Crazy World

'สโมสรหนอนแก้ว' รวมพลผู้กล้าเย้ยฟ้าท้าความตาย

Quick Facts

'สโมสรหนอนแก้ว (Caterpillar Club)' เป็นสมาคมที่ไม่เป็นทางการของเหล่าบรรดาผู้ที่เคย 'เกือบตาย' แต่รอดชีวิตมาได้ด้วยร่มชูชีพ เดิมทีพวกเขาส่วนใหญ่เป็นนักบินที่รอดชีวิตจากการกระโดดร่มสละเครื่องบินที่กำลังจะตก โดยถือว่าสถานะของสมาชิกจะเริ่มทันทีเมื่อร่มชูชีพกางออกและถึงพื้นอย่างปลอดภัยเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมีการขยายคุณสมบัติเหล่านี้แก่ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมกับร่มชูชีพ 
 

สโมสรหนอนแก้วเริ่มก่อตั้งในปี 1922 หลังจากที่ แฮโรลด์ แฮร์ริส (Harold R. Harris) ประสบความสำเร็จในการกระโดดร่มออกจากเครื่องบินที่กำลังจะตก ซึ่งร่มชูชีพที่เขาใช้ผลิตโดยบริษัท เออร์วิน แอร์ชูท (Irvin Airchute) ของแคนาดา ซึ่งทางบริษัทได้ทำเครื่องหมายในโอกาสนี้ด้วยการส่งเข็มกลัดทองให้แฮร์ริส ทว่าแฮร์ริสก็ไม่ใช่คนแรกที่รอดชีวิตจากการสละเครื่องกระโดดร่มออกมาได้

เลสลี เออร์วิน (Leslie Irvin) เจ้าของบริษัท เออร์วิน แอร์ชูท เขาผู้นี้เคยเป็นอดีตสตันท์แมนมาก่อน เขาได้ออกแบบร่มชูชีพกระตุกเองขึ้นมา รวมทั้งยังเสี่ยงตายทดสอบอุปกรณ์ที่เขาออกแบบขึ้นเองด้วย การทดสอบครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1919 และการทดลองครั้งนั้นจบลงด้วยอาการข้อเท้าของหักขณะลงพื้น แต่เออร์วินก็ถือว่าการทดสอบในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ 

                                                    
เลสลี่ เออวิน เจ้าของบริษัท เออวิน แอร์ชูท และผู้ก่อตั้งสโมสรหนอนแก้ว Caterpillar Club
https://airborne-sys.com/2018/06/19/airborne-systems-100-year-anniversary/historical-leslie-irvin/
 
ร่มชูชีพแบบกระตุกเองเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่ในเวลานั้น อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ยังคงกังขากับประสิทธิภาพของมันในการรักษาชีวิตของผู้ที่ต้องทำงานเหนือพื้นโลกขึ้นไปบนฟ้าหลายพันฟุต บางคนคิดว่ามันช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก เพราะไม่มีทางที่พวกเขาจะมีเวลาในการสวมใส่ร่มชูชีพได้ทันก่อนที่เครื่องจะตกถึงพื้น แต่ความสำเร็จของแฮร์ริสที่รอดชีวิตมาได้เพราะร่มชูชีพได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า ร่มชูชีพเหล่านี้สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างแน่นอน

บริษัทของเออร์วินกระตือรือร้นที่จะสนับสนุนและโฆษณาอุปกรณ์ช่วยชีวิตชิ้นใหม่นี้ เขายังให้คำมั่นสัญญาว่าจะส่งการ์ดและเข็มกลัดทองคำให้กับทุกคนที่รอดชีวิตจากร่มชูชีพของบริษัท เข็มกลัดนั้นถูกดีไซน์ในรูปของหนอนแก้วทองคำ ดวงตาของมันถูกสร้างขึ้นมาจากทับทิมแต่ต่อมาถูกแทนที่ด้วยโกเมนสีแดง ผู้ออกแบบต้องการใช้รูปหนอนแก้ว นั่นเป็นเพราะว่า หนอนพวกนี้ถูกนำมาเลี้ยงและนำมาปั่นเป็นเส้นไหมเพื่อเอาไปใช้ผลิตเป็นผ้าร่ม และเส้นใยของเจ้าหนอนแก้วยังได้กลายมาเป็นคติประจำใจของสโมสรซึ่งก็คือ "ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นไหม” (Life depends on a silken thread)
    
