Crazy World

'คองโก' แผ่นดินนองเลือดใต้เงาจักรวรรดิเบลเยียม

Quick Facts

+ ช่วงศตวรรษที่ 19 คองโกเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่าหลายสิบประเทศในยุโรปรวมกัน พื้นที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่ามากมาย 
+ โชคร้ายที่มรดกอันล้ำค่าเหล่านี้กลับตกเป็นของเบลเยียมที่กำลังหาช่องทางแทรกตัวเพื่อเข้าไปเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจตะวันตก นำโดยกษัตริย์ลีโอโพลด์ที่ 2 (Leopold II) ผู้ร่ำรวยเงินทองเป็นแรงขับเคลื่อน ระบอบการปกครองอันโหดเหี้ยมที่สุดแห่งหนึ่งจึงบังเกิดขึ้น 
+ หลายคนถึงกับขนานนามว่าดินแดนแห่งนี้คือ ‘ค่ายแรงงานทาสขนาดมโหฬาร’
ช่วงศตวรรษที่ 19 ระหว่างปี ค.ศ. 1885 - 1908 ห้วงยามนั้น มหาอำนาจตะวันตกต่างจับจ้องผืนดินในทวีปแอฟริกามาเป็นของตน กษัตริย์ลีโอโพลด์ที่ 2 (Leopold II) แห่งเบลเยียม ต้องการให้เบลเยียมเป็นที่ยอมรับของชาติอื่นในฐานะมหาอำนาจ ทั้งยังต้องการใช้อำนาจส่วนพระองค์อย่างเต็มที่ แม้จะขัดแย้งกับรัฐบาลเบลเยียมก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลเบลเยียมมีระบอบการปกครองแบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ กษัตริย์ลีโอโพลด์จึงไม่อาจใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่นัก 
.
และดินแดนที่พระองค์หมายปองคือ ลุ่มน้ำคองโกอันอุดมสมบูรณ์ ใจกลางทวีปแอฟริกา
.
พื้นที่แอ่งรอบลุ่มน้ำคองโกตั้งอยู่ใจกลางทวีป มีพื้นที่ราว 2.6 ล้านตารางกิโลเมตร ลักษณะเป็นป่าร้อนชื้น ใต้ผืนดินมีแหล่งแร่มหาศาล มีทางเชื่อมกับมหาสมุทรแอตแลนติก และยังถือเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครเข้าถึง ชาติยุโรปอื่นๆ ต่างจับจองบริเวณที่มีพื้นที่ติดกับชายฝั่งเกือบหมด พื้นที่แอ่งอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้จึงเป็นเป้าสายตาของกษัตริย์เบลเยียมไปโดยปริยาย 
.
ปี 1876 ที่กรุงบรัสเซลล์ เบลเยียมประกาศจัดการประชุมเพื่อปูทางให้เข้าไปจัดการผืนดินในคองโกได้ราบรื่น กษัตริย์ลีโอโพลด์ประกาศจัดตั้ง ‘สมาคมแอฟริกานานาชาติ’ (Association internationale africaine : AIA) และ  ‘สมาคมคองโกนานาชาติ’ (Association internationale du Congo : AIC) ซึ่งพระองค์เป็นผู้ควบคุมโดยตรง หน่วยงานนี้ประกาศกร้าวว่าตนคือหน่วยงานด้านมนุษยธรรมที่จะยุติการค้าทาสในกาฬทวีป สร้างเครือข่ายการค้าเสรี และนำความศิวิไลซ์ไปสู่ดินแดนที่ยังไม่มีใครรู้จักแห่งนี้ 
.
ฉากหน้าอันสวยหรูนี้ทำให้โครงการของพระองค์เป็นที่ยอมรับของชาติอื่นๆ ในที่สุด 
.
ในปี 1878 นักสำรวจหลายคนถูกส่งไปสำรวจพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์รอบลุ่มน้ำคองโก นักสำรวจเหล่านี้ได้นำเอกสารไปให้หัวหน้าเผ่าพื้นเมืองหลายกลุ่มลงนามเซ็นเพื่อแลกกับของกำนัลเล็กน้อย โดยที่พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเอกสารนั้นระบุว่าพวกเขาจะยอมรับอำนาจของ AIC เหนือตน 
.
