Animal and Monster World

'กาเลวาลา' ตำนานเทพปกรณัมฟินแลนด์ จากนิทานพื้นบ้านสู่วรรณคดีสร้างชาติ

Quick Facts

+ นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น ชาวฟินแลนด์ดำรงชีวิตใต้อิทธิพลของอาณาจักรยิ่งใหญ่อยู่เสมอ ทั้งสวีเดนทางตะวันตก และอาณาจักรของชาวรัสเซียทางตะวันออก แม้ถูกปกครองและเปลี่ยนมือจากสวีเดนไปยังรัสเซีย แต่ชาวฟินแลนด์ยังคงยืนหยัดรักษารากเหง้าของตนท่ามกลางยุคสมัยที่ผันเปลี่ยน

+ พวกเขาอ้าแขนรับอัตลักษณ์ต่างชาติแล้วผนวกเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพื้นเมือง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ยอมทิ้งอัตลักษณ์ตนเอง ทั้งยังทำทุกวิถีทางเพื่ออนุรักษ์คุณค่านี้ไว้ 

+ และหนึ่งในอัตลักษณ์ที่อาจดูเล็กน้อยในสายตาคนปัจจุบันคือ นิทานพื้นบ้าน
นิทานพื้นบ้านไม่ใช่แค่เรื่องเล่าก่อนนอนสำหรับเด็ก ๆ เท่านั้น นิทานพื้นบ้านบอกให้เรารู้ความเป็นมา ความเชื่อ และอาจถึงขั้นบอกใบ้ข้อเท็จจริงในอดีต นิทานพื้นบ้านคือเรื่องเล่าปากต่อปากซึ่งล้ำค่า และรอคนที่อ่านออกเขียนได้จดบันทึกก่อนจะสูญหายตาม 'กาลเวลา' ดังนั้นในศตวรรษที่ 19 ชาวฟินแลนด์คนหนึ่งตระหนักถึงข้อเท็จจริงข้อนี้ดีและเริ่มออกเดินทางรวบรวมเรื่องเล่ามุขปาฐะนี้ทั่วฟินแลนด์ ชายผู้นี้มีนามว่า 'เอเลียส เลินรูต' เขาตั้งชื่อนิทานที่รวบรวมได้ว่า 'กาเลวาลา' (Kalevala)

กว่าจะมาเป็น 'ฟินแลนด์'

ดินแดนฟินแลนด์เป็นชุมทางการค้าที่สำคัญ เห็นได้จากชื่อเมืองหลวงเก่า 'ตุรกุ' (Turku) ที่แปลว่า ที่ค้าขาย ตุรกุเป็นศูนย์กลางการค้าและเก่าแก่มากกว่า 700 ปี ฟินแลนด์จึงเป็นที่หมายปองของอาณาจักรข้างเคียง ในปี 1323 สวีเดนและนอฟโกรอด (Novgorod) อาณาจักรโบราณในรัสเซียและรุ่งเรืองระหว่างศตวรรษที่ 11-14 ทำสนธิสัญญาเนอเทบอร์ก (Treaty of N?teborg) เพื่อตกลงเขตอิทธิพลระหว่างกัน ผลคือฟินแลนด์ตะวันตกกลายเป็นส่วนหนึ่งของสวีเดน ฟินแลนด์ตะวันออกตกเป็นของนอฟโกรอด ต่อมาสวีเดนกลายเป็นผู้ปกครองฟินแลนด์เพียงผู้เดียวยาวนานหลายร้อยปี

อาณาจักรรัสเซียมีบทบาทมากขึ้นต่อเนื่องและพยายามขยายอิทธิพลในฟินแลนด์ ความขัดแย้งระยะยาวสิ้นสุดในปี 1809 เมื่อสวีเดนแพ้สงครามกับรัสเซียและยอมยกฟินแลนด์ให้รัสเซีย รัสเซียตั้งแคว้นใหม่ที่เพิ่งได้มาเป็นราชรัฐฟินแลนด์ (Grand Duchy of Finland) พร้อมให้อำนาจการปกครองตนเอง สมัยนี้เองที่กระแสชาตินิยมในฟินแลนด์ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น จนกระทั่งชาวฟินแลนด์สามารถประกาศเอกราชจากรัสเซียในปี 1917 ก่อนพัฒนาจนกลายเป็นสาธารณรัฐฟินแลนด์ในปัจจุบัน

สร้างชาติของชาว 'ฟิน' ด้วยวัฒนธรรมพื้นบ้าน

ในศตวรรษที่ 19 เกิดกระแสการหลงใหลเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก เรื่องเล่าปรัมปราและคติชาวบ้าน แนวคิดนี้้เรียกว่า 'จินตนิยม' หรือ 'โรแมนติก' (Romanticism) เป็นที่นิยมมากในยุโรปช่วงปี 1800-1850 ชนชั้นนำและคนรู้หนังสือในฟินแลนด์ก็ตระหนักถึงแนวคิดจินตนิยมเช่นกัน พวกเขาจึงเริ่มให้ความสำคัญแก่วัฒนธรรมพื้นบ้านต่าง ๆ เช่น ภาษา นิทานพื้นบ้าน ดนตรี และพยายามอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นเหล่านั้น ก่อนที่จะสูญหายตามกาลเวลา 

