Crazy World

จุดกำเนิด ‘พรรคนาซี’ เมื่อหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา

 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1920 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์แถลงการณ์ก่อตั้งพรรคนาซี หรือ ‘พรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน’ (Nationalsozialistische Deutsche Arbeiterpartei : NSDAP) ภายในโฮฟบรอยเฮาส์-โรงเบียร์เมืองมิวนิก หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงจากชื่อ ‘พรรคกรรมกรเยอรมัน’ (DAP) จนสร้างความกังวลให้กับคณะกรรมาธิการเมื่อสี่วันก่อนหน้า เนื่องจากชื่อเดิมไม่ได้สะท้อนถึงอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนแรงมากขึ้น และไม่ตอบสนองอารมณ์ที่ดุดันของชายวัย 30 ผู้ทะเยอทะยาน ที่กำลังจะสิ้นสุดภารกิจในไรชส์แวร์ (Reichswehr :  กองกำลังป้องกันตนเองของเยอรมนี) ในวันที่ 31 มีนาคม 1920 ที่ใกล้จะถึง 
.
การก่อตั้งพรรคนาซีเป็นการเปิดเกมทางการเมืองเพื่อช่วงชิงอำนาจ สมาชิกพรรคดั้งเดิมเป็นกลุ่มสังคมนิยมหัวรุนแรงที่รวมตัวกันจัดตั้งพรรคหลังจากจักรวรรดิเยอรมนีพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สมาชิกพรรคมีจุดยืนและอุดมการณ์ที่ค่อนข้างสุดโต่ง ทั้งชาตินิยม ต่อต้านทุนนิยมและคอมมิวนิสต์ แยกตัวออกมาตั้งพรรคหลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติทางการเมืองในมิวนิก รวมถึงทั่วเยอรมนีและยุโรป ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) อดีตผู้นำพรรคสังคมนิยมก็ได้ประกาศก่อตั้ง ‘fasci italiani di combattimento’ อันเป็นแกนนำของกลุ่มฟาสซิสต์ในอิตาลีด้วยเช่นกัน 
.
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์แตกต่างจากมุสโสลินีตรงที่เขายังเพิ่งตั้งไข่ นอกจากจะส่อเค้าถูกปลดออกจากกองทัพสังกัดแคว้นบาวาเรียแล้ว เขายังอาจถูกขับออกจากภูมิลำเนาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ฮิตเลอร์จึงต้องเข้าเป็นสมาชิกพรรค DAP ตอนปลายเดือนกันยายน 1919 นับถึงตอนนั้นเขายังเป็นโนบอดี้ ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีทักษะการทำงาน รวมถึงไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ความสามารถอย่างเดียวที่เขามีคือ การพูด วาทกรรมแสดงความเกลียดชังและอารมณ์ขันที่เจือความขมขื่นนั้น เขาแต่งเติมมันด้วยถ้อยคำที่ชวนให้หลงใหล ในไม่ช้าเขาก็สามารถเอาชนะใจคนฟังแบบอยู่หมัด 
.
การปรากฏตัวด้วยท่าทางดุดันทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ชาวเมืองรู้จัก ขณะเดียวกันก็สร้างความกังวลปนไม่ไว้ใจให้กับประธานพรรค DAP ไปด้วย และความมุ่งมั่นของฮิตเลอร์ก็ประสบผลสำเร็จ เขาสามารถโน้มน้าวทั้งเรื่องการเปลี่ยนชื่อพรรค ไปจนถึงการปลุกระดมทางการเมือง เพื่อเรียกร้องความสนใจ 
.