หลังเบิกทางและเจรจากับชนเผ่าต่างๆ ได้สำเร็จ ‘เสรีรัฐคองโก’ (Congo Free State) ก็ได้รับสถาปนาขึ้นในปี 1885 ตอนแรกเบลเยียมยังไม่มีแผนในการใช้ประโยชน์จากคองโกอย่างชัดเจนและเป็นรูปร่าง กษัตริย์ผู้นี้เพียงตั้งเป้าหมายว่าการได้ครอบครองผืนดินอันสมบูรณ์นี้จะสร้างประโยชน์มหาศาลให้ตนในอนาคต องค์กร AIC นั้นเป็นเหมือนบริษัทขนาดยักษ์ที่ผูกขาดชะตาของทุกชีวิตในคองโก โดยมีลีโอโพลด์เป็นผู้ผูกขาดอำนาจสูงสุด  และมีกองกำลังของตัวเองราว 19,000 นาย คงไม่ผิดนักที่จะเรียกเสรีรัฐคองโกว่าเป็น ‘ค่ายแรงงานทาสขนาดมหึมา’ 
.
นิยายชื่อดัง ‘Heart of Darkness’ ของ ‘โจเซฟ คอนราด’ (Joseph Conrad) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1899 ได้บรรยายถึงภาพอันน่าสลดหดหู่และสยดสยองของสังคมคองโกภายใต้การปกครองโดยเบลเยียม ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมองว่าเรื่องนี้มีการเสริมเติมแต่ง ทว่าในความเป็นจริงแล้วนิยายเล่มนี้ยังไม่อาจสาธยายความโหดเหี้ยมในคองโกได้อย่างทั่วถึงต่างหาก 
.
เมื่ออุตสาหกรรมพัฒนามากขึ้น ยางกลายเป็นที่ต้องการของตลาด กษัตริย์ลีโอโพลด์เริ่มออกคำสั่งให้แรงงานในพื้นที่เดินหน้าเข้าป่าไปเก็บน้ำยางจากพืชเถาวัลย์สายพันธุ์เฉพาะถิ่น ‘Landolphia’ ในคองโก แรงงานทาสเหล่านี้จะถูกราดตัวไปด้วยน้ำยางเหลวๆ เหล่าทาสพยายามจะแกะยางที่แห้งตัวออกอย่างยากเย็น บ่อยครั้งกลับมีกระจุกผม ขน หรือแม้แต่ผิวหนังติดออกมาด้วย
.
                                         
นายทหารชาวเบลเยียมกำลังเดินทางโดยมีแรงงานชาวคองโกคอยแบกหามตลอดทาง
เครดิตภาพ https://riseofbelgiumnationalism.weebly.com/congo.html
.
ขณะเดียวกันพวกทหารเบลเยียมจะบุกไปตามหมู่บ้าน ปล้นสะดม เผา ข่มขืน ทรมาน และฆ่าผู้ใดก็ตามที่ขัดขืน ผู้ชายจะถูกบังคับให้เข้าเหมืองไปขุดแร่และถางป่าเยี่ยงทาส ส่วนเด็ก หรือผู้หญิง คนเฒ่าคนแก่ต้องกลายเป็นตัวประกันให้ทหาร เมื่อใดก็ตามที่แรงงานทาสไม่สามารถเก็บยางมาได้ครบโควตาที่กำหนด พวกทหารก็จะใช้ดาบตัดมือลูกๆ ของแรงงานคนนั้นเพื่อไม่ให้เปลืองกระสุน 
.
ชายชาวคองโกกำลังนั่งมองมือและเท้าของลูกสาววัย 5 ขวบ เธอถูกสังหารพร้อมกับภรรยาของเขาโดยพวกทหาร หลังชายผู้นี้ไม่อาจเก็บยางได้ครบโควตา ถ่ายในปี 1904
เครดิตภาพ https://rarehistoricalphotos.com/father-hand-belgian-congo-1904/
.
