World's Famous People

ยี่กอฮง จากเจ้าพ่อหวยสู่เจ้าสัวนักปฎิวัติ

คนส่วนใหญ่รู้จัก “ยี่กอฮง” ในฐานะของเจ้าพ่อหวยของสยามประเทศ และปัจจุบันขึ้นแท่นเป็นเทพเจ้าแห่งการเสี่ยงโชค จนมีการตั้งศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮงไว้บนดาดฟ้าสถานีตำรวจพลับพลาไชย ซึ่งนักเสี่ยงดวงนิยมแวะเวียนไปบนบานศาลกล่าวกันมากโดยเฉพาะเมื่อใกล้วันหวยออก ในวงการพระเครื่องเองก็มีวัตถุมงคลอันเกี่ยวเนื่องกับยี่กอฮงมากมาย พูดง่ายๆ ถึงวันนี้ยี่กอฮงกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว
 
แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่า ในครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่ ยี่กอฮง ก็เป็นมนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ เป็นจีนโพ้นทะเลที่มาสร้างชีวิตใหม่ในสยามจนได้เป็นถึงคุณพระ ไม่เพียงมีทั้งอำนาจวาสนา ยศถาบรรดาศักดิ์ และเงินทอง และครั้งหนึ่งยังเคยได้รับการยกย่องจาก ดร. ซุนยัตเซ็นให้เป็น “เจ้าสัวนักปฏิวัติ” อีกด้วย น่าเสียดายที่ชีวประวัติของท่านที่เขียนขึ้นในเมืองไทย กลับไม่ปรากฏเรื่องราวเหล่านี้ กลับไปเน้นที่หวยและอิทธิปาฏิหาริย์ จนเหมือนจะลดทอนบทบาทของท่านไป
 
ชีวประวัติของท่านเองก็ยังมีความสับสนไม่ตรงกัน บ้างว่ายี่กอฮงเกิดในเมืองไทย พ่อเป็นจีนชื่อแต้เกีย แม่เป็นไทยชื่อเกิด พอพ่อและแม่ตาย ญาติจากทางเมืองจีนมารับกลับไปอยู่เมืองจีน จนอายุ 16 ปีจึงกลับมาเมืองไทยอีกครั้งแล้วก็ไม่ได้กลับไปเมืองจีนอีกเลย โดยตอนอยู่เมืองไทยไปค้าขายที่เชียงใหม่แล้วได้ภริยาเป็นสาวเหนือชาวสันป่าข่อย ต่อมาล่องแพจากเชียงใหม่มาค้าขายที่พระนครแล้วจึงมาตั้งรกรากที่พระนครจนก่อร่างสร้างตัวเป็นยี่กอฮงในที่สุด ซึ่งประวัติยี่กอฮงเวอร์ชั่นนี้ไม่รู้ว่ามีที่มาจากที่ใด
 
แต่ยังมีประวัติยี่กอฮงอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ทางเมืองจีนแต้จิ๋วเขาบอกเล่าต่อกันมา ซึ่งไม่ตรงกับประวัติที่กล่าวมาข้างต้นเลย
 
ยี่กอฮง 二哥丰 เป็นคนจีนแต้จิ๋วแซ่แต้ ชื่อ หงี่ฮง 义丰 เกิดที่ปากน้ำ ค.ศ. 1851 ตรงกับ ปีที่หนึ่งแห่งรัชสมัยเสียนเฟิงฮ่องเต้ ราชวงศ์ชิง บิดาชื่อแต่ซี่เซ็ง 郑诗生 เป็นจีนแต้จิ๋วในหมู่บ้านคี้ฮึ๊ง อำเภอเตี่ยอัง มณฑลกวางตุ้ง แต่ซี่เซ็งนั้นอัตคัดขัดสน อดมื้อกินมื้อ เขาและภรรยาจึงเดินทางมาหางานหาเงินในสยามประเทศ ยี่กอฮงจึงมาเกิดที่ ปากน้ำ สมุทรปราการ ในเมืองไทยนี่เอง ต่อมาแต่ซี่เซ็งหอบลูกเมียกลับบ้านเกิด แล้วตัวเขาจึงค่อยกลับมาทำงานที่เมืองไทยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ แต่ซี่เซ็งมาป่วยหนักและทิ้งชีวิตลงที่เมืองสยามนั่นเอง
 
