World's Famous People

'ซาร์ปีเตอร์มหาราช' กับการพลิกโฉมรัสเซียให้โมเดิร์น

In Focus

+ ในศตวรรษที่ 17 รัสเซียเป็นอาณาจักรอันเก่าแก่ที่ต่อต้านอิทธิพลจากต่างประเทศ สภาพภายในประเทศยังไม่ต่างจากสมัยซาร์อิวานจอมโหดเท่าไรนัก ในขณะที่ยุโรปตะวันตกกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน

+ ซาร์ปีเตอร์มหาราชมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย ถึงขั้นลงทุนเดินทางไปดูและทำงานตามสถานที่ต่างๆ ในยุโรปตะวันตกเพื่อเรียนรู้แนวคิด และนำกลับมาพัฒนารัสเซียให้ทันสมัย

+ ภายในรัชสมัยเดียว รัสเซียแปลงโฉมจากประเทศคร่ำครึจนกลายเป็นมหาอำนาจของยุโรป สามารถเอาชนะสวีเดนที่เป็นมหาอำนาจเก่าได้ กล่าวได้ว่าสังคมรัสเซียถูกรื้อและสร้างใหม่แทบทั้งหมด
ปลายศตวรรษที่ 17 ยุโรปซีกตะวันตกกำลังรุดหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งด้านเทคโนโลยี วิทยาการ การเดินเรือ และการทหาร ฝรั่งเศสภายใต้หลุยส์ที่ 14 กลายเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกตะวันตก แฟชั่นฝรั่งเศสกลายเป็นที่นิยมกันแพร่หลาย ภาษาฝรั่งเศสกลายเป็นภาษากลางของสมัยนั้นไม่ต่างจากภาษาอังกฤษในโลกทุกวันนี้ ฝรั่งเศสภายใต้สุริยะกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 กำลังเฉิดฉายบนเวทีโลก เมื่อเทียบกับฝรั่งเศส รัสเซียกลับเหมือนประเทศที่ผุดมาจากยุคกลางตอนปลายก็ว่าได้

ขณะที่ชาวยุโรปตะวันตกกำลังทดลองกับแนวคิดและวิทยาการใหม่ๆ รัสเซียยังถกเถียงกันเรื่องอำนาจของเหล่าพระสังฆราชหรืออัครบิดร (Patriarch) ระบบศักดินากำลังสุกงอมเต็มที่

ช่วงเวลาเดียวกัน รัสเซียทางตะวันออกชองยุโรปเป็นเพียงอาณาจักรอันล้าหลังที่มีสภาพไม่ต่างจากสมัยซาร์อิวานที่ 4 ในศตวรรษที่ 16 ไม่มากนัก ผู้คนยังคงแต่งกายด้วยชุดคลุมยาว ห่มขนสัตว์ ในเขตชนบทยังเป็นสังคมศักดินาไม่ต่างจากยุคกลางเท่าไหร่นัก มีทาสติดที่ดิน ขุนนางผู้มีอำนาจที่เรียกว่า ‘โบยาร์’ (Boyars) ยังกุมอำนาจทางการเมืองทั้งชนบทและในเมือง ชาวนาที่ยากจนไม่สามารถย้ายถิ่นฐานได้

ศาสนจักรออร์โธด็อกซ์ในรัสเซียยังทรงอำนาจและมีอิทธิพลพอจะปลุกระดมผู้คนและขุนนางได้ ปฏิทินที่รัสเซียใช้กันยังเป็นการนับศักราชตามความเชื่อเรื่องการสร้างโลกในคัมภีร์ไบเบิล

ในปี ค.ศ. 1682 ปีเตอร์ขึ้นเป็นซาร์แห่งรัสเซีย สำหรับชาวรัสเซียนั่นคือปี 7190 ตามปฏิทินรัสเซีย ซาร์องค์ใหม่นี้จะเป็นผู้นำรัสเซียก้าวกระโดดไปทัดเทียมกับมหาอำนาจยุโรปด้วยนโยบายหันไปหาตะวันตก ผลงานปฏิรูปประเทศของซาร์ปีเตอร์ทำให้พระองค์ได้ฉายาว่า ‘ปีเตอร์มหาราช’ (Peter the Great)