พวกทหารเก็บมือเหมือนเป็นของสะสม นอกจากจะตัดมือจากคนเป็นๆ เพื่อลงโทษแล้ว พวกเขายังหั่นมือออกจากศพเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อนายทหารว่าตนเองทำผลงานได้มากแค่ไหน หากหมู่บ้านใดที่ไม่สามารถทำงานครบโควตาหรือเริ่มแสดงอาการขัดขืนก็จะถูกสังหารหมู่อย่างไม่ลังเลเพื่อเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นๆ ในบางครั้ง ผู้ชายที่ต่อต้านจะถูกบังคับให้สังหารผู้หญิงในครอบครัวเพื่อเป็นการลงโทษ ด้วยความโหดเหี้ยมและการจับตัวประกันเช่นนี้ การลุกขึ้นก่อกบฎขัดขืนจึงทำได้ยาก ยิ่งเทคโนโลยีการคมนาคมและสื่อสารที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในยุคนั้นกลับทำให้นักล่าอาณานิคมสามารถกุมชะตาของชนพื้นเมืองได้ง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก
.
นอกจากนี้เสรีรัฐคองโกยังยืมมือชนเผ่าอย่างชาว ‘ซัปโปซัป’ (Zappo Zap) ในพื้นที่มาเป็นทหารหรือสั่งให้นักรบเหล่านี้ไปรวบรวมภาษีและแรงงานจากชุมชนต่างๆ ทั่วคองโก โดยมีนายทหารผิวขาวคอยควบคุมสั่งการ ชุมชนใดไม่ยอมจ่ายหรือขัดขืนจะถูกล้างบาง ยังมีชนเผ่าอีกหลายกลุ่มที่ได้รับอาวุธจากเบลเยียมเพื่อกำราบชนเผ่ากลุ่มอื่นๆ นโยบายนำชนเผ่าหนึ่งมาเป็นเครื่องมือสร้างความหวาดกลัวนี้เองจะกลายเป็นเชื้อไฟที่รอปะทุในแอฟริกาหลังเจ้าอาณานิคมจากไป
.
                                
ทหารในบัญชาการของเบลเยียมกำลังออกจับชาวบ้านมาเป็นทาสตามคำสั่ง
เครดิตภาพ https://riseofbelgiumnationalism.weebly.com/congo.html
.
มิชชันนารีชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันนามว่า วิลเลียม เฮนรี เชพเพิร์ด (William Henry Sheppard) ได้บอกเล่าภาพอันน่าหดหู่ในบันทึกการเดินทางส่วนตัวไว้ว่า ขณะเขาเดินทางในคองโก เชพเพิร์ดต้องลัดเลาะผ่านหมู่บ้านที่ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านหลายสิบแห่ง เมื่อเขาต้องเข้าพบกับทหารตรวจการณ์ชาวพื้นเมืองในศูนย์บัญชาการแห่งหนึ่ง ทหารนายนั้นเล่าให้ฟังว่าเขาได้รับคำสั่งจากกษัตริย์ให้รวบรวมทาสมาให้ได้ 60 คนพร้อมกับยางอีกมหาศาล แต่เขาจัดหาทาสมาให้ได้เพียง 8 คนและผลิตยางได้แค่ 2,500 มัด จากนั้นก็เล่าให้ฟังต่อว่าพวกเขาได้สังหารคนงานไปราว 80-90 คน พร้อมพาเชพเพิร์ดไปดูกระท่อมที่ใช้ข่มขืนและทรมานตัวประกัน ก่อนพาไปยังกระท่อมอีกหลังที่รวบรวมมืออันเริ่มเหม็นเน่าที่ถูกตัดออก 81 ข้างแขวนอยู่เหนือกองไฟ
.
มิชชันนารีชาวอังกฤษและแรงงานทาสชาวคองโกโชว์ภาพมือของเพื่อนที่ถูกตัดออกโดยทหาร ถ่ายในปี 1904
เครดิตภาพ https://rarehistoricalphotos.com/father-hand-belgian-congo-1904/
.
อดัม ฮอชไชลด์ (Adam Hochschild) นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันที่ศึกษาเกี่ยวกับคองโกได้เล่าถึงนายทหารชาวเบลเยียมนายหนึ่งนามว่า ‘เรอเน่ เดอ แปร์มองติเย่’ (Rene de Permentier) เขาชอบสั่งให้ตัวประกันหญิงทำความสะอาดลานในศูนย์บัญชาการเป็นประจำ เมื่อใดที่มีเศษใบไม้อยู่ในลาน เขาจะนำนักโทษหญิงจำนวนหนึ่งมาตัดหัว และเมื่อใดที่ทางเดินในป่ารอบบริเวณถูกปล่อยให้รก เขาจะสั่งให้ทหารไปจับตัวเด็กคนหนึ่งมาสังหารทันที
.
