World's Famous People

'อามอส ออซ' นักเขียนใหญ่กับความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์

ในเดือนพฤศจิกายน 2019 การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ในรอบหนึ่งปีของอิสราเอลดูจะยังไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อเกิดภาวะติดล็อคทางการเมือง ไม่มีใครชนะและรวมเสียงส่วนใหญ่ในสภาได้ ยิ่งทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานยังตึงเครียดทั้งในระดับภายในประเทศและในระดับภูมิภาค
 
นอกจากนี้ ในเดือนนี้คือวันที่ 28 ธันวาคมของปีที่แล้วเป็นวันครบรอบ 1 ปีที่อดีตนักเขียนใหญ่ของอิสราเอล อามอส ออซ (Amos Oz) เสียชีวิตลง คนไทยเราอาจจะไม่คุ้นเคยกันนักหากไม่ใช่คอวรรณกรรมโลก แต่อามอส ออซ เป็นนักเขียนที่ทำงานเขียนออกมามากมายท่ามกลางความขัดแย้งที่มีพลวัตที่สุดความขัดแย้งหนึ่งของโลกปัจจุบัน นั่นคือความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์
 
อามอส ออซ เกิดในนครเยรูซาเล็ม เป็นลูกชายคนเดียวของบิดาซึ่งเป็นบรรณารักษ์ที่หอสมุดแห่งชาติอิสราเอล ส่วนมารดาเป็นลูกสาวครอบครัวเจ้าของโรงสี แต่วิกฤตเศรษฐกิจทำให้ธุรกิจล้มละลายลง พออายุได้ 14 ออซก็เข้าร่วมเป็นสมาชิกในชุมชนคิบบุทซ์ (kibbutz - เป็นวิถีการจัดการองค์กรทางสังคมของชาวยิว) เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทางการเมืองไซออนนิสม์ (Zionism) อย่างเต็มตัว เขาเริ่มต้นเขียนหนังสือในชุมชนคิบบุทซ์นี่เอง พร้อมๆ กับเริ่มเติบโตทางความคิดและมุมมองทางสังคมจากฐานความคิดไซออนนิสม์นี้
 
ออซเกณฑ์ทหารเข้าประจำการในกองทัพอิสราเอลในการรบหลายครั้งหลายครา ชุมชนคิบบุทซ์ที่เขาอยู่ยังส่งเขาไปศึกษาวรรณกรรม ณ มหาวิทยาลัยฮิบรูจนสำเร็จและทำงานสอนหนังสือเรื่องวรรณกรรมควบคู่ไปกับการเขียนหนังสือ เขาดำรงตำแหน่งเป็นอดีตศาสตราจารย์วรรณกรรมฮิบรู ตลอดช่วงชีวิตการทำงาน งานเขียนของเขากลายเป็นที่รู้จักในอิสราเอลและได้รับการแปลออกเป็นภาษาอื่นๆ ทั่วโลก จนกระทั่งสำหรับชาวตะวันตกแล้ว งานเขียนของออซเป็นประตูที่เปิดเข้าสู่ความเป็นอิสราเอลทีเดียว ขณะเดียวกันนั้นเอง งานเขียนของเขาทำให้นักอ่านและนักสังเกตการณ์สามารถเห็นความคิดทางการเมืองของเขาที่ปรากฏออกมาได้ด้วยเช่นกัน 
 
อามอส ออซ
Credit: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/4/4e/Amos_Oz_1965-12-12.jpg
 
ความคิดและขบวนการทางการเมืองไซออนนิสม์ (Zionism)
 
