World Clvilization

ประวัติศาสตร์ศิลปะกรีก

ศิลปะของชาวกรีกแบ่งตามรูปแบบได้เป็น 4 ยุค คือ จีโอเมตริก อาเคอิค คลาสสิค และเฮเลนิสติค ครอบคลุมระยะเวลาโดยรวมประมาณ 1,000 ถึง 323 ปีก่อนคริสตกาล รูปแบบของศิลปะแต่ละยุคอาจมีความลักลั่นกันอยู่บ้าง แต่ว่าแต่ละยุคก็สะท้อนสุนทรียศาสตร์ของชาวกรีกออกมาอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบศิลปะที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

โฮเมอร์ ที่มาของภาพ

รูปแบบของศิลปะชาวกรีกไม่ได้เน้นเฉพาะความงามในทางศิลป์เท่านั้น แต่ยังเน้นประโยชน์ใช้สอยออกมาในรูปของเครื่องเรือนต่างๆ หรือของใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ทั้งแจกัน จาน เหยือก ต่างก็มีองค์ประกอบทางศิลป์ที่เฉพาะตัว นอกจากเครื่องปั้นดินเผาแล้ว ก็ยังมีพวกเครื่องโลหะ รูปปั้น และภาพเขียนสี ซึ่งเหลือรอดมาถึงปัจจุบันนี้เพียงน้อยนิด อีกทั้งยังมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอีกด้วย
 

ที่มาของภาพ

ยุคจีโอเมตริก ปรากฏให้เห็นในช่วงการพัฒนารัฐและช่วงเวลาของโฮเมอร์ ลักษณะของภาชนะต่างๆจะเน้นทรงเรขาคณิต รวมทั้งรูปจำลองของสิ่งมีชีวิต เช่น รถม้าศึก นักรบ อาวุธ และม้า ก็มักมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ผู้คนก็ถูกวาดออกมาเป็นแท่งๆ และลงสีดำ
 

ที่มาของภาพ

ยุคอาเคอิค เป็นที่รู้จักจากรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแจกันและประติมากรรม รูปคนและสัตว์มีความสมจริงมากกว่ายุคก่อน และมักใช้รูปภาพเพื่อบรรยายเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง และยังคงระบายสีดำแบบยุคก่อนหน้า


ที่มาของภาพ

ยุคคลาสสิค สามารถย้อนรอยได้ถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ห้า ถือเป็นยุคทองของศิลปะแบบสมจริง สิ่งของต่างๆไม่ได้สะท้อนถึงเรื่องราวธรรมดา แต่ว่าเกี่ยวกันกับเรื่องของเทพเจ้าและบทละคร รูปบุคคลถูกลงสีด้วยสีแดงแทนสีดำและมีรายละเอียดที่น่าทึ่ง วิหารพาเธนอนแห่งกรุงเอเธนส์ก็ถูกสร้างขึ้นในยุคนี้ รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าหรูหราอื่นๆด้วย


ที่มาของภาพ

ยุคเฮเลนิสติค เป็นยุคที่ได้รับอิทธิพลหลักจากอเล็กซานเดอร์มหาราช ศิลปะกรีกโบราณยุคนี้แผ่อิทธิพลไปตามดินแดนที่ถูกยึดครอง และมักจะผสมผสานรูปแบบศิลปะแบบเดิมกับเมืองที่เข้าไปครอบครองใหม่ เน้นความแข็งแกร่งและใหญ่โตเอื้อต่อการสร้างเมือง และมักเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของเหล่าวีรบุรุษต่างๆ เช่น รูปสลักเทพีอาธีน่าต่อสู้กับยักษ์ (Athena battling a gaint)
 
รูปแบบศิลปะของกรีกมีรากที่แน่นแฟ้นกับศิลปะของโรม ลีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อรูปแบบศิลปะตะวันตกโดยรวม