Food World

แกงบ่าหนุนปากปี๋ มงคลพ้องเสียง และเมนูคู่ปาร์ตี้ปีใหม่ในหลายวัฒนธรรมรอบโลก

คอลัมน์
Food Fella


แกงบ่าหนุนปากปี๋ - ภาพถ่ายโดย Sathaporn Kongyou
 
ไม่เพียงแต่วัตถุดิบ รสชาติ หรือรูปแบบของอาหาร แต่ชื่อเรียกของอาหารเมนูต่างๆ ยังมีผลให้มนุษย์เราเลือก 'กิน' หรือ 'ไม่กิน' เมนูใดๆ ในช่วงเวลานั้นๆ อีกด้วยนะ
 
จำได้ว่าเด็กๆ ไม่ว่าจะปีใหม่ไทย หรือปีใหม่สากล ฉันมักจะได้กินแกงขนุนฝีมือคุณยายอยู่เสมอ คุณยายฉันเป็นคนอีสาน แต่มาใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่จนกลายมาเป็นคนล้านนาร่วมสมัย และทำอาหารเมืองๆ ให้ลูกหลานได้กินอยู่เป็นนิจ ใช่ค่ะ, การที่ฉันมีโอกาสได้ฉลองปีใหม่ด้วยการกินแกงขนุนหรือที่คนเมืองฮ้องว่า 'แกงบ่าหนุน' ก็เป็นผลผลิตจากความเป็นคนเมืองของคุณยาย
 
ฉันสงสัยว่าทำไมต้องเป็นแกงขนุน ซึ่งคุณยายก็รีบแก้ทันควันด้วยสำเนียงคนเหนือว่า 'แกงบ่าหนุนปากปี๋' (แหนะ! มีปากปี๋ หรือ 'ต้นปี' พ่วงมาด้วยนะ) แกบอกว่าแกงถ้วยนี้มีชื่อเป็นมงคล มันพ้องเสียงไปกับคำว่า 'เกื้อหนุน' หรือ 'สนับสนุน' คนเมืองนิยมกินแกงชนิดนี้ในวันปากปี๋ หรือวันแรกของปี (ซึ่งจะยึดตามปฏิทินเก่า) ด้วยความเชื่อที่ว่าสิ่งที่รับประทานไปจะช่วยส่งหนุนให้เกิดความเจริญ ประกอบกิจการงานใดก็มีคนมาอุดหนุนค้ำจุนทุกครั้งไป ซึ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อล้วนๆ ค่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณค่าทางโภชนาการของขนุน ซี่โครงหมู มะเขือเทศ ชะอม ชะพลู หรือน้ำแกงใดๆ
 
‘ลาบ’ เป็นอีกหนึ่งเมนูมงคลรับขวัญปีใหม่ของทั้งคนเหนือและคนอีสาน ด้วยชื่อของมันที่พ้องเสียงกับคำว่า 'ลาภ' ซึ่งก็มาจากโชคลาภ เงินทอง ฯลฯ นั่นเอง การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐฉันใด เนื้อควายไม่มีโรคก็เป็นลาบอันประเสริฐสำหรับนักเลงลาบล้านนาที่นิยมกินกันแบบดิบๆ ฉันนั้น (เรื่องลาบกับคนเมืองมีรายละเอียดเยอะมาก ไว้มีโอกาสจะมาเล่าใหม่นะคะ)


กินปลาปีใหม่เหลือกินเหลือใช้ ที่มาของภาพ

ไม่เพียงแต่คนไทย คนจีนก็มีวัฒนธรรมการกินอาหารที่มีชื่อพ้องไปกับคำศัพท์มงคลด้วยนะ เช่น การกินปลา (鱼- หยู่อวี๋) ที่มีคำพ้องเสียงกับคำว่า 余 (หยู่อวี๋) ที่แปลว่า 'เหลือกินเหลือใช้' ด้วยเหตุนั้นนอกจากโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลา คนจีนจึงกินปลาด้วยความเชื่อว่ามันเป็นอาหารมงคล กินต้นปีก็ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่ดี แต่ต้องเสิร์ฟแบบทั้งตัวมีหัวมีหางครบนะ คนจีนเขาถือ (ถือเป็นตัวๆ เลยล่ะ)
 
คนญี่ปุ่นเขาก็มีอาหารพ้องเสียงค่ะ เช่น ถั่ว (mame) พ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า 'สุขภาพดี' ซึ่งถึงไม่ต้องพ้องเสียง การกินถั่วก็ทำให้เรามีสุขภาพดีจากโปรตีนของถั่วอยู่แล้ว ปลาตะเพียนทะเล (tai) พ้องเสียงกับคำว่า medetai ที่มีความหมายว่า 'ความสุข' และสาหร่ายทะเล (kobu) พ้องเสียงกับคำว่า yorokobu มีความหมายว่า 'ยินดี' ซึ่งอาหารเหล่านี้ยังอยู่ในเมนู Osechi ryouri เป็นเซ็ทอาหารที่คนญี่ปุ่นนิยมกินกันช่วงปีใหม่ ซึ่งทุกๆ วัตถุดิบที่อยู่ในเมนูนี้ก็ล้วนมีคำพ้องเสียงที่เชื่อมโยงไปกับคุณศัพท์สิริมงคลทั้งสิ้นค่ะ