ไซออนนิสม์เป็นความเคลื่อนไหวที่เริ่มตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 โดยมีลีโอ พินสเกอร์ (Leo Pinsker, 1821-1891) และธีโอดอร์ เฮอร์เซิล (Theodore Herzl, 1860-1904) นักหนังสือพิมพ์ชาวยิวในออสเตรียและเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีพิมพ์หนังสือ The Jewish State (1896) นั้นถือว่าเป็นจุดตั้งต้นของไซออนนิสม์ ทำให้เฮอร์เซิลถือเป็นบิดาผู้นำของการเคลื่อนไหวนี้ โดยเขาเคลื่อนไหวทางความคิดในช่วงเวลาอันมีบริบทเฉพาะ เนื่องจากในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 ในยุโรปนั้น มีกระแสการต่อต้านชาวยิว (anti-Semitism) และการขยายอำนาจของจักรวรรดินิยมยุโรปในเวลาเดียวกัน (ซึ่งมีการต่อต้านเหยียดเชื้อชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่ยุโรปตะวันตกผิวขาวคริสเตียนอีกมากมายด้วย เช่น ชาวแอฟริกาที่ประเทศยุโรปเข้าไปยึดเป็นต้น)
 
ความคิดของเฮอร์เซิลคือการต้องผลักดันให้เกิดรัฐของชาวยิวขึ้น การจะทำเช่นนั้นได้ ก็โดยการทำให้ปัญหาของชาวยิวเป็นปัญหาที่ใหญ่ในระดับชาติ ชาวยิวจะต้องสถาปนาชุมชนของตนขึ้นจากจุดกำเนิดที่เขาเสนอว่ามีมายาวนานแล้วแต่ในอดีต นั่นคือดินแดนภูมิศาสตร์ปาเลสไตน์
 
มีผู้พยายามขยายความว่า ไซออนนิสม์ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกับความเป็นชาวยิวเสมอไป นั่นหมายความว่า มีบุคคลผู้ไม่ใช่ชาวยิว (เช่นชาวคริสต์ เป็นต้น) สนับสนุนขบวนการทางการเมืองไซออนนิสม์ หรือมีความคิดเห็นสนับสนุนการสร้างรัฐของชาวยิวขึ้นด้วย ดังนั้นมีทั้งคนยิวและคนที่ไม่ใช่ยิวซึ่งมีความเห็นไปในทางนี้ มีบุคคลสำคัญหลายคนที่แสดงความเห็นเช่นนี้ ยกตัวอย่างเช่นวินสตัน เชอร์ชิลในช่วงกำลังจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สองก็มีความเห็นไปในแนวทางว่าเขาสนับสนุนการตั้งอิสราเอลเช่นกัน
ธีโอดอร์ เฮอร์เซิล ผู้ก่อตั้งขบวนการไซออนนิสม์
Credit: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/9/95/Theodor_Herzl.jpg
 
การสร้างรัฐอิสราเอลคู่รัฐปาเลสไตน์ (Two-state solution)
 
การเปลี่ยนยุคจักรวรรดิอังกฤษไปสู่จักรวรรดิอเมริกาในช่วงสงครามโลกทั้งสองครั้งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้อิสราเอลสถาปนาอำนาจเหนือดินแดนภูมิศาสตร์ใดภูมิศาสตร์หนึ่งเป็นของตนได้ เป็นการเสนอสร้างรัฐอิสราเอลคู่รัฐปาเลสไตน์ (Two-state solution) ด้วยการสนับสนุนจากเจ้าจักรวรรดิ
 
เริ่มต้นในรอบแรกอังกฤษปกครองดินแดนปาเลสไตน์ ช่วงก่อนสิ้นสงครามโลกครั้งแรกได้เริ่มคิดเรื่องการก่อตั้งรัฐอิสราเอลในปาเลสไตน์ ออกมาเป็นแถลงการณ์บัลโฟร์ (Balfour Declaration) ในปี 1917 ซึ่งมีฐานทางวัฒนธรรมในความเป็นโปรแตสแตนท์ของชนชั้นนำและปัญญาชนอังกฤษซึ่งเชื่อในการกลับมาตุภูมิของคนยิว (เช่น จอห์น ล็อค หรือเซอร์ไอแซค นิวตัน ก็อยู่ในกระแสนี้)
 
