World's Famous People

'ฟอร์เรสต์ เฟนน์' เจ้าพ่อขุมสมบัติแห่งเทือกเขาร็อคกี้

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา มีรายงานข่าวชิ้นหนึ่งที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก รายงานข่าวระบุว่ามีผู้ค้นพบขุมสมบัติที่มหาเศรษฐีนาม ‘ฟอร์เรสต์ เฟนน์’ (Forrest Fenn) ได้ซ่อนไว้บนเทือกเขาร็อคกี้ (Rocky Mountain) เมื่อ 10 ปีก่อน ผู้โชคดีดังกล่าวเป็นชายไม่ประสงค์จะเปิดเผยนามจากภาคตะวันออกของสหรัฐอเมริกา
 
ภายในหีบมีทรัพย์สมบัติมูลค่ากว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 32 ล้านบาท) ไม่ว่าจะเพชรพลอย อัญมณีมีค่า เหรียญทองคำ และประติมากรรมรูปสลักของชาวอเมริกันพื้นเมืองสมัยก่อนชาวยุโรปจะเข้ามาทวีปอเมริกา ว่ากันว่าผู้ค้นพบคนดังกล่าว 'โชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี' 
 

สมบัติส่วนหนึ่งในหีบที่เฟนน์โพสต์ลงอินสตาแกรม
 
ย้อนกลับไปในปี 2010 เฟนน์เคยประกาศว่าตนได้ฝังขุมทรัพย์นี้ พร้อมให้คำใบ้เป็นบทกลอนลงในอินสตาแกรมส่วนตัว และนั่นคือจุดเริ่มต้นการล่าขุมทรัพย์ครั้งใหญ่ ...
 
ฟอร์เรสต์ เฟนน์เป็นที่รู้จักในฐานะนักสะสมของเก่าและนักโบราณคดีมือสมัครเล่น เขาเกิดในปี 1930 ที่เมืองเทมเพิล (Temple) รัฐเท็กซัส เฟนน์เล่าว่าแรงบันดาลใจที่ทำให้หันมาสนใจของเก่านั้นมาจากการค้นพบหัวลูกธนูบนทุ่งนาแห่งหนึ่งในเท็กซัสตอนอายุได้ 9 ขวบ วัตถุชิ้นนั้นได้กลายมาเป็นของสะสมสุดรักสุดหวงที่มีคุณค่าทางจิตใจต่อเขาเป็นอย่างมาก แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 80 ปีแล้วก็ตาม
 
ต่อมาเมื่อเฟนน์เรียนจบระดับมัธยม เขามีความฝันอยากจะเป็นนักบินขับไล่ แต่ด้วยผลการเรียนที่ไม่ดีพอ จึงเข้าเรียนในวิทยาลัยท้องถิ่นไปก่อนเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมเป็นเวลาสองสามปี จากนั้นจึงสมัครเข้ากองทัพอากาศในปี 1950 ด้วยอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น 
 
ผลงานและความมุ่งมั่นของเฟนน์เป็นที่ประจักษ์แก่เพื่อนทหาร ชายหนุ่มจึงได้เลื่อนขั้นเป็นสิบเอกด้วยวัยไม่ถึง 30 ปี ระหว่างนั้นเฟนน์ยังได้ฝึกการใช้งานเครื่องบินรุ่นใหม่ รวมไปถึงเฮลิคอปเตอร์จนชำนาญด้วย
  

ภาพเฟนน์ขณะที่ยังเป็นนักบินในกองทัพอากาศ
 
เขาออกปฏิบัติการต่างประเทศครั้งแรกระหว่างวิกฤตการณ์คิวบา (Cuban Missile Crisis) ในปี 1962 จากนั้นจึงออกทัวร์ต่อในสงครามเวียดนามตั้งแต่ปี 1968 ในเวียดนาม เฟนน์ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ภายในช่วงเวลาเพียงหนึ่งปี นักบินบ้าพลังผู้นี้กลับออกปฏิบัติการมากถึง 328 ครั้ง ระหว่างนี้เขายังถูกข้าศึกยิงจนเครื่องตกถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเฟนน์ต้องนำเครื่องบินรบ F-100D ที่เสียหายหนักและกำลังจะหยุดทำงานจอดลงรันเวย์ได้อย่างเฉียดฉิว ส่วนครั้งที่สอง เขาถูกยิงตกในประเทศลาวแต่ถูกดึงตัวออกมาได้ทัน ก่อนเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยจะมารับตัวไปอีกวันถัดมา
  

ภาพเฟนน์กำลังเยี่ยมสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งระหว่างสงครามเวียดนาม
 
ก่อนอเมริกาจะถอนตัวจากสงครามเวียดนาม เขาเกือบจะได้เลื่อนขั้นเป็นนาวาอากาศโท แต่กลับขอลาออกจากราชการเสียก่อน ทว่านักบินมากประสบการณ์ก็ยังได้เหรียญกล้าหาญมาประดับเกียรติเป็นการตอบแทน
 
ทันทีที่กลับมาบ้านเกิด เฟนน์ได้โอกาสสานฝันที่เคยมีตั้งแต่วัยเด็ก เขาเก็บข้าวของ ย้ายถิ่นฐานไปเปิดร้านแกลเลอรีศิลปะและของเก่าในนาม ‘the Old Santa Fe Trading Co.’ ที่เมืองซานตาเฟ รัฐเท็กซัส ระหว่างนั้นเองเขาได้สะสมโบราณวัตถุล้ำค่ามากมายที่ค้นพบในอเมริกา รวมถึงเหรียญทอง ซากฟอสซิล และหินอัญมณีล้ำค่าที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้ภายหลัง ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จอย่างดี สามารถทำเงินมากถึง 6 ล้านเหรียญต่อปี จนทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีในที่สุด
  

