมกับเข็มนาฬิกาที่ชี้บอกเวลา 01.04 . อันเป็นเวลาที่คลื่นยักษ์ลูกแรกพัดถล่มเกาะ
 
ต่อมามีการซ่อมแซมนาฬิกาให้อยู่ในสภาพดีเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงผู้เสียชีวิตและอาคารบ้านเรือนที่เสียหายจากเหตุดังกล่าว ปัจจุบันเมืองไวอาเกียไม่มีอีกแล้ว เพราะถูกแทนที่ด้วยสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว และนาฬิกาที่เข็มหยุดอยู่ที่นาทีมรณะเช่นครั้งนั้น


ที่มาของภาพ

บทความนี้เรียบเรียงจาก
http://listverse.com/2016/12/29/10-frozen-timepieces-that-marked-death-and-disaster/