Crazy World

'จิมมี ฮอฟฟา' Where are you ? คดีคนหายในตำนานสู่หนังมาเฟียฟอร์มยักษ์

In Focus

+ ‘จิมมี ฮอฟฟา’ (Jimmy Hoffa) คือหนึ่งในผู้นำสหภาพแรงงานที่มีชื่อเสียงมากสุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน เขาเคยเป็นประธานของกลุ่มสหภาพแรงงานที่ใหญ่และมีอิทธิพลมากสุดคือ ‘International Brotherhood of Teamsters’ ระหว่างปี 1958-1971

+ ฮอฟฟาทวงสิทธิ์ประโยชน์ให้กลุ่มแรงงานขนส่งมากมายจนเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มแรงงาน แต่ฮอฟฟาเข้าไปพัวพันกับมาเฟียเพื่อขยายอิทธิพลของกลุ่มสหภาพตนให้มีอำนาจมากขึ้นและแข่งขันกับสหภาพอื่น ถึงขนาดเคยมีคำกล่าวว่าเขามีอิทธิพลเป็นรองเพียงประธานาธิบดีสหรัฐฯ เท่านั้น

+ การยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มมาเฟียนี้เองได้ปูทางไปสู่จุดจบอันลึกลับของเขา
1. ‘เจมส์ ริดเดิล ฮอฟฟา’ (James Riddle Hoffa) เกิดเมื่อปี 1913 ในรัฐอินเดียนา หลังบิดาเสียชีวิต ฮอฟฟาต้องไปอยู่เมืองดีทรอยต์ และออกจากโรงเรียนเพื่อไปทำงานเป็นกรรมกรเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่อายุ 14 ปี สภาพการทำงานที่โหดร้ายทำให้เขาและเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนต้องต่อสู้กับกลุ่มนายทุนผู้มีเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มมาเฟียที่เป็นแขนขาคอยขัดขวางการรวมตัวของกลุ่มแรงงาน

2.ขณะอายุได้เพียง 20 ต้นๆ เขาทำงานเป็นพนักงานขนสินค้าของบริษัท ‘โครเกอร์’ (Kroger) และทำตัวเป็นแนวหน้าปลุกระดมคนงานให้ร่วมกันประท้วงเพื่อเรียกร้องสวัสดิการและค่าแรงที่เป็นธรรมมากขึ้น แม้ประสบความสำเร็จ แต่เขาถูกบีบให้ออกจากงานหลังจากขัดแย้งกับเจ้านาย ความขัดแย้งครั้งนี้ได้สร้างแรงผลักดันให้ฮอฟฟาอุทิศชีวิตมาทำงานด้านสหภาพแรงงานอย่างเต็มที่

3.ปี 1932 หลังออกจากงานเดิม เขาหันมาทำงานในสหภาพแรงงานอย่างเต็มตัวในเมืองดีทรอยต์ ฮอฟฟาร่วมมือกับกลุ่มสหภาพแรงงานรถบรรทุกเพื่อสร้างอำนาจต่อรองมากขึ้น แม้เป็นเพียงคนหนุ่มอายุไม่ถึง 30 แต่เขาเป็นหัวหอกกลุ่มแรงงานรากหญ้าผู้ทำงานอย่างแข็งขัน จนกลายเป็นหัวหน้าสหภาพในดีทรอยต์ไม่เวลาไม่นาน ภายใต้การดำเนินงานของฮอฟฟา จากสมาชิกเพียงหลักหมื่นได้เพิ่มจำนวนถึง 4 แสนคนภายในระยะเวลา 3 ปี และมีสมาชิกแตะหลักล้านช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะไต่เต้าขึ้นเป็นประธานของสหภาพแรงงานคนขับรถบรรทุก ‘International Brotherhood of Teamsters’ หรือ ‘IBT’ ในปี 1957

4.สหภาพแรงงานของฮอฟฟา เขาจัดระบบสหภาพจากท้องถิ่นรวมกันเป็นระดับรัฐ และจากระดับรัฐรวมกันเป็นระดับประเทศ สหภาพแรงงานคนขับรถบรรทุกได้กลายเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสหรัฐฯ ผ่านการนัดหยุดงานประท้วง และบอยคอตบริษัทที่ทำสัญญาว่าจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ฮอฟฟาได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของชนชั้นแรงงานในสหรัฐ ทำให้มีสวัสดิการที่ดีขึ้น มีการจัดตั้งกองทุนสุขภาพและสวัสดิการ แรงงานได้รับการคุ้มครองจากสหภาพ ไม่ว่าไปที่ไหนมีแต่คนรากหญ้าคอยห้อมล้อมชื่นชม