ปีเตอร์เป็นชายร่างสูง 6 ฟุต ใบหน้ากลมเล็ก นิยมไว้ผมและหนวดแบบชาวตะวันตก พระองค์มองว่ารัสเซียมีสภาพเหมือนกับอาณาจักรของพวกมองโกลมากกว่ารัฐในยุโรปเสียอีก และถึงเวลาที่ต้องเปิดรับความทันสมัยเพื่อตามประเทศอื่นให้ทัน จักรวรรดิออตโตมันทางใต้ก็เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย หากยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รัสเซียคงไม่อาจต่อกรกับชาวเติร์กได้

ปี 1697 ซาร์หนุ่มในวัย 24 ปีก็ออกเดินทางไปดูงานในยุโรปตะวันตกที่รู้จักกันในชื่อ (The Grand Embassy) เป็นเวลา 18 เดือน ภายใต้นามแฝง ‘ปีเตอร์ มิคาอิลอฟ’ (Peter Mikhailov)

ขณะเยี่ยมเยียนเนเธอแลนด์และอังกฤษ มิคาอิลอฟได้เรียนรู้แนวคิดใหม่มหาศาล เขาไปเยี่ยมเยียนและลองทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม คอกปศุสัตว์ อู่ต่อเรือ โรงพยาบาล สถาบันวิจัย คลังสรรพาวุธ ฯลฯ และยังพบปะกับนักปราชญ์หรือนักวิทยาศาสตร์ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ปีเตอร์ได้ซึมซับทั้งวิทยาศาสตร์ การต่อเรือ หลักสถาปัตยกรรม การวางผังเมือง การจัดกองกองทัพ การหล่อปืนใหญ่ การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ของตะวันตก งานศิลปะ ดนตรี ฯลฯ กล่าวได้ว่าทุกสิ่งที่มิคาอิลอฟได้เรียนรู้จะต้องพลิกโฉมรัสเซียใหม่จนแทบไม่เหลือเค้าเดิมอย่างแน่นอน แต่แล้วกลับเกิดกบฏทหารหัวเก่า ปีเตอร์ต้องระงับโครงการเพื่อกลับไปปราบกบฎ

กองทัพรัสเซียแต่เดิมเป็นกองทัพแบบศักดินา มีกองทหาร ‘สเตรลท์ซี’ (Streltsy) ถูกก่อตั้งในสมัยอิวานจอมโหด และยังมีอิทธิพลในรัสเซียอยู่ ถูกเกณฑ์มาจากกลุ่มชนชั้นกลางในเมืองและกลุ่มคนพอมีฐานะจากชนบท นักรบกลุ่มนี้แต่งกายชุดคลุมยาวสีสดใส สวมขนสัตว์หรือหมวกเหล็ก ใช้ปืนเป็นหลัก แต่พกอาวุธอย่างขวาน ดาบเพื่อต่อสู้ระยะประชิด ทหารพวกนี้มีอำนาจทางการเมืองมากและเป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่พยายามขัดขวางแนวทางของซาร์นักปฏิรูป

ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ ปีเตอร์พยายามปฏิรูปกองทัพใหม่โดยลดอิทธิพลเหล่าสเตลท์ซีลงทีละน้อย พวกนี้จึงก่อกบฏขึ้นในปี 1698 ระหว่างที่พระองค์ยังเสด็จประพาสในยุโรป กลุ่มทหารหัวเก่าได้รับการสนับสนุนจากพระมเหสีและเชื้อพระวงศ์หลายคน เมื่อกลับมาถึงรัสเซีย ซาร์ปราบกลุ่มกบฏอย่างรุนแรง บทลงโทษที่ใช้มีตั้งแต่เฆี่ยนตีด้วยตะขอเหล็ก ทับขาให้กระดูกแหลกละเอียด บดขยี้ใต้กงล้อขนาดใหญ่จนตาย และแขวนศพประจานในเมือง

กองทัพรัสเซียถูกจัดระบบใหม่ ชุดเครื่องแบบและอาวุธถูกออกแบบตามกองทัพชาติตะวันตก มีการก่อตั้งโรงหลอปืนใหญ่ อุตสาหกรรมเหล็กที่เพิ่งพัฒนาช่วยให้รัสเซียสามารถผลิตอาวุธที่ทันสมัยได้ด้วยตนเอง

