Sport and Entertainment World

Assassin's Creed III: เลือด ดินปืน และใบชา



เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีประเด็นการอ้างถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในแวดวงการเมืองสหรัฐที่น่าสนใจ โดยเป็นเหตุชุมนุมประท้วงนาย Donald Trump ซึ่งขณะนั้นยังเป็นผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้นำประเทศ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน โดยม็อบในแคลิฟอร์เนียค่อนข้างเดือด มีการทำลายข้าวของสาธารณะ เผาธงเผาป้าย ฯลฯ

ต่อมามีผู้สื่อข่าวไปถามถึงกรณีดังกล่าวกับโฆษกรัฐบาล ซึ่งคำตอบที่เผยแพร่ออกมาก็คือ "จริงๆ แล้ว อเมริกาก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจากผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่ง พวกเขาไม่พอใจการเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรม ก็เลยบุกขึ้นเรือสินค้าไปโยนถังใส่ใบชาลงทะเลอ่าวบอสตัน"

ก่อนทิ้งท้ายว่า "นี่คือจารีตทางการเมืองที่มีอย่างยาวนานของประเทศแห่งนี้"

คำพูดข้างต้นทำให้ผู้เขียนนึกถึง Assassin's Creed III (พ.ศ.2555) เกมแอ็กชั่นผจญภัยชื่อดังจากบริษัท Ubisoft ซึ่งทั้งเกมเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ช่วงแรกเริ่มของการถือกำเนิดสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญคือผู้เล่นจะได้เข้าร่วมภารกิจ “Boston Tea Party” อันโด่งดังนี้ด้วย!



สำหรับงานเลี้ยงน้ำชาที่บอสตัน เกิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ.1773 โดยชาวอาณานิคม (มีทั้งชนพื้นเมืองดั้งเดิมและชาวตะวันตกพลัดถิ่น) รวมตัวต่อต้านรัฐบาลอังกฤษที่ผ่านกฎหมาย Tea Act กำหนดภาษีใบชา พร้อมระบุให้สิทธิแก่บริษัท East India Company แต่เพียงผู้เดียวในการขนส่งใบชาไปขายบนแผ่นดินอเมริกา ส่งผลให้ชาวอาณานิคมเสียประโยชน์ เมื่อตลาดถูกผูกขาด พวกเขาจึงลุกฮือ ฝ่าขึ้นเรืออังกฤษ 3 ลำที่จอดเทียบท่า ช่วยกันถีบถังบรรจุใบชา 342 ลังลงทะเล

ผลพวงจากความไม่พอใจค่อยๆ ปะทุขยายวงจนสุดท้ายกลายเป็นสงคราม American Revolutionary War ซึ่งนำไปสู่การประกาศอิสรภาพในท้ายที่สุด



หากใครได้เล่นเกม สามารถเข้าร่วมการต่อต้านครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้ในช่วง Sequence 6 ของเกม ชื่อตอนว่า The Tea Party พระเอกมาดเข้ม คอนเนอร์ (มีชื่อเกิดตามภาษาเผ่าโมฮอล์ก ว่า ราดูนฮาเกดูน) ปฏิบัติภารกิจร่วมกับสมาชิกกลุ่ม Sons of Liberty ทว่า พระเอกลูกครึ่งอินเดียนแดงมีเป้าหมายนอกเหนือจากการเล่นงานอังกฤษ เพราะเบื้องหลังความวุ่นวายทางการเมือง ยังมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มภราดรภาพมือสังหาร กับเหล่าเทมพลาร์ แฝงอยู่...

ว่าด้วยเรื่องของซีรีส์ Assassin's Creed ซึ่งนับเฉพาะภาคหลัก ตอนนี้มีสร้างออกมาแล้ว 9 ภาคด้วยกัน โดยจุดเด่นของทุกภาคก็คือ การเดินเรื่องผ่านตัวเอกที่ใช้เครื่อง Animus ย้อนรำลึกกลับไปโลดแล่นในประวัติศาสตร์โลกช่วงต่างๆ มีทั้งยุคโจรสลัด, สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษ, ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองในฝรั่งเศส ฯลฯ



ขณะที่ Assassin's Creed III มีการเดินเรื่องอันโดดเด่นด้วยเนื้อหาดราม่ากินใจ ส่วนการต่อสู้ก็โหดดิบถึงเลือดถึงเนื้อตามยุคสมัย สุดท้ายเลยฟันคะแนนเฉลี่ยรวมในระดับสูงจากทั้งสำนัก GameRankings (85.56%) และ Metacritic (85/100)

ดังนั้น ใครสนใจขอเชิญไปลองด้วยตัวเองได้เลย เชื่อว่าซื้อหาตอนนี้ราคาจะถูกกว่าตอนวางจำหน่ายอย่างแน่นอน