5.ความสำเร็จส่วนหนึ่งของกลุ่มสหภาพแรงงานมาจากการพัวพันกับกลุ่มมาเฟียด้วย ฮอฟฟาใช้อิทธิพลของเจ้าพ่อท้องถิ่นช่วยขับไล่สหภาพคู่แข่งออกไปจากพื้นที่ เหล่ามาเฟียยังมีส่วนในการช่วยบอยคอตนายทุน โดยมีข้อตกลงว่ากลุ่มมาเฟียจะได้รับส่วนแบ่งจากกองทุนของสหภาพ ในบางสหภาพท้องถิ่นมีเจ้าพ่อเป็นหุ้นส่วนหรือแม้แต่ควบคุมอย่างเต็มตัวด้วย ตัวฮอฟฟาเองยังมีส่วนพัวพันกับการยักยอกเงิน ปลอมแปลงเอกสาร และติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ด้านมืดอันอื้อฉาวนี้กลายเป็นเงาตามตัวของชื่อเสียงและบารมีที่เขาสั่งสมมา

6.ปี 1960 จอห์น เอฟ เคนเนดี (John F. Kennedy) ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เขาแต่งตั้งให้น้องชาย โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี (Robert F. Kennedy) เป็นอัยการสูงสุดสหรัฐฯ เพื่อเล่นงานฮอฟฟาโดยเฉพาะ ทั้งฮอฟฟาและตระกูลเคนเนดีต่างไม่ชอบหน้ากัน เคนเนดีพยายามเล่นงานกลุ่มมาเฟีย รวมไปถึงฮอฟฟาด้วยคดีความมากมาย เป็นการลงดาบกลุ่มผู้มีอิทธิพลครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา

7.ปี 1967 หลังต่อสู้ในชั้นศาลอยู่หลายปี ฮอฟฟาถูกตัดสินจำคุกรวม 13 ปีด้วยข้อหาติดสินบนและยักยอกเงินบำนาญของสหภาพไปให้กลุ่มมาเฟีย ก่อนจะเข้าคุก เขาได้มอบหมายให้ ‘แฟรงค์ ฟิตซ์ซิมมอนส์’ (Frank Fitzsimmons) ขึ้นเป็นประธานแทนระหว่างตนถูกจำคุก

8.ในปี 1971 ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) สั่งให้ปล่อยตัวเขาออกมาหลังจำคุกได้เพียง 4 ปี โดยมีข้อแม้ว่าฮอฟฟาจะไม่กลับไปทำกิจกรรมสาธารณะกับกลุ่มสหภาพอีกต่อไป ฮอฟฟากลับไปนั่งตำแหน่งประธานกลุ่ม IBT ตามเดิม

9. วันที่ 30 กรกฎาคม ปี 1975 ฮอฟฟาบอกภรรยาว่ามีนัดกับ แอนโธนี เจียคาโลเน (Anthony Giacalone) ลูกน้องเก่าในสหภาพและอยู่ในแก๊งมาเฟียด้วย แต่ภายหลังขัดแย้งบานปลายจนกลายเป็นคู่อริกับฮอฟฟา และอีกคนที่นัดคือ แอนโธนี โพรเวนซาโน (Anthony Provenzano) มาเฟียระดับกลางแห่งดีทรอยต์ คาดว่าฮอฟฟาอยากจะนัดสะสางความขัดแย้ง สถานที่นัดคือร้านอาหารชื่อ Machus Red Fox เวลาบ่าย 2 โมงตรง เขาโทรศัพท์ไปหาภรรยาและบอกว่าไม่มีใครมาตามนัดเลย หลังจากวางสายไป ก็ไม่มีใครได้พบเห็นฮอฟฟาอีกเลย

10.ตำรวจและครอบครัวพยายามตามหาตัวฮอฟฟา แต่ไม่พบแม้แต่ร่องรอย เจียคาโลเนและโพรเวนซาโนถูกสอบสวน แต่ทั้งคู่อ้างว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุและไม่รู้เรื่องการนัดพบแต่อย่างใด มีมาเฟียหลายกลุ่มพยายามเคลมว่าตนเป็นผู้ฆ่าฮอฟฟาและนำศพเขาไปซ่อนหรือทำลายด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ยัดใส่เครื่องบดไม้ โบกปูนในสนามกีฬา นำศพไปทำลายพร้อมกับรถ หรือยัดใส่ถังน้ำมันแล้วทิ้งในหลุมขยะ ฯลฯ

