Crazy World

'ผีโรคระบาด' จากปีศาจไข้ทรพิษถึงการพิชิตโควิดด้วยยันต์

Quick Facts

+ คนโบราณเชื่อว่าโรคระบาดเกิดจากผีมากระทำ จะแก้โรคระบาดได้จึงไม่ใช่แค่รักษาด้วยยา แต่ต้องภาวนาอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาช่วยปราบ
+ ถ้าปราบไม่ไหวก็เซ่นไหว้ผีมันนั่นแหละให้ใจอ่อนแล้วถอนโรคกลับไปเอง
+ ไม่ใช่เพราะคนโบราณโง่ แต่เพราะความไม่รู้และความกลัว คนเราเมื่อกลัวตายอะไรๆ ก็ต้องงัดออกมาใช้ให้หมดเหมือนตอนนี้ที่โควิด-19 ระบาดแม้จะมีเทคโนโลยีก้าวหน้าแค่ไหน ผู้คนก็ยังไหว้ผี ขอพรพระเจ้ากันอยู่
ในบรรดาผีโรคระบาด มีผีตนหนึ่งหลอกหลอนคนญี่ปุ่นมานับพันปี ถึงเข้ายุคโมเดิร์นแล้วก็ยังเจอผีตนนี้กันอยู่
.
มันคือปีศาจที่ชื่อ 'โฮโซกะมิ/โฮโซชิน'​ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ผี แต่มีบรรดาศักดิ์เป็นถึง 'คะมิ/ชิน'​ หรือเทพเจ้า เพียงแต่มันเป็นเทพเจ้าฝ่ายเลว (จัสชิน) อยู่ในกลุ่มเทพร้ายฝ่ายโรคระบาด (ยาคุเบียวคะมิ) 
.
เทพเจ้าของญี่ปุ่นก็เหมือนพระเจ้าในศาสนาอื่นๆ มีทั้งรัก โลภ โกรธ หลง และพยาบาท โดยเฉพาะวิญญาณของผู้สูงศักดิ์ 
.
ย้อนกลับไปเมื่อปีค.ศ. 735–737 เกิดโรคไข้ทรพิษระบาดในญี่ปุ่น คร่าชีวิตประชากรญี่ปุ่นไปประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด โดยติดมาจากอาณาจักรชิลลาในคาบสมุทรเกาหลี จากนั้นแพร่ไปทั่วเกาะคิวชูอันเป็นหน้าด่านของประเทศที่ข้ามไปยังแผ่นดินใหญ่เอเชีย 
.
ในปี 736 ขณะที่การแพร่ระบาดรุนแรงมาก มีขุนนางจากเมืองหลวงกำลังจะข้ามไปเกาหลี เดินทางผ่านคิวชูตอนเหนือพอเจอเข้ากับการระบาดก็รีบเผ่นกลับเมืองหลวง แต่ดันเอาโรคกลับไป เมื่อกลับสู่เมืองหลวงพร้อมไข้ทรพิษขุนนางเหล่านั้นก็คงจะแพร่โรคไปยังภาคตะวันออกและนครหลวงนารา จากนั้นทั้งญี่ปุ่นก็ตกอยู่ในความมืดมน
.
ทั้งคนจนและคนรวย คนต่ำต้อยและสูงศักดิ์ตายกันเป็นเบือ หลังจากการระบาดแล้วจักรพรรดิโชมุทรงสั่งให้หล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ขึ้นที่วัดโทไดจิ (พระไดบุตซึ) และสร้างวัดเพื่อเป็นมงคลแก่แผ่นดินไปทั่วประเทศ หลังจากนั้นพุทธศาสนาก็รุ่งเรืองขึ้นมามาก เพราะราชสำนักสนับสนุน 
.
ขณะที่คนสามัญที่เข้าไม่ถึงพุทธศาสนายังเชื่อมในผีและคามิ พวกเขาเชื่อว่าไข้ทรพิษเป็นฝีมือของเทพเจ้าพยาบาท บ้างก็ว่าเป็นเพราะวิญญาณพยาบาทที่ถูกเล่นงานทางการเมือง เพราะคนในตระกูลฟุจิวาระที่ทรงอำนาจตายเป็นว่าเล่น อาจเป็นเพราะวิญญาณที่ถูกคนเหล่านี้กลั่นแกล้งทางการเมืองกลับมาทวงหนี้ชีวิต 
.
ไม่ว่าจะอะไรก็ตามคนส่วนใหญ่ชื่อว่า ไข้ทรพิษคือฝีมือของผีหรือเทพฝ่ายชั่ว จึงเป็นที่มาของ 'โฮโซกะมิ/โฮโซชิน'​
.
ด้วยความที่ผีตนนี้มาจากเกาหลี ผู้คนจึงไปขออำนาจเทพเจ้าสุมิโยชิไดเมียวจิน ซึ่งในสมัยโบราณเคยเข้าทรงมาสั่งให้จักรพรรดินีจิงงูยกทัพไปพิชิตอาณาจักรเกาหลีทั้ง 3 เทพสุมิโยชิไดเมียวจิน (ซึ่งมี 3 องค์) จึงเป็นเทพแห่งการพิชิตเกาหลีและถูกเหมารวมว่าน่าจะพิชิตโรคร้ายจากเกาหลีได้เหมือนกัน 
.
นอกจากจะไหว้เจ้าแล้วยังไหว้ผีด้วย ในสมัยเอโดะชาวบ้านจะตั้งรูปปีศาจไข้ทรพิษเอาไว้ในครัวเรือนที่มีไข้ทรพิษระบาด เพื่อวอนขอความเมตตาจากผีอย่าได้มารังควาน 