การสร้างรัฐคู่ในรอบสอง เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯเข้ามาแทรกแซงในฐานะมหาอำนาจใหม่ กระแสสนับสนุนการสร้างรัฐของชาวยิวในปาเลสไตน์ก็มีอยู่อย่างแข็งขัน (อย่างประธานาธิบดีทรูแมนก็มีผู้เรียกว่าเป็นชาวคริสต์ไซออนนิสม์คนหนึ่ง) จนในปี 1947 องค์การสหประชาชาติซึ่งมีสหรัฐฯเป็นขาใหญ่ก็ประกาศสร้างรัฐคู่ (และไม่กี่วันจากนั้นรัสเซียก็ประกาศยอมรับด้วยเช่นกัน)
 
ประธานาธิบดีทรูแมน ชาวคริสต์ไซออนนิสม์อีกคนหนึ่ง
Credit: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/5/52/Harry_S_Truman%2C_bw_half-length_photo_portrait%2C_facing_front%2C_1945-crop.jpg/478px-Harry_S_Truman%2C_bw_half-length_photo_portrait%2C_facing_front%2C_1945-crop.jpg
 
Shoah และ Nakba
 

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวยิวที่อาศัยอยู่ในยุโรปประสบกับเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Shoah) ซึ่งเป็นผลให้ชาวยิวที่อาศัยในอิสราเอล รวมถึงผู้สนับสนุนความคิดไซออนนิสม์เห็นว่ามีความเกี่ยวเนื่องและเป็นความชอบธรรมที่ชาวยิวจะมีรัฐเป็นของตนเอง และจำเป็นจะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มา การสร้างรัฐคู่เช่นนี้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯและฝ่ายสัมพันธมิตรโดยรวมด้วย
 
หากแต่ในขณะเดียวกันดินแดนที่เป็นอิสราเอล มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่แล้ว ผลก็คือสงครามยืดเยื้อยาวนาน ชาวอาหรับต้องหนีตายออกจากดินแดนที่พวกเขาอยู่ทั้งหมดกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด 700,000 คน ชาวปาเลสไตน์เรียกเหตุการณ์นี้ว่า 'Nakba'
 
 
นักเขียนใหญ่ท่ามกลางความขัดแย้ง
 
ท่ามกลางปูมหลังของความขัดแย้งที่เล่ามาคร่าวๆ นี้ อามอส ออซ อยู่ในค่ายที่สนับสนุนการสร้างรัฐอิสราเอลคู่รัฐปาเลสไตน์ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการเจรจาเพื่อไม่ให้เกิดการเสียเลือดเนื้อ
 
ความเห็นของเขาได้รับการยอมรับจากชนชั้นนำในอิสราเอล กองทัพอิสราเอล ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งเหล่าปัญญาชนเสรีนิยมในโลกตะวันตกด้วย เพราะการยืนยันประกาศว่าไม่นิยมความรุนแรงของเขา ซึ่งทำให้มีผู้วิจารณ์อย่างหนักว่าเขามองข้ามความรุนแรงของ Nakba
 
อย่างไรก็ดี อามอส ออซได้รับรางวัลวรรณกรรมทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติมากที่สุดคนหนึ่ง เขาเป็นที่นิยมจากคณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมของยุโรปเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเยอรมนี นอกจากนี้เขาติดโผรายชื่อผู้สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมอยู่เสมอก่อนเขาจะเสียชีวิต เพราะราชบัณฑิตยสภาสวีเดนชอบท่าทีแบบไม่ท้าตีท้าต่อยในวรรณกรรมของเขา รวมทั้งมีลักษณะแสวงหาสันติวิธี นุ่มนวล
แต่แน่นอนว่าสำหรับชาวปาเลสไตน์ ชาวอาหรับ หรือชาวมุสลิมแล้ว เราไม่อาจแน่ใจได้ง่ายนัก.
 
ชาวปาเลสไตน์ที่ต้องอพยพ
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/b/b5/Palestinian_refugees.jpg

เรื่อง:ปรีดี หงษ์สต้น
ภาพประกอบ:เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข

 
อ้างอิง
 
Perry Anderson, Scurrying to Bethlehem, New Left Review
 
จรัญ มะลูลีม, การจัดตั้งรัฐอิสราเอล หนามยอกของมุสลิมในตะวันออกกลาง มติชนสุดสัปดาห์ มกราคม 2562