ในเวลานั้น แต่หงี่ฮง หรือ ยี่กอฮง มีอายุได้เพียงเก้าขวบ แม่ที่ตกพุ่มม่ายพาลูกชายจากบ้านเกิด ไปตายดาบหน้าที่อำเภอเท่งไฮ้ และที่เท่งไฮ้ แม่ของเขาได้แต่งงานใหม่ แต่หงี่ฮงไม่ถูกกับพ่อเลี้ยงอย่างรุนแรง ในปีที่สองของรัชสมัยถงจื้อฮ่องเต้ (ค.ศ. 1863) แต่หงี่ฮงตัดสินใจหนีออกจากบ้านมายังท่าเรือเมืองซัวเถา แล้วลงเรือหัวแดงอั่งเถ่าจุ๊งมุ่งหน้าสู่เมืองสยาม เมืองที่พ่อของเขาเคยมาจบชีวิต
 
ที่บางกอก เด็กหนุ่มวัยเพียง 13 ปีไร้ญาติขาดมิตร ต้องมาใช้ชีวิตในต่างแดน เขาเริ่มจากการเป็นเด็กรับใช้อยู่แถวท่าเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงย่านสำเพ็งนั่นเอง แม้เป็นเด็ก แต่ก็คล่องแคล่ว แต่หงี่ฮงค่อยๆ คุ้นชินกับโลกใหม่ ด้วยน้ำใจกว้างขวาง กล้าได้กล้าเสีย เขาเริ่มมีชื่อในหมู่เพื่อนฝูงมิตรสหาย ถ้าสำเพ็งเวลานั้นเป็นยุทธจักร แต่หงี่ฮงก็เป็นจอมยุทธที่เริ่มฉายแววแล้ว
 
ในเวลานั้นที่เมืองจีน กบฏไท่ผิงเทียนกว๋อหรือกบฏเมืองแมนแดนสันติซึ่งนำโดยหงซิ่วเฉวียน ถูกราชสำนักแมนจูปราบจนพ่ายยับเยิน บรรดาแม่ทัพนายกองแตกฉานซ่านเซ็นหนีตายกันจ้าละหวั่น หนึ่งในนั้นมีชาวแต้จิ๋วจากอำเภอกิ๊กเอี๊ย แซ่ลิ้มชื่อมั่งอยู่ด้วย หลิ่มมั่งพาบริวารจำนวนหนึ่งลงเรือจากซัวเถาหนีตายมาถึงเมืองสยาม
 
หลิ่มมั่งมาถึงบางกอกไม่นานก็ตั้งก๊วนตั้งแก๊งเป็นอั้งยี่ หลิ่มมั่งกลายเป็นพี่ใหญ่หัวหน้าอั้งยี่ ผู้คนพากันเรียกเขาว่า “ตั่วกอมั่ง 大哥蟒” หรือ “พี่ใหญ่มั่ง” และเป็นตั่วกอมั่งผู้นี้นี่เอง ที่ชอบนิสัยใจคอและหน่วยก้านของแต่หงี่ฮง ซึ่งเวลานั้นอายุ 16 ปีแล้ว ตั่วกอมั่งจึงชักชวนให้แต่หงี่ฮงมาเข้าร่วมในสมาคมอั้งยี่ของเขา นับจากนั้นชีวิตของแต่หงี่ฮงก็โลดแล่นอยู่ในดงนักเลง เขาค่อยๆ สั่งสมบารมีมาเรื่อยๆ เมื่อตั่วกอมั่งเสียชีวิตลง แต่หงี่ฮงต้องขึ้นเป็นตั่วกอหรือพี่ใหญ่แทน แต่ทว่า แต่หงี่ฮงนั้นเคารพนับถือตั่วกอมั่งเป็นอย่างมาก แม้เขาจะขึ้นแท่นเป็นหัวหน้าแล้ว แต่เขาไม่ยอมให้ใครเรียกเขาว่าตั่วกอหรือพี่ใหญ่ จงใจสงวนตำแหน่งนี้ไว้ให้ตั่วกอมั่งเพียงผู้เดียว เขาพอใจจะเป็นแค่ยี่กอหรือพี่รองก็พอแล้ว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทุกคนจึงเรียกเขาว่า
 
