Armies Weapons and Warfare

สายลับ...ลับสุดยอด

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น หน่วยข่าวกรองก็เริ่มแทรกซึมว่าจ้างสายลับในอเมริกาเพื่อจารกรรมข้อมูล สายลับเหล่านี้ทำงานหลากหลาย และแทบจะไม่มีใครระแคะระคายเลยว่าพวกเขาเป็นสายลับ!

มอริส โมว์ เบิร์ก ที่มาของภาพ
 
มอร์ริส โมว์ เบิร์ก - สายลับนักเบสบอลระดับเมเจอร์ลีก

มอร์ริสเกิดในค่ายผู้อพยพยูเครนในนิวยอร์ก และเติบโตในเมืองนูอาร์ก รัฐนิวเจอร์ซี ฉายาของเขาคือ “มันสมองแห่งวงการเบสบอล” มอร์ริสเริ่มต้นอาชีพด้วยการเล่นในตำแหน่ง shortstop ให้ทีมปรินส์ตัน และจบปริญญาสาขาภาษาสมัยใหม่ จากนั้นเขาก็ฝากฝีไม้ลายมือไว้กับสโมสรอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น บรู๊คลีน โรบินส์ ชิคาโก ไวท์ ซอกซ์ คลีฟแลนด์ อินเดียนส์ วอชิงตัน เซเนเตอร์ส และบอสตัน เรด ซอกซ์ ก่อนจะออกจากวงการในปี 1939 พร้อมจบวิชากฎหมายจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียด้วย

ต้นปี 1942 ไม่นานหลังสหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 มอร์ริสก็เข้าทำงานกับกรมกิจการระหว่างรัฐในลาตินอเมริกา และเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองในปีต่อมาเพื่อรวบรวมสายลับยุโรปที่ช่วยนาซีสร้างขีปนาวุธ ในเดือนธันวาคมปี1944 เขาถูกส่งตัวไปสวิตเซอร์แลนด์เพื่อลอบสังหารนักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนช่วยสร้างระเบิดให้แก่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แต่ระเบิดกลับไม่ได้ผล เขาจึงไม่ได้ลงมือ จากนั้นเขาก็ได้ร่วมงานกับหน่วยซีไอเออีกครั้ง แต่ปฏิบัติการผิดพลาด จากนั้นมาเขาก็ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับครอบครัวและเพื่อน

เกรแฮม กรีน ที่มาของภาพ

เกรแฮม กรีน - นักเขียนนิยายผู้ทำงานให้หน่วยข่าวกรองอังกฤษ

เกรแฮมเป็นนักเขียนนิยายชาวอังกฤษผู้รักการผจญภัย เขามีผลงานมากมายและเป็นสายสืบให้กับหน่วยข่าวกรองอังกฤษอีกด้วย ในปี 1941 เขาประจำการอยู่ที่เมืองฟรีทาวน์ ในประเทศเซียร์ราลีโอน โดยทำหน้าที่สอดส่องเรือที่เข้ามาจากแอฟริกาไปยังเยอรมนีเพื่อลักลอบขนส่งเพชรและเอกสาร และสอดส่องกองกำลังวีชี ในประเทศเฟรนช์กีนี เขาทำงานในการกำกับของฮาโรล์ด คิม ฟิลบี ซึ่งต่อมาถูกเปิดโปงว่าเป็นสายลับของโซเวียต แต่กรีนก็ยังรักษาความเป็นเพื่อนอย่างเปิดเผยโดยการไปเยี่ยมเยียนเขาในสหภาพโซเวียต

เกรแฮมมีผลงานการเขียนเกี่ยวกับเรื่องการจารกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น The Quiet American, Our man in Havana หรือ The Human Factor

โจเซฟีน เบเกอร์ ที่มาของภาพ

โจเซฟีน เบเกอร์ - นักร้องแจ๊ซแห่งยุคผู้ขโมยความลับให้ขบวนการฝรั่งเศสเสรี

ฟรีดา โจเซฟีน แม็กโดนัลด์เกิดที่เมืองเซนต์หลุยส์ในปี1906 เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความยากจนและแต่งงานครั้งแรกตอนยังเป็นวัยรุ่น โจเซฟีนเป็นนักเต้นและเดินทางเปิดการแสดงทั่วสหรัฐฯ และโรงละครบรอดเวย์ ก่อนจะย้ายไปกรุงปารีสในปี 1925

ต่อมาเธอดังเป็นพลุแตก จนได้ฉายาว่า “Black Venus” เธอมีทั้งผลงานการร้องและแสดงภาพยนตร์ จนกลายเป็นคนดังในยุโรป อีกทั้งยังเป็นนักร้องแจ๊ซแห่งยุคในเวลานั้นด้วย เธอดูแคลนพวกนาซีเนื่องจากการโดนเหยียดหยามมาก่อน เป็นเหตุให้เธอร่วมปฏิบัติการกับขบวนการเสรีฝรั่งเศส

ด้วยหน้าที่การงานทำให้เดินทางไปยังที่ต่างๆ ในยุโรปอย่างไม่น่าสงสัย และเธอก็เข้าร่วมงานเลี้ยงต่างๆ ตามสถานทูตเพื่อสืบหาข้อมูลช่วยเหลือขบวนการ และมักใช้หมึกล่องหนเขียนข้อมูลลงบนกระดาษโน้ตเพลง นอกจากนี้เธอยังดัดแปลงคฤหาสน์หลังใหญ่ของเธอให้เป็นที่ซ่อนชาวยิวอพยพ รวมทั้งเก็บอาวุธต่างๆ ด้วย