ซาร์ปีเตอร์ยังกลับมาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญจากตะวันตกหลายร้อยคน พระองค์พยายามจัดระบบรัฐบาลใหม่ทั้งหมด อำนาจของเหล่าโบยาร์ถูกลดทอนลงมาก ศาสนจักรออร์โธด็อกซ์ถูกรวบมาอยู่ใต้อำนาจของซาร์อย่างเข้มงวด อภิสิทธิ์ละเว้นภาษีของนักบวชถูกยกเลิก เงินที่ได้ถูกนำไปพัฒนาโครงการอื่นแทน ตำแหน่งอัครบิดรที่มียาวนานถูกยุบและแทนที่ด้วย ‘สมัชชาศักดิ์สิทธิ์’ (Holy Synod) ภายใต้การควบคุมของรัฐ ปฏิทินแบบเก่าที่นับปีจากวันสร้างโลกถูกแทนที่ด้วยปฏิทินจูเลียนที่นับปีตามคริสตศักราช

สัญลักษณ์ของระบอบอันล้าหลังถูกปราบปราม ชาวรัสเซียที่ไว้หนวดเครายาวถูกเก็บ ‘ภาษีหนวดเครา’ ชุดเสื้อคลุมยาวของชาวรัสเซียถูกบังคับให้แทนที่ด้วยเสื้อผ้าสมัยใหม่ที่สั้นแค่หัวเข่า ผู้ที่ยังใส่เสื้อคลุมยาวถูกสั่งไม่ให้ผ่านประตูเมืองจนกว่าจะตัดชายเสื้อให้สั้นลง ลูกหลานของเหล่าโบยาร์ถูกสนับสนุนให้ไปเรียนต่อในยุโรปตะวันตก

ถนน สะพานถูกสร้างทั่วอาณาจักร คูคลองหลายแห่งถูกขุดขึ้น เกษตรกรรมที่ล้าหลังถูกแทนที่ด้วยเกษตรกรรมใหม่ที่ได้มาจากตะวันตก พืชเกษตรชนิดใหม่ถูกนำเข้ามายังรัสเซียเพื่อปลูกหมุนเวียนจนรัสเซียส่งออกพืชผลของตนเองไปต่างประเทศได้

การศึกษารูปแบบใหม่ถูกพัฒนาขึ้น โรงเรียนสามัญชนถูกเปิดขึ้น มีวิชาเรียนทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ แม้แต่มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของรัสเซียก็ถูกเปิดขึ้นในปี 1724
เมืองถูกบูรณะตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ศิลปินได้รับการสนับสนุนให้ทำงานในรัสเซีย

แต่เดิมรัสเซียไม่มีกองทัพเรือเป็นของตนเอง หลังจากซาร์ปีเตอร์กลับมาจากยุโรป พระองค์ยังนำผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อเรือ และนายทหารเรือมาดูแลการจัดตั้งทัพเรือรัสเซีย ‘กองเรือบอลติก’ (Baltic Fleet) ของรัสเซียกลายเป็นกองเรือใหญ่ที่สุดในภายใต้การกำกับดูแลของแม่ทัพเรือชาวดัชต์

มหาอำนาจอย่างสวีเดนเฝ้ามองรัสเซียค่อยๆ ผงาดขึ้นมาด้วยความหวั่นเกรง หลังสถานการณ์ระหว่างทั้งสองชาติคุกรุ่นมานาน ทั้งสองอาณาจักรประกาศสงครามครั้งใหญ่ต่อกันจนเป็นที่รู้จักกันว่า ‘มหาสงครามเหนือ’ (Great Northern War) อันยาวนานตั้งแต่ปี 1700-1721 ชาติต่างๆ ในยุโรปต่างกระโจนเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ด้วย

สงครามจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของสวีเดน รัสเซียได้รับดินแดนชายฝั่งบอลติกมหาศาลจากสวีเดน รัสเซียผงาดมาเป็นมหาอำนาจใหม่แทนสวีเดนที่กำลังอ่อนล้า

แม้รัสเซียจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่ก็แลกมาด้วยแรงงานเกณฑ์และการควบคุมประชาชนอันเข้มงวด เมื่อไพร่ก่อการจลาจลในหลายแคว้นเนื่องจากถูกเกณฑ์แรงงานโดยไม่เป็นธรรม ซาร์จึงสั่งปราบปรามอย่างหนัก ในเมืองมีตำรวจลับคอยสืบความและหาตัวผู้กระด้างกระเดื่องมาไต่สวนอยู่เสมอ ทุกย่างก้าวของชาวรัสเซียถูกจับตามองโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

ความพยายามขจัดขนบธรรมเนียมล้าหลังของซาร์ปีเตอร์บีบให้พระองค์ต้องเผชิญหน้ากับคนในครอบครัวผู้ไม่ยอมรับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงเสียเองจนกลายเป็นโศกนาฏกรรม

มเหสีของปีเตอร์คือ ‘ยูโดเคีย โลปูคินา’ (Eudokia Lopukhina) เป็นหญิงตระกูลขุนนางจากมอสโกที่มีมุมมองหัวโบราณ ในสายตาของชาวออร์โธด็อกซ์หัวเก่า ชาวตะวันตกคือพวกนอกรีต แนวคิดและสิ่งประดิษฐ์ของตะวันตกเปรียบเสมือนยาพิษร้ายที่แปดเปื้อนสังคมอันศักดิ์สิทธิ์ของรัสเซีย ยูโดเคียเป็นเพียงหนึ่งในผลผลิตจากสังคมอนุรักษ์นิยมที่ครอบงำรัสเซียมายาวนาน

ซาเรวิช (ตำแหน่งทายาทของซาร์) ‘อเล็กเซย์’ (Tsarevich Alexei) เป็นโอรสองค์โตและเป็นทายาทผู้สืบบัลลังก์ของซาร์ แต่อเล็กเซย์สนิทกับแม่และมักถูกปลูกฝังแนวคิดอนุรักษ์นิยมให้อยู่บ่อยๆ ปีเตอร์รู้สึกไม่พึงพอใจโอรสองค์นี้เท่าไรนัก พระองค์มองว่าอเล็กเซย์อ่อนแอและทำงานได้ไร้ประสิทธิภาพ ไม่มีความกระตือรือร้นจะพัฒนาประเทศ

แม้จะพยายามให้ประเทศทันสมัยเท่าไรก็ตาม ภารกิจของซาร์ปีเตอร์ยิ่งทำให้พระองค์ต้องห่างเหินกับพระโอรส ทุกๆ วันซาร์จะคลุกคลีกับที่ปรึกษาชาวต่างชาติหลากหลายแขนงวิชา ในขณะที่พระมเหสี เจ้าชายอเล็กเซย์ และขุนนางต่างมองอยู่ห่างๆ ด้วยความไม่พอใจ กลุ่มขุนนางยุยงให้เจ้าชายอเล็กเซย์ต่อกรกับปีเตอร์

ปี 1718 หลังขัดแย้งกันรุนแรงกับบิดา อเล็กเซย์จึงหนีไปออสเตรีย แต่ถูกตามตัวกลับมารัสเซียด้วยสัญญาว่าจะไม่มีการลงโทษ แต่เมื่อกลับมาถึง องค์รัชทายาทกลับถูกจับไต่สวนและทรมาณให้สารภาพชื่อผู้สมรู้ร่วมคิด แผนการก่อกบฏของอเล็กเซย์ถูกเค้นออกมา สหายของอเล็กเซย์ถูกประหารชีวิตด้วยการเสียบบนไม้แหลม หลังถูกทรมาณหลายเดือน เจ้าชายอเล็กเซย์ที่ทนทรมาณไม่ไหวก็สิ้นพระชนม์ในป้อมที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

แม้ประวัติของปีเตอร์มหาราชจะมีทั้งด้านที่ก้าวหน้าและทันสมัยในบริบทของยุคนั้น การเปลี่ยนแปลงของพระองค์ทำให้รัสเซียพลิกสถานะจากประเทศล้าหลังฝั่งตะวันออกจนกลายเป็นมหาอำนาจตะวันตกอีกชาติหนึ่งได้ แม้นั่นจะต้องแลกกับความสัมพันธ์ส่วนตัวกับสมาชิกในครอบครัวของพระองค์ซึ่งลงเอยด้วยโศกนาฎกรรมที่กลายเป็นด้านมืดในประวัติของพระองค์ไป

อ้างอิง

https://www.history.com/news/peter-the-great-tortured-killed-own-son

https://courses.lumenlearning.com/boundless-worldhistory/chapter/the-modernization-of-russia/

https://www.guggenheim.org/arts-curriculum/topic/age-of-peter-the-great

http://www.saint-petersburg.com/royal-family/peter-the-great/

https://www.rbth.com/arts/history/2016/11/21/the-first-romanov-political-exile-how-peter-the-greats-son-fled-russia_649603

https://www.historytoday.com/archive/peter-great-and-tsarevich-alexei