“ยี่กอฮง” หรือ “พี่รองฮง”
 
เมื่อขึ้นเป็นยี่กอฮง อำนาจบารมีก็ยิ่งสูงขึ้น เป็นที่นับหน้าถือตาไปทั่ว แต่คนทั้งพระนครจะมารู้จักยี่กอฮงมากที่สุดเห็นจะเป็นเพราะ “หวย” เพราะต่อมาท่านจะได้เป็นนายอากรบ่อนเบี้ย คุมการออกหวย ก.ข. ซึ่งเป็นหวยชนิดหนึ่งซึ่งออกหวยเป็นตัวหนังสือ เช่น ข.ง่วยโป๊, ป. กังสือ, บ. แจหลี เป็นต้น จึงเรียกกันว่า หวย ก.ข. โดยต้นกำเนิดการออกหวย ก.ข. นั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า”พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้จีนหงตั้งหวยเมื่อเดือนยี่ปีมะแมจุลศักราช ๑๑๘๗ (พ.ศ.๒๓๗๘)” เป็นการหารายได้เข้ารัฐทางหนึ่ง
 
มาถึงยุคที่ยี่กอฮงมาเป็นนายอากร ท่านก็หาเงินเข้าท้องพระคลังได้มากมายมีความดีความชอบ นอกจากการเป็นนายอากรหวย ยี่กอฮงยังทำการค้าอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะกิจการเดินเรือฮั่วเซี้ยมหล่งจุ่งกงซี 华暹轮船公司 หรือเรือกลไฟจีน-สยาม ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1905 ก็ด้วยต้องการช่วยเหลือพี่น้องชาวแต้จิ๋วของเขาให้เดินทางสะดวก โดยไม่ต้องถูกผูกขาดจากบริษัทเดินเรือของพวกฝรั่งแต่ถ่ายเดียว มาถึงในสมัยรัชกาลที่ 6 ยี่กอฮงก็ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระอนุวัฒน์ราชนิยม พร้อมพระราชทานนามสกุลจากแซ่แต้เป็น “เตชะวณิช”
 
แม้จะได้ชื่อว่าเป็น”เจ้าพ่อ”แม้จะรุ่งเรืองมาจากธุรกิจการพนัน แต่ยี่กอฮงก็สร้างสาธารณกุศลไว้มากมาย ท่านเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งศาลามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิเทียนฟ้า และอีกมากมาย ชาวจีนแต้จิ๋วที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาแสวงโชคที่เมืองสยาม เมื่อสิ้นไร้ไม้ตอก หรือหาทางออกไม่ได้ก็มักมาขอความอนุเคราะห์จากยี่กอฮงแทบทั้งนั้น จนถึงกับมีคำกล่าวติดปากในหมู่ชาวจีนแต้จิ๋วว่า
 
“生有二哥丰、死有大峰公”
“ตอนยังอยู่มียี่กอฮง ตอนตายได้ไต่ฮงกง”
 
หมายความว่า เมื่อยังมีชีวิต หากเดือดเนื้อร้อนใจก็มียี่กอฮงให้พึ่งพา เมื่อตายไปหากกลายเป็นผีไร้ญาติก็ยังมีไต่ฮงกง(หรือคณะเก็บศพไต่ฮงกง ที่ต่อมาเป็นมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นธุระให้
 
เมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในแต้จิ๋ว ในวันที่ 13 เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1918 ยี่กอฮงก็ระดมเงินบริจาคจำนวนมหาศาลจากเมืองไทยไปช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากในดินแดนบ้านเกิด
 