 ภายในร้านสะสมของเก่าของเฟนน์
 
ในปี 1988 เฟนน์พบว่าเขาเป็นโรคมะเร็งในไตระยะสุดท้าย และคาดว่าจะไม่รอด เศรษฐีผู้นี้จึงคิดแผนล่าสมบัติครั้งใหญ่เพื่อฝากเรื่องราวของตนไว้ให้คนรุ่นหลัง แต่ก็ต้องพับแผนไปก่อนเพราะพิษโรคภัย จนกลับมาสานต่อแนวคิดในที่สุดเมื่อปี 2010 
 
ถึงอย่างนั้นเฟนน์ก็สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ การทำแผนที่ล่าสมบัติครั้งนี้เป็นที่โจษจันอยู่ไม่น้อย เพราะมีผู้คนเปี่ยมไปด้วยความหวังหลายพันรายต้องตรากตรำไปงมหาหีบสมบัติในเทือกเขาร็อคกี้อันหนาวเหน็บ ไม่ต่างกับการงมเข็มในมหาสมุทร ที่ผ่านมายังมีผู้เสียชีวิต 4 รายจากการหาสมบัติดังกล่าว เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานยังต้องรับมือกับนักล่าสมบัติจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้าไปสร้างความเสียหายในช่วงเวลาที่ห้ามเข้า
 
รายได้และโบราณวัตถุที่เฟนน์เสาะหามาได้นั้นก็มีเรื่องน่าเคลือบแคลงใจอย่างยิ่ง เพราะเขาเคยถูกร้องเรียน ฟ้องร้อง และมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ด้านโบราณวัตถุหลายครั้ง ในปี 2009 เอฟบีไอถึงขั้นเข้าค้นบ้านของเฟนน์หลังเกิดกรณีขโมยโบราณวัตถุในเขต ‘Four Corners’ ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชนพื้นเมืองอเมริกัน แล้วก็พบวัตถุที่ถูกขโมยมาจริงๆ เจ้าหน้าที่ได้ริบวัตถุทั้งหมดไป แต่เฟนน์กลับไม่โดนดำเนินคดีใดๆ
 
การประกาศเรื่องสมบัติครั้งนี้ยังย้อนกลับมาเล่นงานนักสะสมมือสมัครเล่นเช่นกัน มีผู้มาเยือนหลายคนที่มาเคาะประตูถึงบ้านเขาเพื่อถามถึงขุมทรัพย์ เฟนน์ยังเล่าว่าเขาเคยถูกโทรศัพท์มาขู่ฆ่าให้บอกที่ซ่อนสมบัติด้วย 
 
ในปี 2018 ชายคนหนึ่งถึงกับงัดเข้ามาในบ้านของเฟนน์เพื่อค้นหาหีบสมบัติดังกล่าว ขณะที่เขากำลังจะขโมยหีบเก่าใบหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นหีบสมบัติที่ร่ำลือ เฟนน์จับตัวชายคนนี้ได้คาหนังคาเขาและเรียกตำรวจมารวบตัวไปในที่สุด
  

บทกลอนบอกคำใบ้ขุมทรัพย์ที่เฟนน์โพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว
  
เมื่อถูกถามถึงแรงบันดาลใจว่าอะไรทำให้เขาเปิดฤดูล่าทรัพย์สมบัติเช่นนี้ขึ้น เฟนน์เปิดเผยความในใจว่า 
 
“ผมอยากให้เด็กๆ มีอะไรทำ พวกเขาใช้เวลาในห้องนั่งเล่นเกมหรือโทรศัพท์มือถือมากเกินไป ผมหวังว่าพ่อแม่จะพาลูกๆ ไปเดินป่า ตั้งแคมป์บนเทือกเขาร็อคกี้ ผมหวังว่าพวกเขาจะไปตกปลา ค้นหาฟอสซิล พลิกท่อนซุงผุๆ ออกมาดูว่าข้างใต้มีอะไรบ้าง และค้นหาขุมทรัพย์ของผม” 
 
ณ บัดนี้ฤดูล่าสมบัติได้จบลงแล้ว แต่เรายังไม่รู้ว่านักสะสมวัย 90 ปี จะมีอะไรมาเซอไพร์สสาธารณชนอีกหรือไม่ หรือจะเป็นความลับที่ตายไปพร้อมกับเขา.
 
 
เรื่อง : อันโตนิโอ โฉมชา
ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข

 
อ้างอิง
https://www.bbc.com/news/world-us-canada-52966449

https://www.theguardian.com/us-news/2020/jun/07/forrest-fenn-treasure-rocky-mountains-found

https://www.cnbc.com/2018/04/17/millionaire-forrest-fenn-hid-treasure-in-the-rockies-and-left-a-clue.html

https://www.businessinsider.com/forrest-fenn-fortune-hidden-rocky-mountains-2017-2

https://edition.cnn.com/2020/06/07/us/forrest-fenn-rocky-mountains-treasure-chest-found-trnd/index.html

https://supersabresociety.com/biography/fenn-forrest/