Armies Weapons and Warfare

6 ยอดนักโฆษณาชวนเชื่อในสงครามโลกครั้งที่ 2

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งฝ่ายอักษะและสัมพันธมิตรต่างใช้วิทยุเป็นสื่อในการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ส่วนใหญ่ก็เพื่อปลุกปั่นประชาชนของตนเอง แต่ก็ใช้เพื่อปั่นหัวกองกำลังและพลเมืองของฝ่ายตรงข้ามบ้าง โดยทั้งสองฝ่ายนั้นต่างก็มีนักโฆษณาชวนเชื่อมืออาชีพ ซึ่งกลายมาเป็นคนที่มีชื่อเสียงในช่วงเวลาสงคราม บางคนก็ถูกจับและครหาว่าเป็นคนทรยศชาติหลังสงครามจบลง

ที่มาของภาพ

แอ็กซิสแซลลี่ (Mildred Gillars)
 
มิลเดร็ด กิลลาร์สเป็นชาวอเมริกันผู้ฝักใฝ่นาซี เธอทำงานในสถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐเยอรมนี ก่อนหน้านั้นเธอเคยทำงานเป็นนางโชว์บนเวทีบรอดเวย์ ก่อนจะย้ายมายังกรุงเบอร์ลินในปี 1934 และอยู่ที่นั่นจนกระทั้งสงครามปะทุขึ้น และในที่สุดเธอก็กลายเป็นหนึ่งในตัวละครวิทยุเรื่อง Home Sweet Home และโด่งดังจนได้ฉายาว่า แอ็กซิสแซลลี่
 
มิลเดร็ด กิลลาร์สมักจะใช้น้ำเสียงที่เป็นมิตรเพื่อปั่นหัวผู้ฟัง และมักมุ่งประเด็นไปที่คู่รักหรือภรรยาของเหล่าทหาร สุดท้ายเธอถูกจับในข้อหากบฏและถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 12 ปี

ที่มาของภาพ

ลอร์ด ฮาว ฮาว  (William Joyce)
 
วิลเลียม จอยซ์ เป็นชาวอเมริกันที่ฝักใฝ่ลัทธิฟาสซิสต์ และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในอังกฤษ  เขาเป็นที่รู้จักในฐานะโฆษกโฆษณาชวนเชื่อชื่อ ลอร์ด ฮาว ฮาว  วิลเลียม จอยซ์เป็นนักพูดฝีปากกล้าสำเนียงแบบอังกฤษ และเป็นสาวกของฮิตเลอร์ ชอบพูดจาเหน็บแหนมและยกย่องฮิตเลอร์เพื่อหว่านล้อมผู้ฟัง อีกทั้งยังชอบรายงานข้อมูลเท็จเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต และรายงานบทลงโทษหากเยอรมันชนะสงคราม
 
ต่อมาไม่นานอิทธิพลของเขาก็เสื่อมลง และถูกจับที่เฟลนเบิร์ก ใกล้กับเยอรมนีในปี 1945 และถูกตัดสินโทษประหารโดยการแขวนคอ

ที่มาของภาพ

กุหลาบโตเกียว (Iva Toguri)
 
โฆษกหญิงชาวญี่ปุ่นมากมายถูกขนานนามว่าเป็น “กุหลาบโตเกียว” แต่หนึ่งคนที่ได้รับการนึกถึงในฐานะกุหลาบโตเกียวมากที่สุดคือ อีวา โตกุริ เธอเป็นชาวอเมริกันในลอสแอนเจลิส แต่ตกที่นั่งลำบากขณะกลับไปเยี่ยมญาติในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อตัวขึ้น แต่แล้วเธอก็ได้งานที่สถานีวิทยุกระจายเสียง Radio Tokyo และเล่นละครในบทเด็กกำพร้า น้ำเสียงแหบพร่าของเธอกลายเป็นที่จดจำและกลายเป็นตำนานของ The Pacific Theater และเป็นที่รู้จักในฐานะเป็นนักโฆษณาชวนเชื่อที่ฉาวโฉ่ที่สุดคนหนึ่ง
 
รายการของเธอรวมข่าวลือและโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ มากมาย หลังญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามเธอก็ถูกจับในข้อหากบฏ และได้รับการปล่อยตัวออกมาในปี 1956 แต่ก็ใช้เวลากว่า 20 ปีกว่าจะได้รับอภัยโทษจากสิ่งที่ทำ


ที่มาของภาพ

เชฟตัน เดลเมอร์ (Sefton Delmer)
 
เดลเมอร์ คือปรมาจารย์นักโฆษณาชวนเชื่อชาวอังกฤษที่ใช้วิทยุกระจายเสียงเป็นเครื่องมืออันสลับซับซ้อนเพื่อทำสงครามประสาท
 
