World's Famous People

วาระสุดท้ายอันแสนเศร้าของ 'มารี อังตัวแนตต์'

In Focus

+ ในปี 1793 ทั่วทวีปยุโรปต่างตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อกษัตริย์หลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อังตัวแนตต์แห่งฝรั่งเศสถูกสำเร็จโทษด้วยการประหารชีวิตโดยรัฐบาลปฏิวัติ ทั้งสองถูกประหารห่างกัน 9 เดือน

+ ชีวิตของอดีตราชินีมารี อังตัวแนตต์ หลังหลุยส์ที่ 16 ถูกประหาร เป็นไปอย่างยากลำบาก พระโอรสถูกพรากไปจากอก พระนางถูกย้ายที่คุมขังเพื่อแยกจากสมาชิกในราชวงศ์คนอื่นๆ ต้องทนกับความเดียวดายในคุกใต้ดิน

+ ภายในห้องขังคุกใต้ดินมีทหารยามนั่งเฝ้าและคอยสอดส่องกิจวัตรประจำวันตลอดเวลา กระนั้นครั้งหนึ่งมารี อังตัวแนตต์เคยวางแผนหนีจนเกือบสำเร็จ
ช่วงสายของวันที่ 21 มกราคม ปี 1793 รถเทียมม้าเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ไปยังจตุรัส 'ปลาซ เดอ ลา เรโวลูซิยง' (Place de la Révolution) ใจกลางกรุงปารีส ผู้คนมากมายพากันมุงดู แม้ทหารจะพยายามกันไม่ให้ล้ำเขต

ขณะเดินขึ้นตะแลงแกง ‘หลุยส์ คาเปต์’ (Louis Capet) หรืออดีตกษัตริย์หลุยส์ที่ 16 (Louis XVI) พยายามกล่าวส่งท้ายว่าพระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เสียงกลองดังสนั่นขึ้น ทหารพาหลุยส์เดินขึ้นไปต่อทันที เพชฌฆาตจับตัวหลุยส์นอนลงบนแท่น เมื่อเสียงกลองหยุดลง ใบมีดก็ตกลงมาจบชีวิตอดีตกษัตริย์ลงอย่างรวดเร็ว

มารี อังตัวแนตต์ (Marie Antoinette) และเชื้อพระวงศ์อื่นๆ ยังถูกควบคุมตัวใน ‘หอคอยตองเปลอะ’ (Square du Temple) ข่าวการประหารชีวิตของสวามีสร้างความโศกพระทัยอย่างยิ่ง บัดนี้มารีกลายเป็นที่รู้จักกันว่า ‘แม่ม่ายคาเปต์’

หลังอดีตกษัตริย์ถูกสำเร็จโทษในข้อหาสมคบคิดกับศัตรูเพื่อทรยศต่อชาติ ชะตากรรมของอดีตราชินีจึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันในสภากงว็องซียงแห่งชาติ (National Convention) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บ้างเรียกร้องให้ประหารชีวิตตามพระสวามี บ้างเสนอว่าให้ส่งตัวคืนราชสำนักออสเตรียอันเป็นถิ่นกำเนิดของพระนาง การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ดำเนินไปอยู่หลายเดือนในขณะที่มารี อังตัวแนตต์ต้องใช้ชีวิตในสถานที่คุมขัง โดยไม่รู้ว่าชะตากรรมที่รออยู่ข้างหน้าจะเป็นเช่นไร

ระหว่างกำลังพิจารณาชะตากรรมของมารี คาเปต์ (Marie Capet) สภาเห็นตรงกันว่าเจ้าชายน้อย ‘หลุยส์ ชาลส์’ (Louis Charles) หรือ ‘หลุยส์ที่ 17’ (Louis XVII) ผู้มีอายุเพียง 8 ปี ควรเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของคณะปฏิวัติ เจ้าชายน้อยจึงถูกแยกตัวออกมาจากมารดาเพื่อไปอยู่ในการเลี้ยงดูของอังตวน ซิมง (Antoine Simon) ผู้แทนของสมัชชาแห่งปารีส (Paris Commune) แม้ว่ามารีจะพยายามเรียกร้องหาบุตรชายมากปานใด ก็ไร้วี่แววจะได้ตัวหลุยส์น้อยกลับคืนมา

กลางดึกวันที่ 2 สิงหาคม ปี 1793 ทหารย้ายมารี อังตัวแนตต์ไปจองจำที่พระราชวัง ‘กงซีแยร์เฌอรี’ (Conciergerie) ไม่ไกลจากที่เดิม ที่บัดนี้แปรสภาพเป็นคุกคุมขังนักโทษการเมืองไปแล้ว

พระราชวังเก่าแก่แห่งนี้ถูกสร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์เมโรวิงเจียนราวศตวรรษที่ 6 เรียกได้ว่าเก่าแก่พอกับจุดกำเนิดของประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียว

ทหารนำตัวอดีตราชินีลงไปคุมขังยังห้องใต้ดิน ภายในห้องขังดูมืดหม่น กำแพงปูด้วยอิฐมีดินแทรกตามรอยแยก น้ำจากแม่น้ำแซน (Seine) ไหลหยดตามกำแพง เศษวอลเปเปอร์เก่าหลุดลอกยังพอเห็นสัญลักษณ์ ‘เฟลอเดอลี’ (Fleur-de-lis) ของราชวงศ์ฝรั่งเศสที่กำลังผุพังไม่ต่างจากราชวงศ์ที่กำลังล่มสลาย

ในห้องขังมีฉากกั้นสูงเท่าตัวคนและม้านั่งอยู่ติดพื้นที่ของมารี อังตัวแนตต์สำหรับทหารยามคอยเฝ้าดู ทหารยามมักเล่นไพ่ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และคอยสอดส่องกิจวัตรเป็นระยะ เตียงไม้ขนาดเล็กในห้องขังถูกปูที่นอนยัดใส้ด้วยท่อนฟาง

สถานที่จองจำนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสองสามีภรรยา คือ นายตุสแซงต์ กับ มาดามมารี อานน์ ริชาร์ด (Toussaint and Marie Anne Richard) ถึงสภาพคุกจะดูไม่น่าอภิรมย์ แต่ทั้งสองขึ้นชื่อในเรื่องความเมตตาโอบอ้อมอารีต่อนักโทษ นักโทษที่ถูกขังในคุกนี้ ล้วนแต่ได้รับการปรนนิบัติอย่างดีจากคู่สามีภรรยา นอกจากนี้ยังมีหญิงรับใช้นามว่า โรซาลี ลามอลิแยร์ (Rosalie Lamorliere) คอยเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

ผู้ดูแลคุกทั้งสองพยายามดูแลมารี อังตัวแนตต์อย่างดี ถึงกฎรัฐบาลจะกวดขันว่าต้องไม่ทำตามคำขอของนักโทษ แต่สามีภรรยาริชาร์ดต่างมอบหมอน โต๊ะเล็ก เก้าอี้ทำจากฟาง ตลับแป้งทำจากไม้ และกระป๋องใส่ไขมันแต่งผมให้มารี และเมื่อหมวกของมารีชำรุดเกินกว่าจะซ่อมได้ นางริชาร์ดถึงกับเอ่ยปากขอหมวกใหม่จากรัฐบาลมาทดแทนให้ ซึ่งทางรัฐบาลกลับตอบตกลงโดยดี และอดีตราชินีก็ได้รับหมวกใหม่เอี่ยมสองใบ

ค่าใช้จ่ายแทบทุกอย่างของมารี อังตัวแนตต์ขณะถูกจองจำได้รับการบันทึกไว้ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลผู้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายพบว่านักโทษคนนี้มีค่าดูแลที่ไม่น้อย จึงสั่งให้ตำรวจไปตรวจค้นหาทรัพย์สินเก่าของมารี อังตัวแนตต์ที่หอคอยตองเปลอะ หากมีทรัพย์สินอะไรเหลือให้ขนย้ายมาที่ห้องขังใหม่ทันที ในคำชี้แจงยังกล่าวถึงเหตุผลไว้ว่า “เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล”