โรอัลด์ ดาห์ล ที่มาของภาพ

โรอัลด์ ดาห์ล – นักเขียนนิยายเด็กขายดีผู้เฝ้าดูสหรัฐฯ อย่างลับๆ

ก่อนโรอัลด์ ดาห์ล าจะมาเป็นนักเขียนมือทอง และเขียนนิยายเด็กที่เรารู้จักกันดีอย่าง ชาร์ลีย์กับโรงงานช็อกโกแล็ต หรือ ยจด. นั้น เขาเคยทำงานเป็นสายลับอังกฤษในวอชิงตันดีซี รวมทั้งเคยเป็นนักบินขับไล่ในกองทัพอากาศมาก่อน แต่หลังจากเกิดเหตุเครื่องบินพุ่งชนขณะลงจอดกลางทะเลทรายในแอฟริกาเหนือ เขาก็ได้รับบาดเจ็บจนต้องออกจากงานนี้ไป

ในปี 1942 เขาได้งานในตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สถานทูตในสถานทูตอังกฤษที่วอชิงตัน ที่ซึ่งเขาถูกเกณฑ์เป็นสายลับในเครือข่ายชื่อ The British Security Coordination (BSC) ซึ่งต้องทำหน้าที่ปล่อยข่าวลือต่างๆ หรือแฝงตัวเพื่อจูงใจให้อเมริกาเข้าร่วมสงคราม หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีอ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ เครือข่ายนี้ก็ยังทำงานต่ออย่างลับๆ เพื่อบ่อนทำลายลัทธิโดดเดี่ยวของอเมริกา ทั้งในการเมืองและสังคม

บทบาทของก่อนโรอัลด์ ดาห์ล คือการเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ รวบรวมข้อมูลทางการเมืองของอเมริกาโดยการตีสนิทผู้สร้างกระแสต่างๆ ได้แก่ นักการเมือง นักหนังสือพิมพ์ กลุ่มผู้ประกอบการ หรือแม้แต่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งขณะนั้นอย่าง เอเลนอร์ รูสเวลต์

จูเลีย ไชล์ด ที่มาของภาพ

จูเลีย ไชล์ด - นักผลิตรายการทำอาหารผู้จัดการกับเอกสารลับสุดยอด

จูเลีย แม็กวิลเลียมส์ หรือ ไชล์ด เกิดในแคลิฟอร์เนีย ทำงานเกี่ยวกับข่าวกรองครั้งแรกขณะทำงานเป็นพลเมืองอาสาในลอสแอนเจลิส ในหน่วยงาน Aircraft Warning Service ตามรอยเรือส่งสินค้าตลอดแนวฝั่งแคลิฟอร์เนียเพื่อป้องกันข้าศึก จากนั้นไม่นานเธอก็สมัครงานกับ WAVES (Woman Accepted for Voluntary Emergency Service) แต่ถูกปฏิเสธเพราะตัวสูงเกินไป

ต่อมาเธอได้งานที่หน่วยสืบราชการลับในวอชิงตันดีซี ในตำแหน่งผู้ช่วยวิจัย ขึ้นตรงต่อหัวหน้าหน่วยคือ ลิเลียม โดโนแวน แล้วต่อมาก็ย้ายไปยังหน่วย Emergency Sea Rescue Equipment Section ซึ่งค่อยช่วยเหลือนักบินที่เครื่องบินตกในดินแดนห่างไกล ซึ่งในระหว่างนั้นเธอก็ได้ช่วยคิดค้นสารเคมีไล่ฉลามด้วย ตั้งแต่ปี 1944-1945

เธอได้รับหน้าที่รับผิดชอบเอกสารลับต่างๆ แม้ว่าในทางทฤษฎี จูเลียจะไม่ได้ตามสืบหรือจารกรรมข้อมูล แต่หน่วยสืบราชการลับก็จัดเธออยู่ในหมวดสายลับที่เป็นพลเมือง

อาร์เธอร์ โกล์ดเบิร์ก ที่มาของภาพ

อาร์เธอร์ โกล์ดเบิร์ก - จากจารชนสู่เส้นทางผู้พิพากษาศาลสูงสุด

ระหว่างสงคราม อาเธอร์ทำงานในหน่วยสืบราชการลับและก้าวขึ้นไปทำงานในเครือข่ายต่อต้านนาซีในยุโรป เขาเป็นลูกชายของผู้อพยพชาวรัสเซีย เกิดในชิคาโก และจบการศึกษาจากโรงเรียนกฎหมายของมหาวิทยาลัยนิวเวสท์เทิร์น และพักจากการเรียนกฎหมายไปร่วมกองทัพระหว่างสงคราม และในที่สุดเขาก็เข้าร่วมเป็นหนึ่งในหน่วยสืบราชการลับ รวมข้อมูลของเหล้าศัตรูภายนอกยุโรป

ต่อมาเมื่อหน่วยข่าวกรองถูกยกเลิก เขาก็ได้งานในตำแหน่งหัวหน้าทนายความแรงงาน และในปี 1961 ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานโดยประธานาธิบดีเคเนดี้ จากนั้นในปีต่อมาก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสูงสุด อย่างไรก็ตามในปี 1965 ประธานาธิบดีจอห์นสันก็จูงใจให้เขาลาออกจากงานที่ศาลเพื่อเป็นผู้แทนสหรัฐอเมริกาในองค์การสหประชาชาติ เขานำความหวังมาสู่การเจรจาสันติภาพในสงครามเวียดนาม  หลังเกษียณจากองค์การสหประชาชาติในปี 1968 เขาก็ลงชิงตำแหน่งผู้แทนรัฐนิวยอร์กแต่ไม่ประสบความสำเร็จ แล้วจึงหันมาให้การสนับสนุนเรื่องสิทธิมนุษยชน

แปลและเรียบเรียงจาก http://www.history.com/news/history-lists/6-people-you-didnt-know-were-wwii-spies