การแถลงข่าวจัดตั้งพรรคพร้อมชี้แจงนโยบายของ NSDAP ดูเหมือนจะเป็นที่สนใจไม่มากพอ ฮิตเลอร์กับพรรคพวกจึงเปลี่ยนท่าที หันมารณรงค์เรียกร้องเรื่อง ‘ความยิ่งใหญ่ของเยอรมนี’ การยกเลิกสนธิสัญญาแวร์ซายส์ และการเรียกคืนอาณานิคมที่มาเป็นอันดับแรก ก่อนจะตามมาด้วยการเรียกร้องที่เหยียดชนต่างเชื้อชาติ เช่น ชาวยิวไม่อาจถูกนับเป็นพลเมืองเยอรมัน ควรอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมชาวต่างชาติ และควรจำกัดสิทธิการเข้าประเทศ
.
ธงผืนใหม่ของพรรคที่มีสัญลักษณ์สวัสติกะ มีความเชื่อมโยงกันระหว่างประเพณีและการปฏิวัติ อีกทั้งชวนให้นึกถึงสีดำ-ขาว-แดงของธงไรช์เดิม พื้นสีแดงหมายถึงการขับเคลื่อนต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพ เครื่องหมายสวัสติกะประกอบขึ้นจากอักษร S สองตัว เป็นคำในภาษาเยอรมัน ‘Stadt’ ที่แปลว่าเมือง และ ‘Sicherheit’ ที่แปลว่าปลอดภัย ซึ่งมันเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กันอยู่ก่อนแล้วในกลุ่มรหัสยศาสตร์ที่มีชื่อว่า ‘ทูเล’ (Thule Gesellschaft) มีสมาชิกหลักเป็นเหล่าทหารผ่านศึกและกลุ่มชนชั้นสูงในมิวนิก ฮิตเลอร์เข้าใจว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้และชัยชนะของ ‘ชาวอารยัน’ หรือชาวเยอรมันที่มีเลือดบริสุทธิ์ ไม่มีความผสมปนเปของชนชาติอื่น 
.
ภายหลังประกาศการก่อตั้งพรรคเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1920 การชุมนุมทางการเมืองของพรรคก็เริ่มมีบ่อยครั้งขึ้น เย็นบางวันฮิตเลอร์ต้องขึ้นปราศรัยหลายรอบ ครั้นหมดภารกิจทหารปลายเดือนมีนาคม เขาก็มีอาชีพเป็นนักการเมืองเต็มตัว ถึงตอนนั้นเขาก็กลายเป็นแม่เหล็กของมวลชนคนฟังไปแล้ว ในแต่ละครั้งมีคนเข้าฟังเขาปราศรัย 800-2,000 คน ครั้งหนึ่งในเซอร์คุส โครเน-สถานที่จัดกิจกรรมขนาดใหญ่ในมิวนิก มีคนเข้าร่วมฟังถึง 6,000 คน ทำให้พรรคนาซีเริ่มแซงคู่แข่ง และฮิตเลอร์กลายเป็น ‘ราชาแห่งเมืองมิวนิก’ ภายในเวลาหนึ่งปี 
.
ฮิตเลอร์สามารถปราศรัยต่อหน้าผู้ฟังจำนวนมากได้นานกว่าสองชั่วโมง ด้วยน้ำเสียงและท่าทีดุดัน พลุ่งพล่าน แสดงความเกลียดชัง เขาเล่าจากประสบการณ์ในฐานะนายทหารแนวหน้าที่เคยอยู่ในสภาพตกระกำลำบาก หิวโหย จนกระทั่งพ่ายแพ้สงครามก็ถูกมหาอำนาจผู้มีชัยในสงครามบังคับให้เยอรมนีร่วมลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์ เขาคร่ำครวญถึงความรู้สึกที่คล้ายถูกหลอก ถูกฉ้อโกง ใครบางคนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์เคยกล่าวถึงฮิตเลอร์ว่า เขาแผดเสียง ใช้ถ้อยคำรุกเร้า ชี้นำ อย่างที่ไม่มีใครเคยพบเห็นแบบนั้นมาก่อน แต่ทุกคนก็รู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้มีความสัตย์ซื่อ
.