.
ในสมัยเมจิถึงขนาดร่ำลือกันว่าปีศาจไข้ทรพิษมีตัวตนจำแลงร่างมาหลอกหลอนผู้คน ในปี 1875 มีรายงานในหนังสือพิมพ์ว่า ที่เขตฮนโจในโตเกียวมีเด็กผู้หญิงแต่งตัวสีแดงนั่งรถลากหายตัวไปจากรถแบบที่คนลากรถไม่รู้เนื้อรู้ตัว ร่ำลือกันว่าเป็นปีศาจไข้ทรพิษมาหลอกหลอน นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าหมากับสีแดงเป็นของแสลงกับปีศาจไข้ทรพิษ จึงมีการทำตุ๊กตากระดาษเป็นรูปหมาและห้อยอะไรสีแดงๆ ไว้กับตัวคนไข้จะได้หายวันหายคืน ในยุคต่อๆ มาเครื่องป้องกันผีไข้ยังกลายเป็นอะไรต่อมิอะไรที่เป็นสีแดงมากมาย รวมถึงข้าวแดง ถั่วแดง ปลากะพงแดง ฯลฯ 
.
ทุกวันนี้บางพื้นที่ของญี่ปุ่นก็ยังมีธรรมเนียมใช้ของแดงเพื่อป้องกันปีศาจไข้ทรพิษ แต่ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมามิให้ขาดมากกว่าจะเชื่อกันจริงจัง เพราะทุกวันนี้เพียงแค่ฉีดวัคซีน ผีก็หนีแล้ว 
.
อันที่จริงไข้ทรพิษไม่ได้ระบาดมานานแล้วกว่า 40 ปี ปีศาจตัวนี้อาจจะสิ้นพิษสงในที่สุด 
.
แต่โรคระบาดใหม่กำลังเล่นงานมนุษยชาติอีกครั้ง และคราวนี้่อาจจะไม่ใช่ตัวเดียวกับที่คอยรังควานมนุษย์ยุคพรีโมเดิร์น มันเป็นโรคยุคโพสต์-โพสต์โมเดิร์นที่อาศัยโลกไร้พรมแดนแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วจนรับมือกันไม่ทัน 
.
ญี่ปุ่นกลายเป็นสังคมแห่งเทคโนโลยีมาหลายสิบปีแล้ว และมีการแพทย์ที่ทันสมัย แต่กับโรคที่มองไม่เห็น บางคนยังรู้สึกว่าเมื่อจัดการกับสิ่งที่มองไม่เห็นก็ควรยืมพลังที่มองไม่เห็นเช่นกัน 
.
วัดบางแห่งมีการทำพิธีปัดรังควานโควิด-19 และบางวัดหันไปใช้ 'ยันต์'​ เพื่อกำจัดปีศาจโรคระบาดที่ไม่ใช่โฮโซกะมิ/โฮโซชินที่เคยแพร่ไข้ทรพิษตัวเดิม 
.
เช่นวัดโอกาเดระในเมืองนาระ ทำยันต์รูป 'โชกิ'​ หรือจงขุย เทพกึ่งปีศาจในตำนานเทพของจีนที่มีหน้าที่เป็น 'ตำรวจผี'​ และในตำนานญี่ปุ่นเสริมเข้าไปว่าเป็นผู้กำราบผีโรคระบาด
.
ตำนานฉบับวัดโอกาเดระ (ซึ่งไม่เหมือนตำนานหลักเรื่องจงขุย) เล่าว่า ในสมัยพระเจ้าถังเสวียนจงแห่งราชวงศ์ถังทรงพระประชวรด้วยโรคมาลาเรีย ทรงเป็นไข้ขึ้นสูงขณะบรรทมทรงพระสุบินเห็นปีศาจสองตนมาก่อกวนในวัง แต่ทันใดนั้นก็ปรากฏปีศาจตัวใหญ่โผล่มาจากไหนไม่รู้จับปีศาจตนเล็กกินเสีย แล้วกราบทูลพระเจ้าถังเสวียนจงว่า 
.
"กระหม่อมมีชื่อว่าจงขุย แต่เดิมเป็นบัณฑิตสอบรับราชการแล้วไม่ประสบผล เกิดความอับอายจึงฆ่าตัวตายในวัง ดีที่พระเจ้าถังเกาจงบรรพชนของพระองค์ทำพิธีศพให้ กระหม่อมจึงกลับมาแทนคุณ และทราบว่าพระองค์ประชวร" 
.
เมื่อพระเจ้าถังเสวียนจงตื่นบรรทมก็ทรงหายประชวร และทรงให้ช่างเขียนรูปจงขุยไว้บูชาเพื่อป้องกันโรคระบาด หลังจากนั้นธรรมเนียมนี้แพร่มายังญี่ปุ่น มีการตั้งรูป จงขุย หรือโชกิไว้ขู่ปีศาจโรคระบาด และล่าสุดจงขุยถูกเชิญมาป้องกันโควิด-19 
.
นับพันปีผ่านไป แม้จะมีวิวัฒนาการมากแค่ไหน คนเราก็ยังต้องหาที่พึ่งแบบเดิมอยู่วันยังค่ำ.
.

เรื่อง : กรกิจ ดิษฐาน
ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข

///////