11.มีหลายข้อสันนิษฐานถึงต้นเหตุการหายตัวไปของเขา บ้างก็ว่ากลุ่มมาเฟียสงสัยว่าฮอฟฟาขายความลับให้กับรัฐบาลสหรัฐเพื่อแลกกับอิสรภาพ นั่นถึงเป็นสาเหตุที่เขาถูกจำคุกได้เพียง 4 ปีเท่านั้น แต่ยังมีจุดบอดว่าทำไมถึงปล่อยให้ฮอฟฟาล่องลอยถึง 4 ปีก่อนลงมือ

12.อีกปัจจัยหนึ่งคือ ฮอฟฟาขัดแย้งกับหลายคนในสหภาพแรงงานที่มีส่วนพัวพันกับมาเฟียด้วย เขาพยายามทวงตำแหน่งผู้นำสหภาพแรงงานจากแฟรงค์ ฟิตซ์ซิมมอนส์ ผู้เป็นพันธมิตรกับโพรเวนซาโน ตัวโพรเวนซาโนเป็นหัวหน้าสหภาพในนิวเจอร์ซีย์และมีตระกูลมาเฟีย ‘จีโนวีซ’ (Genovese) อันทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง ทั้งสองคนและตระกูลเจโนเวเซจึงมีศัตรูร่วมกันคือจิมมี ฮอฟฟา

13.ปี 2003 แฟรงค์ ชีรัน (Frank Sheeran) อดีตมือปืนให้เจ้าพ่อหลายตระกูล รวมทั้งยังเคยทำงานให้ฮอฟฟา ได้เขียนสารภาพไว้ในหนังสือ ‘I Heard You Paint Houses: Frank "The Irishman" Sheeran and the Closing of the Case on Jimmy Hoffa’ ว่า เป็นผู้ลงมือสังหารฮอฟฟาเอง พร้อมเล่าว่ากลุ่มมาเฟียเป็นจ้างลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีเคนเนดี เพื่อช่วยฮอฟฟาให้รอดพ้นจากการดำเนินคดี เนื่องจากอาจสืบสาวมาถึงตระกูลมาเฟียด้วย แต่เมื่อฮอฟฟาออกจากคุก เขากลับหันกลับมาแว้งกัดและพยายามใช้เจ้าหน้าที่รัฐมาช่วย ฮอฟฟากลายเป็นหอกข้างแคร่และถูกสั่งเก็บในที่สุด

ชีรันยังเล่าว่าในวันที่ 30 กรกฎาคม 1975 เขากับลูกสมุนมาเฟียคนอื่นๆ พาฮอฟฟานั่งรถไปที่บ้านร้างหลังหนึ่งไม่ไกลจากภัตตาคาร เมื่อฮอฟฟาเดินเข้าไป ชีรันควักปืนจ่อยิงเข้าที่หัวสองนัด แล้วลากศพออกไปเผาทำลายที่อื่น

14.เมื่อหน่วยพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบ ก็พบรอยเลือดในบ้านหลังดังตามจุดที่แฟรงค์กล่าวจริง แต่ดีเอ็นเอเสื่อมสภาพเกินกว่าจะตรวจสอบได้ ส่วนคราบเลือดอื่นที่พบในบ้านกลับไม่ใช่ของฮอฟฟา ต่อมาในปี 1982 ทางการได้ประกาศว่าฮอฟฟาเสียชีวิตตามกฎหมาย

15.จนถึงทุกวันนี้ ปริศนาการหายตัวไปของฮอฟฟายังไม่อาจคลี่คลายลง ยังมีทฤษฎีสมคบคิดมากมายเกี่ยวกับการตายและสถานที่พำนักสุดท้ายของจิมมี ฮอฟฟา คดียังไม่อาจปิดตัวลงได้

16.ล่าสุด ภาพยนตร์เรื่อง ‘The Irishman’ กำกับโดย ‘มาร์ติน สกอร์เซซี’ (Martin Scorsese) กำลังจะออกฉายทาง Netflix บอกเล่าเรื่องราวของแฟรงค์ ชีรัน มือปืนผู้อ้างว่าลั่นไกปลิดชีพฮอฟฟากับมือ นำดาราเจ้าบทบาทมาปะทะกัน ไม่ว่าจะ ‘อัล ปาชิโน’ ‘โรเบิร์ต เดนิโร’ และ ‘โจ เปสชี’ กำหนดออกฉายทาง Netflix วันที่ 27 พฤศจิกายน 2019

อ้างอิง

https://allthatsinteresting.com/jimmy-hoffa

https://allthatsinteresting.com/frank-sheeran

https://www.biography.com/…/jimmy-hoffa-disappearance-where…

https://www.nybooks.com/…/jimmy-hoffa-and-the-irishman-a-t…/

http://content.time.com/…/0,28804,1846670_1846800_1846821,0…