ในช่วงวิกฤตของพรรคฤดูร้อนปี 1921 เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับองค์กรและนโยบาย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์จึงใช้จังหวะนั้นรวบอำนาจเผด็จการ เพียงแค่ปีเดียวเขาสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรคโดยที่ไม่มีใครกังขา จากนั้นองค์กรค่อยๆ พัฒนาไปสู่ทิศทางของพรรคผู้นำ นโยบายและการโฆษณาชวนเชื่อของพรรคทำให้มีผู้ติดตามความคิดของผู้นำมากขึ้นเรื่อยๆ และการเมืองได้ถูกแทนที่ด้วยความรุนแรงตั้งแต่เริ่มมีการจัดตั้งหน่วยเอสเอ ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นกองทัพของพรรคในที่สุด 
.
การยึดอำนาจภายในพรรคในช่วงฤดูร้อนปี 1921 ยังก่อให้เกิดตำนานผู้นำของฮิตเลอร์เช่นกัน เพราะหลังจากนั้นคำว่า ‘ประธานพรรค’ ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยคำว่า ‘ผู้นำ’ และหลังจากการยึดอำนาจพรรค ฮิตเลอร์ยังต้องการมากกว่านั้น จึงเริ่มคอนเซปต์ใหม่ ด้วยการปลุกปั่นให้มวลชนลุกฮือเคลื่อนไหว และด้วยสูตรสำเร็จของเขาเองว่าด้วยการโน้มน้าวให้เกิดความเกลียดชังยิวและก่อความรุนแรง 
.
แต่หลังจากความพยายามปฏิวัติโค่นล้มอำนาจสาธารณรัฐไวมาร์ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 1923 ไม่ประสบผลสำเร็จ จนทำให้ฮิตเลอร์ต้องถูกจับกุมและตัดสินโทษจำคุกห้าปี (แต่ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระหลังจากต้องโทษไปเพียงปีเดียว) เขาจำต้องคิดแผนการใหม่ และแผนการนั้นคือ การเข้าถึงอำนาจด้วยประชาธิปไตย เพื่อที่จะทำลายล้างประชาธิปไตย และความเกลียดชังยิวนั้นยังคงอยู่คู่ขนานกันไป 
.
และแล้วแผนการของเขาสัมฤทธิ์ผลในปี 1933 ทันทีที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ฮิตเลอร์ก็ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยของสาธารณรัฐไวมาร์ทิ้ง ก่อนรวบอำนาจเบ็ดเสร็จในรัฐสภา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของรัฐบาลภายใต้การนำของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่เรียกกันว่า ‘เยอรมนีปลอดยิว’ 
.
นับแต่วันที่ 1 เมษายน 1933 เริ่มมีการบอยคอตธุรกิจร้านค้า สถานพยาบาล และสำนักกฎหมายของชาวยิว จากนั้นค่อยๆ เพิ่มระดับความรุนแรงไปจนถึงจุดพีคใน ‘คืนกระจกแตก’ (Kristallnacht) ซึ่งเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวยิวในคืนวันที่ 9 พฤศจิกายน 1938 
.
ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี ผู้นำเผด็จการมักเฉลิมฉลองวันเกิดพรรคร่วมกับสมาชิกที่เป็น ‘นักรบเก่าแก่’ เพื่อรำลึกถึงจุดกำเนิดของพรรคนาซี ที่ปัจจุบันชาวโลกรับรู้กันว่าเป็นจุดกำเนิดของความหายนะ
.

เรื่อง : บุญโชค พานิชศิลป์
ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข 


อ้างอิง 
https://www.nzz.ch/feuilleton/ein-lehrstueck-vor-hundert-jahre-wurde-die-nsdap-gegruendet-ld.1542256?fbclid=IwAR2zhc13357DMHzwDIDWL2H7eeLwQT730eaZrIqtd1xXRIP7MxI9Q5-f2aU 

https://www.sueddeutsche.de/politik/hitler-hofbraeuhaus-nsdap-1.13010 

https://www.wissen.de/hitlers-machtergreifung