Crazy World

เรียนประวัติศาสตร์ชาวไวกิ้งผ่าน 'อุจจาระ'

+ ระหว่างยุคไวกิ้ง (Viking Age) ชาวนอร์สได้อพยพไปตั้งถิ่นฐานทั่วยุโรปตะวันตกและยุโรปเหนือ เนื่องจากปัญหาประชากรล้นและความอดอยากในสแกนดิเนเวีย

+ มีการค้นพบซากฟอสซิลอุจจาระในแหล่งขุดค้นโบราณคดีไวกิ้งที่เมืองยอร์ก(York) ประเทศอังกฤษ เป็นช่วงเดียวกับทางตอนเหนือของอังกฤษถูกปกครองโดยนักรบไวกิ้งผู้รุกราน

+ ผลการวิเคราะห์ก้อนอุจจาระทำให้รู้ว่า อาหารของชาวไวกิ้งยุคโบราณมีอะไรบ้าง สะท้อนสภาพแวดล้อมของสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี


ในศตวรรษที่ 9 ชาวสแกนดิเนเวียหรือไวกิ้งที่มาตั้งรกรากที่เมืองยอร์วิค (Jorvik) ในอังกฤษผู้หนึ่งได้เข้าไปปลดทุกข์ในส้วมหลุม หลังจากไม่ได้ปล่อยของหนักมาหลายวัน อาหารที่เขากินเข้าไปทำให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องต่อสู้กับการเบ่งอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็จัดการธุระเสร็จ แล้วลุกออกไปเพื่อให้คนอื่นเข้ามาใช้ส้วมหลุมนี้ต่อจากเขา

นี่คือกิจวัตรประจำวันที่ชาวไวกิ้งทำกัน ไม่มีใครคิดฝันว่าอุจจาระของชาวไวกิ้งท้องผูกผู้น่าสงสารคนนี้จะกลายมาเป็นโบราณวัตถุอันล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์ได้

ปี 1972 ระหว่างการขุดค้นแหล่งโบราณคดีคอปเปอร์เกต (Coppergate) ในเมืองยอร์คหรือเมืองยอร์วิคในอดีต ก็พบกับหลุมที่ตรวจสอบได้ว่ามาจากยุคไวกิ้ง เป็นสมัยที่ชาวนอร์สจากสแกนดิเนเวียกำลังล่องเรือไปรุกรานและตั้งถิ่นฐานตามดินแดนต่างๆทั่วยุโรปเหนือ สิ่งที่นักโบราณคดีพบในหลุมปริศนานั้นคือวัตถุแข็งโป๊กสีน้ำตาลขนาดเท่าฝ่ามือ มองดูคล้ายก้อนหิน แต่พอตรวจสอบแล้วกลับพบว่ามันคือ ก้อนอุจจาระจากยุคไวกิ้ง

ก้อนอุจจาระนี้ถูกนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งยอร์วิค (Jorvik Viking Center) ขนาดของมันยาวถึง 8 นิ้ว มีลักษณะอ้วนพีสมบูรณ์ ขนาดอันมหึมาของมันอาจทำให้คนที่มาเห็นอดจินตนาการตามไม่ได้ว่าบั้นท้ายของชาวไวกิ้งคนนี้จะมีขนาดใหญ่แค่ไหน .
ก้อนอุจจาระดึกดำบรรพ์ก้อนนี้ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นฟอสซิลอุจจาระมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบด้วย พร้อมตั้งชื่อเสียหรูว่า 'ก้อนขี้ลอยด์แบงค์' (Lloyds Bank Turd) ตามชื่อธนาคารลอยด์ที่สร้างทับหลุมส้วมหลุมดังกล่าว

“คนที่ปล่อยอุจจาระก้อนนี้ออกมา น่าจะไม่ได้เข้าห้องน้ำมาหลายวัน”

จิลล์ สเนป (Gill Snape) นักศึกษาสาวจากองค์กรโบราณคดีในยอร์ค กล่าวติดตลก

ผลการวิเคราะห์ส่วนประกอบของมันบ่งชี้ว่า ไวกิ้งรายนี้ดูจะไม่ชอบกินผักผลไม้เท่าไร แต่กินเนื้อ ขนมปัง และธัญพืชเป็นหลัก นั่นเป็นสาเหตุที่เขาท้องผูกติดต่อกันนาน ทำให้กากอาหารสะสมกันอยู่ในลำไส้จนโผล่ออกมาเป็นก้อนใหญ่ถึงเพียงนี้

