World Clvilization

ประวัติศาสตร์ศิลปะเอซเทค

ชาวเอซเทคมีถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่เมโสอเมริกาในช่วงศตวรรษที่14 ถึง16 พวกเขาพูดภาษานาฮัวต์ล (Nahuatl) และมีวัฒนธรรมซึ่งพัฒนาต่อเนื่องมาในพื้นที่เม็กซิโก เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักกันคือ เหตุการณ์ยึดครองเปรูและเม็กซิโก โดยเฮอร์นันโด คอร์เตส (Hernando Cortes) ในปี 1521 ทุกวันนี้วัฒนธรรมเอซเทคที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง มีที่มาจากหลักฐานทางโบราณคดี และเป็นสิ่งที่ช่วยอธิบายถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่สร้างสรรค์มันขึ้นมา

ที่มาของภาพ
 
ศิลปะเอซเทคมีแก่นที่พัฒนามาจากศิลปะของเผ่าต่างๆ ในภูมิภาคเมโสอเมริกา ริเริ่มโดยชนชั้นสูงในสังคมและเป็นสินค้าสำคัญในการทำการค้ากับชนเผ่าอื่นๆ มักจะอยู่ในรูปของเครื่องดินเผาและเครื่องเรือนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีปรากฏในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น มีด เครื่องประดับศีรษะ เสื้อผ้า สถาปัตยกรรม รูปปั้น หน้ากาก โล่ และอัญมณีต่างๆ
 
งานศิลปะส่วนใหญ่จะเป็นสัญลักษณ์ในธรรมชาติ เช่นสัตว์ต่างๆ ทั้งงู กวาง เสือ นก และปลา และมีความเกี่ยวข้องกับศาสนา​ รูปภาพของสัตว์ต่างๆมักจะแสดงนัยถึงผู้ชม ตัวอย่างเช่น ลิง เป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองและความสุข ส่วนแมลงก็เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กันแพร่หลายในศิลปะของเอซเทค


ที่มาของภาพ

ชาวเอซเทคเป็นที่รู้จักว่าทำการค้าวัสดุที่ใช้ในการทำงานศิลป์ต่างๆ มีการใช้ดินเผาและขนนกต่างๆ ในการรังสรรค์ผลงาน รวมทั้งยังใช้เปลือกหอย ก้อนหิน ปะการัง ทองแดง ทอง ศิลามณี หินภูเขาไฟ เงิน และเทอร์คอยท์ งานบางชิ้นก็ใช้วัสดุมากกว่าอย่างเดียว และชาวเอซเทคก็โปรดปรานงานโมเสคเป็นพิเศษ
 
ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ระดับโลกมากมายที่แสดงผลงานทางศิลปะของเอซเทค หลายแห่งแสดงผลงานที่สมจริงราวกับมีชีวิต งานศิลป์ชิ้นต่างๆ นอกจากจะเกี่ยวข้องกับศาสนาแล้ว ก็ยังเกี่ยวข้องกับสงคราม ซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญของชาวเอซเทค

ที่มาของภาพ

ผลงานที่มีชื่อเสียงของชาวเอซเทค ได้แก่ บัลลังก์ของม็อคเตซูมา และปฏิทินหินแกะสลักของชาวเอซเทค นอกจากนี้นักโบราณคดียังเปิดเผยอีกว่า ผลงานศิลปะของชาวเอซเทคในศาสนสถานมีการบรรยายเกี่ยวกับนักรบด้วย งานส่วนใหญ่มักออกแบบเป็นทรงเรขาคณิต และมีการคัดลอกรูปแบบและสีมีใช้บนเครื่องปั้นดินเผาอีกด้วย

ที่มาของภาพ

แปลและเรียบเรียงจาก http://arthistory.net/aztec-art/