Armies Weapons and Warfare

'เจนิสเซรีย์' กองทหารไร้พ่ายแห่งจักรวรรดิออตโตมัน

Quick Facts

+ กองทหารเจนิสเซรีย์ (Janissary) คือขุมกำลังอันน่าเกรงขามแห่งจักรวรรดิออตโตมัน
+ พวกเขาเป็นองครักษ์ของสุลต่าน มีเอกลักษณ์น่าจดจำคือ หมวกผ้าทรงสูงสีขาวเด่นเป็นสง่า เสื้อคลุมยาวสีสดใส
+ แต่อย่าได้ประมาทพวกเขา ในสนามรบ กองกำลังเจนิสเซรีย์เป็นที่ยำเกรงของชาวมุสลิม และเป็นที่หวาดกลัวของชาวยุโรป พวกเขาพิชิตตั้งแต่คาบสมุทรบอลข่านจรดอียิปต์ 
'ภาษีเลือด' เกณฑ์เด็กหนุ่มเข้าสู่กองทัพ

ปี 1363 สุลต่านมูรัดที่ 1 แห่งจักรวรรดิออตโตมันสร้างระบบ ‘ภาษีเลือด’ (Devshirme) ขึ้นมา ชาวคริสต์ที่อยู่ใต้อาณัติของออตโตมันจะต้องส่งบุตรชายอายุระหว่าง 8-18 ปีให้กองทัพออตโตมัน เด็กชายจะถูกส่งตัวไปอยู่กับครอบครัวชาวเติร์กเพื่อเรียนรู้ภาษา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมเติร์ก ระบบนี้เป็นรากฐานของนักรบเจนิสเซรีย์ในเวลาต่อมา

ปี 1380 สุลต่านมูรัดมีดำริให้ตั้งกองทหารเจนิสเซรีย์อย่างเป็นทางการ กองกำลังใหม่เกณฑ์มาจากชาวสลาฟบอลข่านที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์หรือจากชุมชนชาวคริสต์อื่นๆ ในจักรวรรดิ ไม่ว่าจะชาวกรีก อัลแบเนีย เซอร์เบีย บัลกาเรีย อาร์เมเนีย โรมาเนีย หรือฮังการี จากนั้นเด็กหนุ่มจะถูกส่งตัวไปยังกรุงคอนสแตนติโนเปิลและเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม 

ฝึกหนักให้เป็นนักรบชั้นยอด

การฝึกฝนอย่างหนักจะเริ่มต้นขึ้นทั้งร่ายกาย จิตใจ และสติปัญญา เด็กหนุ่มต้องฝึกทั้งวิชาการศึกอย่างกีฬามวยปล้ำ ฟันดาบ ยิงปืน ยิงธนู ขี่ม้า ยิงปืนใหญ่ การช่าง และศึกษาด้านวิชาการ เช่น วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี การเงิน การบริหาร และคัมภีร์อัลกุรอาน

ครั้นอายุได้ 24-25 ปี ผู้ที่แข็งแกร่งและแสดงความสามารถโดดเด่นจะถูกคัดเลือกเป็นเจนิสเซรีย์ คนที่มีความถนัดด้านไหนก็จะถูกส่งไปประจำหน่วยนั้น ผู้ที่ยิงปืนแม่นและบรรจุกระสุนไวจะถูกย้ายไปหน่วยพลปืน ผู้ที่ขี่ม้าคล่องแคล่วจะไปประจำกรมทหารม้า คนที่ยิงปืนใหญ่ได้แม่นจะย้ายไปประจำกรมปืนใหญ่ นักรบเจนิสเซรีย์จะอยู่กินกันในค่ายอย่างสมัครสมานกลมเกลียวดุจพี่น้องร่วมสายเลือด

นักรบเจนิสเซรีย์มีสถานะเป็นขุมกำลังหลักของสุลต่านแห่งจักรวรรรดิออตโตมัน เมื่อสร้างผลงานดีเด่นอาจเลื่อนขั้นเป็นผู้คุมกอง เป็นผู้ว่าราชการมณฑล หรือแม้แต่ขึ้นเป็นอัครเสนาบดี (Grand Vizier) ได้ 

กฏที่เหล่านักรบเจนิสเซรีย์ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดคือ ห้ามไว้เครา แต่ไว้หนวดได้  และครองตนเป็นโสด (ภายหลังกฎข้อนี้ถูกยกเลิกเมื่อกองกำลังเจนิสเซรีย์มีอำนาจทางการเมือง) 

อาวุธคู่กายและตำราพิชัยยุทธ์

เสียงที่ข้าศึกจะได้ยินก่อนเห็นหน้าเหล่าเจนิสเซรีย์คือ เสียงดนตรีศึก พวกเขามีกองดุริยางค์เป่าแตร ลั่นกลองศึกดังกึกก้องไปทั้งสนามรบ บทเพลงนี้ปลุกขวัญเหล่านักรบออตโตมัน ขณะเดียวกันก็ทำลายขวัญข้าศึกได้อย่างดี

อาวุธที่เหล่าเจนิสเซรีย์ยุคแรกนิยมใช้คือ ธนู นักรบชุดสีสันฉูดฉาดเหล่านี้เป็นมือแม่นธนูชั้นยอดของจักรวรรดิออตโตมัน ต่อมาศตวรรษที่ 16 เมื่อปืนคาบชุด (Matchlock) เริ่มแพร่หลาย เหล่าเจนิสเซรีย์จึงหันมาใช้ปืนแทนธนู พวกเขายิงปืนและบรรจุได้อย่างรวดเร็วกว่าหน่วยอื่น ทหารม้าศัตรูมักถูกระดมยิงจนแตกพ่ายก่อนจะได้ประจัญบานกับพวกเจนิสเซรีย์เสียอีก

อาวุธระยะประชิดที่กองทหารเจนิสเซรีย์ใช้คือ ดาบโค้ง (Kilij) ดาบยาตากัน (Yatagan) และขวานศึก ขณะที่นักรบเจนิสเซรีย์ผู้มีหน้าที่อารักขาวังหลวงจะถือง้าวใบโต (Halberd) คอยคุ้มกันองค์สุลต่าน

ในยามที่ต้องปิดล้อมเมือง เหล่าเจนิสเซรีย์จะใช้วิชาการช่างที่เรียนมาเพื่อก่อวินาศกรรม ขุดอุโมงค์เพื่อทำลายกำแพงเมือง หรือวางระเบิดสิ่งกีดขวาง ความสามารถอันหลากหลายและไร้ที่ติ ทำให้เจนิสเซรีย์เป็นกองทหารหัวหอกของจักรวรรดิออตโตมัน และได้ชื่อว่าเป็นกองทหารที่ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้ ส่งผลให้จักรวรรดิออตมันขยายดินแดนได้กว้างไกล ตั้งแต่อียิปต์จรดชายแดนออสเตรีย

อ้างอิง

https://www.ranker.com/list/crazy-janissaries-facts/stephanroget

https://www.realmofhistory.com/2018/06/19/facts-ottoman-janissaries/

http://www.theottomans.org/english/campaigns_army/index_3.asp

https://militaryhistorynow.com/2017/03/24/the-fighting-messmates-the-curious-role-of-food-in-turkeys-legendary-janissary-corps/

//////