เมื่อก้อนอุจจาระแปรเปลี่ยนเป็นฟอสซิล หมายความว่าอณูดั้งเดิมของมันถูกแทนที่ด้วยหินและแร่ธาตุต่างๆ จนแข็งเหมือนหิน สามารถจับได้โดยไม่แขยงมือ แต่ที่น่าสยดสยองคือเนื้อในของตัวก้อนอุจจาระ เต็มไปเม็ดกระเปาะใสเล็กๆ หลายร้อยเม็ด ซึ่งเป็นไข่พยาธิชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นพยาธิแส้ม้า และพยาธิตัวกลมชนิดอื่นๆ ผสมปนเปกันไป

สาเหตุที่พยาธิแพร่หลายมาก เพราะสมัยนั้นยังไม่มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี หลุมส้วมไม่มีระบบบำบัดหรือท่อน้ำเสีย แต่เป็นบ่อดินที่ขุดให้ลึกสำหรับหย่อนก้นปลดทุกข์เท่านั้น นอกจากนี้ยังพบร่องรอยบ่อน้ำที่ถูกขุดไม่ไกลจากหลุมส้วมนี้ คาดการณ์ว่าดินและสิ่งปฏิกูลจากหลุมส้วมอาจเคลื่อนตัวไปยังบ่อน้ำด้วย

นอกจากน้ำที่ปนเปื้อน สภาพพื้นถนนในเมืองก็สกปรกไม่ต่างกัน ปัจจุบันเมืองยอร์คอาจดูสวยงามสะอาดสะอ้าน แต่ในยุคไวกิ้ง พื้นดินเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลจากสัตว์กองเรี่ยราดไปหมด ไม่ว่าจะเป็นวัว แกะ หมา แมว หนู กองอุจจาระสัตว์เป็นแหล่งบ่มเพาะและแพร่พันธุ์พยาธิได้อย่างดี โอกาสที่จะหนีรอดปลอดภัยจากเหล่าปรสิตตัวร้ายแทบจะเป็นศูนย์ ซึ่งต่อให้อยู่ในบ้านก็ยังมีไข่และหนอนแมลงวันตามพื้นดิน

หลายร้อยปีต่อมาในศตวรรษที่ 14 กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 3 (Edward III) เสด็จประพาสเมืองยอร์ค ต้องตกตะลึงกับความสกปรกของสภาพบ้านเมือง พระองค์ถึงกับรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทำความสะอาดเมืองยอร์คครั้งใหญ่ จัดการสิ่งปฏิกูลในเมืองเสียใหม่ ส้วมหลุมอาจถูกกลับทับไปในยุคสมัยนี้เอง

กระโดดข้ามมาไกลหลายศตวรรษ ปี 2003 ครูคนหนึ่งกำลังถือก้อนอุจจาระฟอสซิลบรรยายให้นักเรียนดูแล้วเกิดพลาดหลุดมือไป ทำให้ตัวอึแตกออกเป็น 3 ท่อน โชคดีที่ทางพิพิธภัณฑ์ไม่เอาเรื่องใดๆ แต่สั่งให้จิลล์ซ่อมแซมมันด้วยกาวจนกลับมามีสภาพเดิม

“ฉันได้ยินมาว่า อาจจะได้ทำอะไรที่ไม่ธรรมดาเมื่อมาทำงานที่นี่ แต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจองานอะไรแบบนี้จริงๆ”

นักศึกษาสาวจากองค์กรโบราณคดีในยอร์ค ผู้คุ้นเคยกับก้อนอุจจาระชาวไวกิ้งโบราณ หัวเราะ เป็นการทิ้งท้าย.

อ้างอิง

https://www.theguardian.com/…/jun/06/artsandhumanities.arts1

https://www.todayifoundout.com/…/a-historic-defecation-the…/

https://www.todayifoundout.com/…/a-historic-defecation-the…/