เริ่มต้นในปี 1941 เขาสร้างตัวละครวิทยุชื่อ Gustav Siegfried Eins หรือ GS1 ขึ้น และออกอากาศในคลื่นวิทยุของนาซีเพื่อสร้างความปั่นป่วนในบ้านเกิด และสร้างตัวละครอีกตัวคือ เดอ เชฟ (Der Chef) ซึ่งแสดงโดย ปีเตอร์ เซกเคลมานน์ ชาวเยอรมันผู้แปรพักตร์ โดยเป็นตัวละครที่บอกความจริงของผู้นำ
 
เขาสร้างความน่าเชื่อถือของตัวละครด้วยการวิจารณ์ชาวอังกฤษและชาวรัสเซีย และแสดงความคับแค้นใจต่อนาซี เพื่อเพิ่มความแตกแยกให้ฝ่ายเยอรมัน และเปิดเผยความชั่วร้ายของผู้นำนาซี รวมทั้งมีบทการลอบสังหารตัวละครเดอ เชฟ อีกด้วย นอกจกนี้เดลเมอร์ก็ยังตั้งสถานีโฆษณาชวนเชื่ออื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น Soldateensender Calais สถานีวิทยุในเยอรมันเพื่อกองทัพในฝรั่งเศส และ Atlantiksender ที่แพร่ข้อมูลลวงถึงนาซีในแอตแลนติก

ที่มาของภาพ

ฟิลลิปป์ เฮนเลียต (Philippe Henriot)
 
ฟิลลิปป์ เฮนเลียต คือความหวังเฮือกสุดท้ายของนาซีในฝรั่งเศส เขาเป็นนักโฆษณาชวนเชื่อของคลื่นวิทยุเยอรมันที่สยบการต่อต้านในฝรั่งเศส เขาเป็นชาวฝรั่งเศสผู้ทะเยอทะยาน และกำลังจะได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโฆษกโฆษณาชวนเชื่อ และเป็นผู้แจ้งข่าวต่างๆ ของรัฐบาลเมืองวีชี่ นอกจากนั้นเขายังเป็นนักพูดที่วาจาคมคาย และเล่นกับความรู้สึกวิตกกังวลของชาวฝรั่งเศสโดยเน้นถึงความลำบากของชาวฝรั่งเศส หากยังคบค้ากับพวกฝ่ายสัมพันธมิตรและกลุ่มผู้ต่อต้านในฝรั่งเศสที่เขาเรียกว่า “ผู้ก่อการร้าย” รวมทั้งเขายังใช้การกระจายเสียงวิทยุเป็นเสทีโต้เถียงข้อสนับสนุนของกลุ่มแนวร่มอิสระฝรั่งเศส (The Free French Forces) ซึ่งออกอากาศในลอนดอนด้วย
 
ฟิลลิปป์ เฮนเลียตเปิดรายการวันละสองครั้งและมีสมญานามว่า “French Goevvels” สุดท้ายเขาถูกลอบสังหารในเดือนมิถุนายน ปี 1944 โดยกลุ่มผู้ต่อต้านในฝรั่งเศส

ที่มาของภาพhttp://www.public.coe.edu/historyweb/images/publications/shirer_william_cbs.jpg

เฟร็ด ดับเบิ้ลยู คาลเทนแบ็ช (Fred W. Kaltenbach)
 
ช่วงต้นปี 1939 เยอรมนีเริ่มจ้างผู้ถูกเนรเทศจากอเมริกามาเป็นนักโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อยับยั้งการแทรกแซงสงครามของอเมริกา และหนึ่งในนั้นคือ เฟร็ด ดับเบิ้ลยู คาลเทนแบ็ช อดีตครูโรงเรียนมัธยม ซึ่งถูกไล่ออกเพราะพยายามคัดลอกหนังสือเกี่ยวกับฮิตเลอร์
 
หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอยู่เบอร์ลิน และได้โอกาสเป็นโฆษกโฆษณาชวนเชื่อแก่ฝ่ายเยอรมัน เขาตั้งชื่อตัวเองว่า “ลอร์ดฮีฮาว” เพื่อล้อเลียนเสียงชื่อของพิธีกรชื่อ “ลอร์ดฮาวฮาว” และดำเนินรายงานโดยการอ่านและตอบจดหมายจากตัวละครชาวอเมริกันที่ตั้งขึ้นมา พร้อมแฉความชั่วร้ายของยิวและจักรวรรดิอังกฤษ
 
หลังจากอเมริกาเข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้ง เขาก็เริ่มสนับสนุนนาซี และกล่าวโจมตีประธานาธิบดีรูสเวลท์ โดยกล่าวหาว่ารูสเวลท์คือ “ผู้กระหายสงคราม” ต่อมาเขาถูกจับตัวโดยกองทัพแดง และหายตัวไป ก่อนจะมีรายงานว่าเขาเสียชีวิตระหว่างอยู่ในการคุ้มครองของโซเวียต