เข็มกลัดรูปของหนอนแก้วทองคำดวงตาสีแดง
https://www.warhistoryonline.com/instant-articles/who-wants-membership-to-the-caterpillar-club.html

จากนั้นไม่นานสโมสรหนอนแก้วจึงได้ฟักตัวและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี 1928 สโมสรมีสมาชิกทั้งหมด 87 คน แต่เมื่อเกิดสงครามขึ้นจึงทำให้จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อสิ้นสุดสงครามสมาชิกของสโมสรอยู่ที่ประมาณ 34,000 คน แม้ว่าจะมีการแจกเข็มกลัดน้อยลงในทุกวันนี้ แต่ปัจจุบันสโมสรก็มีสมาชิกประมาณ 100,000 คน ทั่วโลก สโมสรแห่งนี้ยังมีผู้มีชื่อเสียงเป็นสมาชิกด้วย 

และนี่คือตัวอย่างของสมาชิกผู้โด่งดังแห่งสโมสรหนอนแก้ว ... 

ย้อนหลังกลับไปในช่วงก่อนสงครามโลก อีกหนึ่งบุคคลผู้มีชื่อเสียงที่เป็นสมาชิกของสโมสรหนอนแก้วคือ ชาร์ล ลินเบิร์ก (Charles Lindbergh) ชายผู้กล้าหาญที่ขับเครื่องบินบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นคนแรกของโลก ลินเบิร์กเคยเฉียดตายบนเวหามาแล้ว และการเป็นสมาชิกของสโมสรสำหรับเขาย้อนหลังไปก่อนที่เขาจะบินข้ามแอตแลนติกเสียอีก ลินเบิร์กเคยต้องสละเครื่องกระโดดร่มออกมาจากเครื่องบินทดสอบ รวมทั้งเขายังเคยกระโดดร่มสละเครื่องบินในเวลากลางคืนถึงสองครั้งในช่วงที่เขายังเป็นนักบินขนส่งไปรษณีย์ทางอากาศ หรือ Airmail Pilot ลินเบิร์กจึงไม่ใช่คนอื่นคนไกลสำหรับการเสี่ยงตายบนท้องฟ้า

                คนต่อมา บราม แฟน แดร์ สต็อก (Bram Van der Stok) เป็นนักบินเครื่องบินขับไล่ชาวดัตช์ผู้มีชื่อเสียง วันที่ 12 เมษายน 1942 ขณะที่เขาบินทำภารกิจเหนือน่านฟ้าฝรั่งเศสที่ถูกกองทัพนาซียึดครอง เช้าวันนั้นเขามีภารกิจการโจมตีโรงเก็บหัวรถจักรที่สถานีรถไฟในเมืองฮาเซโบรค แต่เมื่อมาถึงที่หมายเครื่องบินแบบสปิตไฟร์ของเขาก็ถูกปืนต่อสู้อากาศยานระดมยิงใส่อย่างหนัก เขาพยายามบินหลบหลีกออกไปให้พ้นแต่เครื่องบินของเขาก็ถูกยิงจนได้รับความเสียหาย แฟน แดร์ สต็อกพยายามประคับประคองเครื่องให้บินต่อไป แต่ความเสียหายก็ทำให้เครื่องค่อยๆดิ่งลงสู่พื้น และนั่นจึงทำให้เขาตัดสินใจกระโดดออกจากเครื่องบินสละเครื่องได้ทันก่อนที่จะตกลงไปพร้อมกับมัน ร่มของเออวิน แอร์ชูท ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ แต่ก็ไม่สามารถพาเขาหลบหนีได้ ทหารเยอรมันในพื้นที่จับกุมเขาและจากนั้นเขาถูกส่งไปยังค่ายเชลยศึก 
                                                 
บราม แฟน แดร์ สต็อก เป็นนักบินเครื่องบินขับไล่ชาวดัตช์
https://www.findagrave.com/memorial/130026877/bram-van_der-stok#view-photo=178348917
 