แม้มีความสุขสบายอยู่ในเมืองไทย แต่ยี่กอฮงไม่เคยลืมเลือนแผ่นดินแม่ เมื่อครั้งที่ ดร. ซุนยัตเซ็นออกเดินทางทั่วโลกเพื่อหาเงินทุนและความช่วยเหลือจากจีนโพ้นทะเลเพื่อทำการปฏิวัติโค่นราชวงศ์ชิง ขับไล่แมนจู ในวันที่ 20 เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1908 ดร.ซุนยัตเซ็นมาถึงเมืองไทย เป็นยี่กอฮงที่ให้การต้อนรับท่าน และในคืนนั้นที่คฤหาสน์ของยี่กอฮง ว่ากันว่า หลังจากพูดคุยกับดร.ซุนยัตเซ็นแล้ว ด้วยเลือดรักชาติอันระอุผ่าว ยี่กอฮงตัดสินใจตัดผมเปียทิ้ง และอาสาเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมลับถงเหมิงฮุ่ยประจำประเทศไทยขึ้น แล้วยังมอบเงินสนับสนุนการปฏิวัติกับดร.ซุนเป็นจำนวนเงินถึงหนึ่งแสนหยวน แล้วสาบานเป็นพี่น้องกับดร.ซุนยัตเซ็นที่อายุอ่อนกว่า
 
ดร.ซุนยัตเซ็นผู้นี้เองที่เป็นคนตั้งชื่อให้ยี่กอฮงว่า “ตี้ย้ง 智勇” หมายถึงผู้ที่มีพร้อมทั้งปัญญาและความกล้าหาญ “有智有勇” ยี่กอฮงจึงได้ชื่อว่า แต่ตี้ย้ง 郑智???? มาแต่บัดนั้น (เสียดายที่ข้อมูลทางไทยไม่กล่าวถึงที่มาที่ไปของชื่อนี้เอาไว้) ดร.ซุนยัตเซ็นยังยกย่องยี่กอฮงว่าเป็น เจ้าสัวนักปฏิวัติ 革命座山 จะเห็นได้ว่ายี่กอฮง เจ้าสัวเมืองสยาม ที่คนไทยทุกวันนี้รู้จักในนามเทพเจ้าแห่งการเสี่ยงโชค แท้จริงแล้วยังเคยมีส่วนในการเก๊กเหม็งที่จีนแผ่นดินใหญ่ด้วย
 
อาจารย์สถิตย์ เสมานิล นักหนังสือพิมพ์อาวุโส ปราชญ์คนหนึ่งของเมืองไทย (ภายหลังหายสาบสูญไร้ร่องรอย) เป็นผู้หนึ่งที่ทันเห็นยี่กอฮง อาจารย์สถิตย์เล่าให้ฟังว่า เคยเห็นยี่กอฮงหลายครั้ง ท่านเจ้าสัวจะลงจากรถโอเปิ้ลกึ่งเปิดประทุนกึ่งเก๋งเดินเข้าโรงหวยไป อาจารย์สถิตย์ว่าท่านเจ้าสัวไว้ผมเปีย ถือไม้ขอ (อันนี้แสดงว่าอาจารย์สถิตย์เห็นยี่กอฮงในช่วงปีก่อนที่ท่านจะตัดผมเปีย) พูดถึงรถโอเปิ้ลเปิดประทุนของยี่กอฮงแล้ว ในสมัยนั้นทั้งสยามมีอยู่เพียงสี่คัน เป็นของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช 1 คัน ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต 1 คัน ของเจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ (มรว. สท้าน สนิทวงศ์) 1 คัน ที่เหลืออีกคันก็เป็นของยี่กอฮงนี่เอง
 
ชีวิตของยี่กอฮง นับได้ว่าเป็นชีวิตของลูกจีนแต้จิ๋วที่มีสีสันมากมายตั้งแต่เกิดจนตาย วันที่ 5 เดือนมีนาคม ค.ศ. 1937 ตรงกับปีที่ 27 ของการปกครองแบบสาธารณรัฐจีน ณ คฤหาสน์ยี่กอฮงที่พลับพลาไชย เจ้าสัวนักปฏิวัติก็ลาจากโลกนี้ไป สิริอายุรวม 87 ปี
 
 
เรื่อง:สมชาย จิว
ภาพประกอบ:เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข