World Clvilization

ประวัติศาสตร์ศิลปะยุคเฮเลนิสติก

วีนัสเดอมิโล ที่มาของภาพ

แม้ศิลปะยุคคลาสสิคจะถือเป็นยุคทองของศิลปะกรีก แต่ศิลปะยุคเฮเลนิสติก ซึ่งเป็นแนวมนุษยนิยมดูจะได้รับความนิยมและรุ่งเรืองมากกว่าในกรุงเอเธนส์
 
ประวัติศาสตร์ศิลปะยุคเฮเลนิสติกเริ่มต้นเมื่อเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ของอเล็กซานเดอร์มหาราชเมื่อ 323 ปีก่อนคริสตกาล และเหล่านักวิชาการเห็นพ้องกันว่ามีจุดสิ้นสุดเมื่อประมาณ 31 ปีก่อนคริสตกาล ประติมากรรมชิ้นล้ำค่าของโลกอย่างรูปปั้นวีนัสเดอมิโล และรูปปั้นปีกแห่งชัยชนะของซาโมเทรซ ก็ถูกรังสรรค์ขึ้นในยุคนี้

รูปปั้นปีกแห่งชัยชนะของซาโมเทรซ ที่มาของภาพ

อเล็กซานเดอร์มหาราชและเหล่าแม่ทัพนายกองนำเอาวัฒนธรรมกรีกไปเผยแผ่ยังดินแดนต่าง ๆที่เอาชนะได้ ศิลปะของท้องถิ่นต่างๆ ถูกผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมกรีกที่เข้าไปมีอิทธิพลใหม่ และเกิดเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตามแต่ละพื้นที่ ดังนั้นการนิยามความหมายของศิลปะยุคเฮเลนิสติกจึงเป็นเรื่องยาก
 
ศิลปะในยุคเฮเลนิสติกเจริญรุ่งเรืองขึ้นบนพื้นฐานของศิลปะในยุคคลาสสิค ขณะที่ศิลปะยุคคลาสสิคตั้งอยู่บนเรื่องของเทพเจ้าและศาสนา ศิลปะยุคเฮเลนิสติกกลับมุ่งเน้นที่รูปแบบและการแสดงออกของมนุษย์ กองทัพกรีกเปลี่ยนแปลงการเมืองและวัฒนธรรมตามดินแดนที่ยึดครอง ศิลปินก็ผสมผสานศิลปะต่างๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์ของพวกเขาในพิพิธภัณฑ์และหอสมุดแห่งแรกของโลก
 
ผู้คนทุกวัย โดยเฉพาะจากชาติพันธุ์ที่ต่างกันกลายมาเป็นหัวข้อที่ศิลปินให้ความสนใจ ศิลปินเฮเลนิสติกมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดอารมณ์ของมนุษย์ผ่านความเป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะในรูปแบบของประติมากรรม ศิลปินต้องการรังสรรค์งานที่น่าชื่นชมในทุกด้าน เช่น รูปปั้น the Bronze Statuette of a Veiled and Masked Dancer ซึ่งทุกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 2 ถึง 3

รูปปั้น the Bronze Statuette of a Veiled and Masked Dancer ที่มาของภาพ

ศิลปะและสถาปัตยกรรมมีความสำคัญมากเป็นพิเศษในการสร้างรัฐใหม่ที่ครอบคลุมมดินแดนเกือบทั้งหมดในเมดิเตอร์เรเนียน เพอร์กามอน ยกตัวอย่างเช่น การแสดงอุดมคติแบบเฮเลนิสติกเพื่อทำงานที่ออกมาในรูปแบบธรรมชาติตามภูมิประเทศ นักสร้างสรรค์ศิลปะแบบเฮเลนิสติกถูกบังคับให้สร้างเมืองและศาสนสถานขนาดใหญ่และหรูหรา โดยจะได้รับการสนับสนุนจากผู้อุปการะที่ร่ำรวย

งานของโซซอสแห่งเพอร์กามอน ที่มาของภาพ
 
ศิลปะโมเสคก็ได้รับความนิยมในยุคเฮเลนิสติก ดูได้จากงานของโซซอสแห่งเพอร์กามอน และนักวิชาการก็เชื่อว่าภาพวาดก็ได้รับความนิยมเช่นกัน แต่ว่าผลงานชิ้นต่างๆ กลับมีน้อย เพราะถูกทำลายไปตามกาลเวลา และนักโบราณคดีก็เพิ่งค้นพบว่าในเมืองมาซิโดเนีย มีหลุมศพของราชวงศ์ที่ถูกสร้างขึ้นในขนาดมโหฬารและมีความสมจริงอย่างน่าทึ่ง

ภาชนะที่ทำจากการเป่าแก้ว ที่มาของภาพ

แม้เครื่องเคลือบอย่างแจกัน จะไม่ค่อยได้รับความนิยมในยุคเฮเลนิสติก แต่ก็มีความนิยมในรูปแบบอื่นๆ รองลงมา ทั้งการเป่าแก้ว การทำเครื่องประดับจากอัญมณี และงานศิลปะจากโลหะ ศิลปะยุคเฮเลนิสติกได้รับการประยุกต์ในหลายที่ เช่น ซีเรีย เปอร์เซีย บาบิโลเนีย และอียิปต์ ที่ศิลปะของกรีกเข้าไปมีอิทธิพลมาก และยังคงมีอิทธิพลต่อมาภายหลังตามวิวัฒนาการของศิลปะตะวันตก

แปลและะเรียบเรียงจาก http://arthistory.net/hellenistic-art/