กระทั่งในปี 1944 หลังจากถูกจับเป็นเชลยสงครามมา 2 ปี เขาร่วมกับเพื่อนนักโทษในการขุดอุโมงค์หลบหนีออกจากค่ายเชลย ชตาลาก ลุฟท์ 3  (Stalag Luft III) อันโด่งดัง เรื่องราวการหลบหนีดังกล่าวกลายเป็นภาพยนตร์ชื่อดัง 'The Great Escape' เมื่อสงครามยุติเขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเรื่อยมาจนกระทั่งในปี 2018 บริษัทเออวิน แอร์ชูท ส่งตัวแทนมามอบเข็มกลัดหนอนแก้วและจารึกชื่อของเขาในฐานะสมาชิกคนสำคัญของสโมสร

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จอร์จ เอช. ดับเบิ้ลยู บุช (George H. W. Bush) ก็ได้รับเข็มกลัดหนอนแก้วด้วยเช่นกัน แต่เขานั้นได้รับจากบริษัทสวิทลิค อีกหนึ่งบริษัทสำคัญที่ผลิตร่มชูชีพให้แก่กองทัพ 
      
เรื่องราวการรอดชีวิตจากความตายของบุชเกิดขึ้นในวันที่ 2 กันยายน 1944 ในระหว่างการโจมตีฐานปฏิบัติการนอกชายฝั่งของญี่ปุ่นที่ เกาะชิชิจิมะ เครื่องบินแบบทีบีเอฟ อเวนเจอร์ ของบุช โจมตีเป้าหมายบนเกาะได้หลายจุดท่ามกลางการระดมยิงสกัดกั้นจากภาคพื้นดิน กระสุนปืนของข้าศึกยิงถูกเครื่องบินของเขามันสั่นสะท้านเครื่องบินทั้งลำ ทำให้เครื่องยนต์มีเปลวเพลิงและควันไฟพวยพุ่งออกมา เขาบอกให้ลูกน้องของเขาสองคนรีบสละเครื่อง (เครื่องบินแบบทีบีเอฟ อเวนเจอร์ เป็นเครื่องบินทิ้งตอร์ปิโด และมีพลประจำเครื่อง 3 นาย) โดยที่เขาจะพยายามบังคับเครื่องบินให้บินต่อไป แต่โชคร้ายที่พวกเขาทั้งสองเสียชีวิตหลังจากนั้น บุชกระโดดร่มออกมาได้ทันและลอยละลิ่วลงสู่น้ำทะเลเบื้องล่าง ซึ่งว่าที่ประธานาธิบดีอเมริกาคนที่ 41 คนนี้ยังดวงแข็งมากเพราะไม่นานหลังจากนั้นมีเรือดำน้ำอเมริกันมาช่วยชีวิตเขาเอาไว้

                 
อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช
https://www.warhistoryonline.com/instant-articles/who-wants-membership-to-the-caterpillar-club.html 
 
อดีตนักบินอวกาศเมอร์คิวรี 6 จอห์น เกลนน์ (John Glenn) ก็เป็นสมาชิกคนสำคัญของสโมสร ชายผู้นี้แทบจะเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนท้องฟ้ามากกว่าอยู่บนพื้นดิน เขาเป็นทั้งนักบินรบที่กรำศึกมาอย่างโชกโชนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลี นอกจากนี้เขาคือผู้กล้าหาญในการเสี่ยงตายเป็นนักบินทดสอบเพื่อการพัฒนาอากาศยานให้แก่กองทัพอากาศ รวมทั้งอีกหนึ่งภารกิจสำคัญนั่นก็คือการเป็นนักบินอวกาศ และเขาคือมนุษย์สูงอายุคนแรกที่ขึ้นสู่อวกาศ จอห์น เกลนน์ได้ขึ้นสู่อวกาศอีกครั้งเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 1998 กับยานกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี โดยโคจรรอบโลกเป็น เวลา 7 วัน เพื่อศึกษาผลกระทบของการเดินทางในอวกาศกับผู้สูงอายุ 