นอกจากนี้ในศตวรรษที่ 19 แนวคิดชาตินิยมยังเบ่งบานทั่วยุโรป แม้แต่ชาวฟินที่ติดตามข่าวสารยังรับรู้ ชาตินิยม (nationalism) คือแนวคิดที่ว่ากลุ่มคนหนึ่งรู้สึกรักหวงแหนเอกลักษณ์ของตน ปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของตนจากคน'ต่างชาติ' ชนชั้นนำและคนรู้หนังสือในฟินแลนด์เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ และพยายามอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นฟินแลนด์ เนื่องจากประเพณีเหล่านี้คืออัตลักษณ์ของชาวฟิน

คติจินตนิยมและชาตินิยม คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้คนพยายามรวบรวมเรื่องเล่าปรัมปราตามท้องถิ่นให้เป็นสารบบ เพื่อง่ายต่อการสืบค้นและเพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นหลักฐานสำหรับคนรุ่นต่อไป

'กาเลวาลา' มหากาพย์เหนือกาลเวลา

มหากาพย์ 'กาเลวาลา' ถือกำเนิดจากน้ำพักน้ำแรงของเอเลียส เลินรูต (Elias L?nnrot) แพทย์ชาวฟินแลนด์ เขาเกิดวันที่ 9 เมษายน 1802 เมือง Sammatti ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ใต้อิทธิพลของสวีเดน เขารักภาษาฟินนิช และพยายามอนุรักษ์นิทานพื้นบ้านฟินแลนด์ที่กำลังสูญหายตามกาลเวลา สาเหตุหนึ่งคือนิทานเหล่านี้เป็นเรื่องเล่ามุขปาฐะ เล่ากันปากต่อปากจากรุ่นสู่รุ่นโดยไม่มีต้นตอแน่ชัดหรือการจดบันทึก เอเลียสจึงใช้โอกาสที่ตนเดินทางไปปฏิบัติงานตามสถานพยาบาลท้องถิ่น เพื่อบันทึกและรวบรวมนิทานต่าง ๆ เป็นสารบบ

ผลงานชิ้นโบแดงของเขาได้แก่ 'กาเลวาลา' (Kalevala) หนังสือมหากาพย์รวบรวมเรื่องเล่ามากมายจากซอกมุมต่าง ๆ ของฟินแลนด์ กาเลวาลาบอกเล่าความเชื่อดั้งเดิมของชาวฟิน ก่อนเริ่มหันไปนับถือศาสนาคริสต์ ได้แก่ตำนานการสร้างโลกของชาวฟิน วีรบุรุษและวีรสตรีในตำนาน อภินิหารและของวิเศษ รวมถึงต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตและสิ่งประดิษฐ์ของชาวฟิน กาเลวาลาจึงคล้ายมหากาพย์ของอารยธรรมอื่น เช่น อีเลียดของกรีก และรามายณะของอินเดีย 

เอเลียสตีพิมพ์เทพปกรณัม 'กาเลวาลา' ครั้งแรกวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปี 1835 ประกอบด้วยบทหรือ 'ลำนำ' 32 ลำนำ เขารวบรวมเรื่องเล่าเพิ่มเติมจนได้ทั้งหมด 50 ลำนำและตีพิมพ์ฉบับปรับปรุงในปี 1849 ซึ่งเป็นฉบับที่นิยมใช้จนถึงปัจจุบัน
.
กาเลวาลากลายเป็นวรรณคดีชิ้นเอก เป็นวรรณกรรมสำคัญชิ้นแรกที่เขียนด้วยภาษาฟินนิช กาเลวาลาเสริมสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันของชาวฟินแลนด์ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมกระแสชาตินิยมในฟินแลนด์ศตวรรษที่ 19 

กาเลวาลายังมีอิทธิพลต่อคีตกวีฟินแลนด์มากมาย หนึ่งในนั้นคือฌ็อง ซิเบลิอุส (Jean Sibelius) คีตกวีชาวฟินแลนด์ผู้โด่งดังที่สุด ฌ็องซาบซึ้งกับเรื่องราวต่าง ๆ ในกาเลวาลา เขาแต่งบทเพลงหลายชิ้นเกี่ยวกับกาเลวาลา เช่น เพลงชุดเลมมินไกเนน (Lemmink?inen Suite) ซึ่งประกอบด้วยเพลง 4 บทว่าด้วยวีรกรรมของเลมมินไกเนน, เพลง Luonnotar ซึ่งเกี่ยวกับตำนานการสร้างโลก และเพลงชุดกุลเลร์โวะ (Kullervo) ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในตำนาน

ความสำคัญของกาเลวาลายังส่งผลให้รัฐบาลฟินแลนด์กำหนดให้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น 'วันกาเลวาลา' (Kalevala Day) เพื่อระลึกถึงวันที่พิมพ์กาเลวาลาฉบับแรก และระลึกถึงวัฒนธรรมและประเพณีของชาวปินแลนด์ สถานที่ราชการจะแขวนธงชาติฟินแลนด์ตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึงตะวันตกดิน

เรื่อง: พชร อังคเรืองรัตนา
ภาพประกอบ: เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข


อ้างอิง

หนังสือ เทพปกรณัมแห่งฟินแลนด์ Kalevala โดย พีระสิทธิ์ คูห์ศรีวินิจ

https://finland.fi/life-society/main-outlines-of-finnish-history/

https://www.infofinland.fi/en/information-about-finland/basic-information-about-finland/finnish-history

https://anydayguide.com/calendar/1472?fbclid=IwAR2iSmaSPzVTZe7J9JIyGncpNrBHbsnbhTxiRsFobjZ5cfALQc9fBS_utvQ