Osechi ryouri เป็นเซ็ทอาหารที่คนญี่ปุ่นนิยมกินกันช่วงปีใหม่ ที่มาของภาพ

คนญี่ปุ่นยังเชื่อว่าการกินไข่ปลาแฮริ่งยังช่วยให้มีลูกหลานสืบตระกูลต่อไป เนื่องจากปลาแฮริ่งเป็นปลาที่วางไข่เป็นจำนวนมาก ลูกหลานเต็มท้องทะเล และไอ้ความอุดมสมบูรณ์ของสายพันธุ์ปลาแฮริ่งนี่แหละ ทำให้คนเยอรมัน โปแลนด์ และคนในภาคพื้นสแกนดิเนเวีย มักกินปลาแฮริ่งกันในตอนเที่ยงคืนของวันสิ้นปี ด้วยเชื่อว่าจะทำให้คนที่กินพบแต่ความอุดมสมบูรณ์ในปีที่จะมาถึง  นอกจากนี้หนังปลาแฮริ่งยังมีสีเงินวาวที่ดูคล้ายเหรียญเงินอีกด้วย

องุ่น 12 ลูก ที่ชาวสเปนิชและโปรตุกิสกินในตอนเที่ยงคืนส่งท้ายปีเก่า ที่มาของภาพ

ส่วนองุ่นอาจไม่ใช่คำพ้องเสียง แต่ก็มีนัยแบบเดียวกับปลาแฮริ่ง คือปริมาณที่อุดมสมบูรณ์จากการเก็บเกี่ยว คนสแปนิชและโปรตุกีสจะกินองุ่น 12 ลูกในเวลาเที่ยงคืนของวันส่งท้ายปีเก่า ซึ่งจำนวนขององุ่นก็สอดคล้องไปกับจำนวนของเดือนในหนึ่งปีพอดี และถ้ากินองุ่นให้ครบตามนาฬิกาที่ตีครบ 12 ครั้งในเวลาเที่ยงคืนจะมีโชคดีในปีใหม่ที่จะมาถึง ความเชื่อเรื่องกินองุ่น 12 ลูกยังถูกเผยแพร่ไปยังประเทศอาณานิคมของสเปนและโปรตุเกสด้วย เช่น บราซิล และเปรู

ซาวเคราท์ (Sauerkraut) เมนูกะหล่ำปลีเปรี้ยวสุดโปรดของชาวเยอรมัน ที่มาของภาพ

ซาวเคราท์ (Sauerkraut) คือชื่อเมนูกะหล่ำปลีเปรี้ยว หรือกะหล่ำปลีที่หมักกับเกลือ เป็นอาหารพื้นบ้านเยอรมัน ซึ่งเป็นเครื่องเคียงกับไส้กรอก แฮม หรือขาหมู นอกจากจะเป็นเมนูที่คนดอยซ์กินกันปกติอยู่แล้ว ช่วงวันสิ้นปี พวกเขายังกินเมนูนี้ด้วยเชื่อว่ากะหล่ำปลีที่ซ้อนทับไปมาดูคล้ายธนบัตรที่วางกันเป็นฟ่อนจะนำมาซึ่งความมั่งคั่งและโชคลาภแก่ผู้ที่กินมันในปีถัดไป และยิ่งกินกับซาวเคราท์แกล้มกับเนื้อหมูที่เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีก็จะช่วยเสริมดวงให้แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้นไป
 
ตั้งแต่คุณยายอายุมากเกินกว่าจะก้มๆ เงยๆ แกงขนุนให้กิน ฉันก็แทบไม่ได้กินเมนูนี้ในช่วงปีใหม่อีกเลย ซึ่งเอาเข้าจริงพอมารุ่นๆ เราแล้ว วัฒนธรรมการกินแกงขนุนในช่วงวันปีใหม่ก็แทบจะเลือนหายไปหมดแล้ว (แหงล่ะ, มันจะไปอร่อยเท่ากับการล้อมวงกินหมูกระทะแกล้มเครื่องดื่มมึนเมากับเพื่อนฝูงได้อย่างไร) ซึ่งฉันก็เชื่อเช่นกันว่าพวกเมนูมงคลพ้องเสียงอีกหลากวัฒนธรรมทั่วโลกก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่เราให้ความสำคัญกับวิธีการถ่ายรูปปาร์ตี้ปีใหม่ให้สวยเช้งจนคนอื่นอิจฉา มากกว่าการเลือกสรรว่าจะมีเมนูใดมาช่วยเสริมดวงเราตลอดปีถัดไป
 
แน่ล่ะ เดี๋ยวนี้ใครจะไปเชื่อว่าการกินกะหล่ำปลีเปรี้ยวจะทำให้เรามั่งคั่ง หรือกินแกงขนุนจะทำให้ทุกกิจการราบรื่น แต่ก็นะ การบริโภคสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นอาหารสมองก็น่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย และที่สำคัญ การกินที่เราได้กินอาหารหลากหลายและสอดรับกับกายภาพก็ถือเป็นประโยชน์แก่สุขภาพ อย่างไม่ต้องมีเงื่อนไขของโชคลาภมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
 
สวัสดีปีใหม่ ขอให้ชีวิตอุดมไปด้วยโชคลาภ และสุขภาพแข็งแรงทุกท่านค่ะ