                             ประสบการณ์เฉียดตายบนท้องฟ้าของเกลนน์นั้นดูราวกับว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่งของงานที่เขาทำราวกับเงาตามตัว แต่เขาก็ชาชินกับชีวิตเสี่ยงตายของเขามาตั้งแต่ยังเป็นนักบินในกองบินนาวิกโยธิน นั่นจึงทำให้เขาได้เข้าร่วมอยู่ในสโมสรหนอนแก้วและจารึกชื่อในฐานะสมาชิกคนสำคัญของสโมสร

ไอรีน แมคฟาร์แลนด์ (Irene McFarland) คือสมาชิกสุภาพสตรีคนแรกของสโมสรหนอนแก้ว ประวัติของเธอนั้นแตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ เพราะนอกจากเพศสภาพของเธอแล้ว สมาชิกของสโมสรมักจะเกี่ยวกับการทำงานด้านการทหารเป็นส่วนใหญ่ แต่ทว่าแมคฟาร์แลนด์นั้นเป็นนักบินผาดโผนแสดงโชว์ในงานต่างๆ 
                                 ในขณะที่เธอบินแสดงโชว์เหนือเมืองซินซินนาติวันที่ 28 มิถุนายน 1925 เครื่องบินของเธอเสียการควบคุมและเธอต้องสละเครื่องกระโดดร่มออกมา ก่อนที่มันจะพาแมคฟาร์แลนด์กระแทกพื้นพร้อมกับร่างของเธอที่จะกลายเป็นศพที่จำเค้าโครงร่างเดิมไม่ได้ แรงดึงดูดของโลกดึงร่างของเธอลอยละลิ่วลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว ด้วยสัญชาตญาณ เธอรีบดึงร่มชูชีพให้กางออก ทว่าร่มชูชีพตัวแรกของเธอกลับไม่กาง ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเหลือความสูงอีกไม่มากแล้วก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกพื้นและอำลาโลกนี้ไปพร้อมกับการที่ถูกจดจำว่า "เสียชีวิตในการแสดงบินผาดโผน" แต่วันนั้นโชคยังเข้าข้างเธอ หรืออาจจะยังไม่ใช่วันตายของผู้หญิงที่ชื่อไอรีน แมคฟาร์แลนด์ ร่มสำรองซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายในการมีชีวิตอยู่ถูกดึงออกและมันกางออกอย่างสมบูรณ์พร้อมทั้งนำร่างของเธอลงถึงพื้นอย่างปลอดภัย นั่นจึงทำให้เธอกลายเป็นสมาชิกสุภาพสตรีคนแรกของสโมสร

นอกจากนี้สโมสรหนอนแก้วยังมีสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดโดยมีอายุเพียง 12 ปี เท่านั้น สมาชิกคนนี้ก็คือรอรี เทท เด็กน้อยชาวสก็อตแลนด์ เหตุการณ์เฉียดตายเกิดขึ้นเมื่อเขากับพ่อจำต้องสละเครื่องร่อนกระโดดร่มออกมาเพราะถูกชนจากเครื่องร่อนอีกลำ เหนือเมืองเอเบอร์ดีนเชียร์ (Aberdeenshire) ในปี 2014 ต้องขอบคุณร่มชูชีพของพวกเขาพวกเขาทั้งสอง ที่นำพาพวกเขากลับลงมาอย่างปลอดภัย ในขณะที่นักบินเครื่องร่อนอีกลำที่พุ่งชนสามารถประคับประคองเครื่องกลับไปลงจอดได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน

 
รอรี่ เทท  และพ่อของเขา
https://www.pressreader.com/uk/scottish-daily-mail/20140927/281745562609768
 
ทุกวันนี้สโมสรหนอนแก้วยังมีสมาชิกเพิ่มขึ้นตามเวลาและเหตุการณ์เฉียดตายของผู้ปฏิบัติงานบนอากาศ ร่มชูชีพยังเป็นสิ่งประดิษฐ์เดียวของมนุษย์ที่จะช่วยรักษาชีวิตของผู้ที่ทำงานบนท้องนภาเหล่านี้ ให้ปลอดภัยจากวินาทีของความเป็นความตายสมกับคติประจำใจของสโมสรซึ่งก็คือ "ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นไหม”
.

เรื่อง : ปัญญาณัฏฐ์ ณัธญาธรนินน์
ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข
.
\\\\\\\\\