ความโศกเศร้าของมารี อังตัวแนตต์ทำให้มาดามริชาร์ดกังวลใจมาก วันหนึ่งเธอได้นำบุตรชายคนเล็กชื่อว่า ฟองฟอง (Fanfan) มาเยี่ยมอดีตราชินีในห้องขังเพื่อปลอบประโลม แต่เมื่อมารีเห็นเด็กชายผมสีอ่อน ตาสีฟ้า ก็รีบเข้ามากอดจูบเด็กชายและร่ำไห้ พร้อมกล่าวว่าเจ้าหนูฟองฟองทำให้นึกถึงพระโอรสที่ถูกพรากไป และพระนางยังคิดถึงเจ้าชายหลุยส์อยู่ทุกวันทุกคืน ความโศกเศร้าเหลือล้นทำให้มาดามริชาร์ดต้องพยูงมารี อังตัวแนตต์ไปนอนบนเตียง และกำชับหญิงรับใช้ในคุกว่าอย่าให้เด็กชายเข้ามาอีก

ในวันที่ 28 สิงหาคม ผู้นิยมกษัตริย์นาม ‘เชอวาลิเยร์ เดอ รูจวิลล์’ (Chevalier de Rougeville) ได้แอบทิ้งสาส์นไว้ในดอกคาร์เนชันเพื่ออธิบายแผนการหลบหนีจากคุกให้มารี อังตัวแนตต์ เมื่อถึงวันนัดหมาย ทหารยามที่ได้รับสินบนจากรูจวิลล์ต่างเปิดทางให้มารีหนีออกไป แต่แผนนี้กลับล่ม เพราะทหารยามที่รับสินบนคนหนึ่งกลับไม่ยอมให้ราชินีผ่านประตูคุกออกไป

ความพยายามหนีจากคุกครั้งนี้ทำให้สองสามีภรรยาริชาร์ดถูกจำคุกข้อหาละเลยต่อหน้าที่ ในวันที่ 21 กันยายน สามีภรรยาคู่ใหม่ได้เข้ามาดูแลคุกแทน แต่พวกเขาก็พยายามเลี้ยงดูมารี อังตัวแนตต์อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน แม้กฎจะเข้มงวดขึ้นมากก็ตาม พวกเขาพยายามจัดหาดื่มน้ำสะอาด แม้ต้องไปหาซื้อจากอีกฟากของเมืองให้

และแล้วการไต่สวนก็เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม การไต่สวนใช้เวลาถึง 2 วัน ข้อสรุปคือการตัดสินประหารชีวิตมารี อังตัวแนตต์ด้วยกิโยติน เป็นเวลาเพียง 9 เดือนหลังจากการประหารหลุยส์ที่ 16 ผู้เป็นพระสวามี

ยามสายของวันที่ 16 ตุลาคม มารี อังตัวแนตต์ถูกนำตัวขึ้นรถเกวียนไปยังลานประหารท่ามกลางฝูงชนนับหมื่นที่มารอคอย เพชฌฆาตตัดปอยผมของมารี อังตัวแนตต์ออกแล้วเก็บใส่กระเป๋า จากนั้นเหล่าทหารพยูงพระนางขึ้นไปยังกิโยติน

เมื่อถึงเวลา 12.30 นาฬิกา ใบมีดใหญ่ก็หล่นลงมาพร้อมกับศีรษะที่ร่วงหล่น ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง ....

อ้างอิง

https://www.thoughtco.com/marie-antoinette-biography-p2-1221100

https://www.claudinehemingway.com/le-journal/2018/10/16/marie-antoinette-and-her-final-days

https://www.historyextra.com/period/georgian/the-final-days-of-marie-antoinette/

////////