ภาพเด็กและตัวประกันที่ถูกทหารตัดมือหลังโควตายางไม่ครบกำหนด
เครดิตภาพ https://rarehistoricalphotos.com/father-hand-belgian-congo-1904/
.
นอกจากยางและแร่ธาตุ อีกสิ่งหนึ่งที่กษัตริย์ลีโอโพลด์ต้องการมากคือ ‘ทองคำสีขาว’ อันหมายถึงงาช้าง พระองค์ว่าจ้างนายพรานจำนวนมากไปล่าช้างจนจำนวนช้างลดลงอย่างมาก ช้างแอฟริกันที่ลดจำนวนลงในปัจจุบันก็เป็นส่วนหนึ่งเพราะมรดกจากการปกครองของพระองค์เช่นกัน 
.
กษัตริย์จอมโฉดผู้นี้ยังปกครองแผ่นดินคองโกต่อไปจนถึงปี 1908 มีผู้คนมากกว่า 15 ล้านคนต้องสังเวยชีวิตให้ระบอบอันป่าเถื่อนนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนและนักข่าวมากมายที่เดินทางไปเก็บภาพถึงสถานที่จริงเพื่อแสดงหลักฐานว่า ‘เสรีรัฐ’ แห่งนี้แท้จริงแล้วคือค่ายแรงงานทาสดีๆ นี่เอง เสียงประท้วงจากนานาประเทศกดดันให้รัฐบาลเบลเยียมต้องดำเนินการโอนเสรีรัฐคองโกจากมือของลีโอโพลด์ให้มาอยู่ในควบคุมของรัฐบาลโดยตรง
.
ตั้งแต่เริ่ม ‘ลงทุน’ ในคองโก ผลประโยชน์อันมหาศาลทำให้กษัตริย์ลีโอโพลด์กลายเป็นบุรุษจากประเทศเล็กๆ แต่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในโลก พระองค์ยังใช้ความมั่งคั่งที่เปื้อนเลือดนี้ไปซื้อคฤหาสน์และสร้างวิลลาหรูหลายแห่งทั่วยุโรป วิลลาในริเวียราของฝรั่งเศส (French Riviera) ของกษัตริย์ผู้นี้ยังครองอันดับบ้านที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มูลค่าราว 1.2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 4 หมื่นล้านบาท ในวิลลานี้ยังมีบ้านริมน้ำหลายหลังที่พระองค์สร้างไว้ให้เหล่านางสนมและนางบำเรออีกด้วย เมื่อกษัตริย์ลีโอโพลด์ที่ 2 สิ้นพระชนม์ในปี 1909 ฝูงชนจำนวนมากต่างส่งเสียงโห่ไล่และก่นด่าในพิธีศพของพระองค์ 
.
ทิม สแตนลีย์ (Tim Stanley) นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า รัชสมัยแห่งความน่ากลัวของกษัตริย์ลีโอโพลด์นี้คือรอยต่ออันน่าสะพรึงระหว่างลัทธิจักรวรรดินิยมของศตวรรษที่ 19 กับแนวคิดเผด็จการอำนาจเบ็ดเสร็จแห่งศตวรรษที่ 20 เพราะนี่คือระบอบที่ก่อตั้งขึ้นด้วยโครงข่ายอำนาจอันครอบคลุมชีวิตของชาวคองโกอย่างเบ็ดเสร็จและมีกลไกที่พร้อมสังหารพวกเขาได้ตลอดเวลาเพียงเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยที่อยู่ห่างไปค่อนโลก 
.
.
เรื่อง : อันโตนิโอ โฉมชา
ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข
.
อ้างอิง 
.
https://www.historytoday.com/archive/contrarian/belgiums-heart-darkness
https://storymaps.arcgis.com/stories/83b5861ceeca44c2b88c46ce9737fe3f
http://www.magentafoundation.org/magazine/king-leopolds-soliloquy/
https://www.newframe.com/political-songs-leopold-crystal-axis/
https://rarehistoricalphotos.com/father-hand-belgian-congo-1904/

//////////