World's Famous People

'จิเซลลา เพิร์ล' นางฟ้าแห่งเอาชวิทซ์ ผู้ช่วยชีวิตนักโทษหญิงให้รอดจากเงื้อมมือมัจจุราช

+ ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ (Auschwitz) ได้ชื่อว่าเป็นค่ายกักกันนาซีที่มีชื่อเสียงที่สุดในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

+ นายแพทย์โยเซฟ เมงเกเล (Josef Mengele) แพทย์ประจำค่ายได้นำนักโทษชาวยิวมาทำการทดลองต่างๆ ด้วยวิธีสุดอำมหิต หนึ่งในเหยื่อที่เขาโปรดปรานเป็นพิเศษคือ หญิงมีครรภ์ หากรู้ว่าผู้หญิงคนใดตั้งท้อง จะถูกนำตัวไปเป็นหนูทดลองทันที

+ จิเซลลา เพิร์ล (Gisella Perl) นักโทษหญิงชาวฮังการี ได้รับทำหน้าที่จากผู้คุมนาซีให้ทำหน้าที่แพทย์สูตินรีเวช เธอช่วยปกปิดและทำแท้งหญิงสาวนับร้อยชีวิตให้รอดจากความตาย จนได้รับฉายาว่า 'นางฟ้าแห่งเอาชวิทซ์' (Angel of Auschwitz)

ณ ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ ภายในเรือนนอนสตรี เสียงร้องโหยหวนของนักโทษหญิงท้องแก่คนหนึ่งที่กำลังเบ่งท้องคลอดลูกดังบาดลึก ข้างกายเธอมี ดร.จิเซลลา เพิร์ล เพื่อนนักโทษชาวฮังการี ผู้ทำหน้าที่แพทย์สูตินรีเวช คอยปลอบประโลม เธอช่วยทำคลอดอย่างเงียบเชียบ เพื่อไม่ให้ทหารยามเผลอได้ยินเข้า

เพิร์ลเป็นแพทย์สูตินรีเวชเพียงคนเดียวที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยของโยเซฟ เมงเกเล นายแพทย์นาซีประจำค่ายกักกันเอาชวิทซ์ เธอต้องรายงานทุกครั้งเมื่อพบว่ามีนักโทษหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งถ้านายแพทย์เมงเกเลรู้ว่า หญิงคนนี้ตั้งครรภ์ เธอจะถูกนำตัวไปทำการทดลองที่ร่ำลือกันว่า 'วิปริตผิดมนุษย์' อย่างแน่นอน และไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้ ขณะที่นักโทษหญิงคนอื่นที่ช่วยปกปิด หากถูกจับได้จะถูกประหาร

แพทย์หญิงเพิร์ลช่วยดึงตัวทารกน้อยออกมาได้สำเร็จ เป็นทารกเพศชายแก้มแดง เด็กน้อยเริ่มดิ้นในมือของเธอ พร้อมส่งเสียงร้อง วินาทีนั้นเองเพิร์ลรู้ว่าเธอไม่สามารถปกปิดทารกน้อยได้ตลอดไป ส่วนแม่ของเด็กถูกส่งไปสถานพยาบาล เนื่องจากเสียเลือดมาก โดยต้องโกหกว่าเป็นโรคปอดบวม

ความหนักใจท่วมท้นเต็มอก เพิร์ลต้องเลือกระหว่างชีวิตของทารกน้อยกับชีวิตของผู้หญิงและเด็กหญิงคนอื่นๆในเรือนนอน เธออุ้มทารกน้อยอย่างอ่อนโยน แล้วก้มจูบหน้าผากของเขา จากนั้นค่อยๆ บีบคอจนเด็กน้อยขาดอากาศหายใจตาย ร่างไร้วิญญาณของทารกผู้เคราะห์ร้ายถูกนำไปซ่อนท่ามกลางซากศพกองพะเนินที่รอวันเผาทำลาย ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในประสบการณ์สุดสะเทือนใจที่แพทย์หญิงจิเซลลา เพิร์ล บันทึกไว้ในหนังสือ 'I Was a Doctor in Auschwitz'

จิเซลลา เพิร์ล เป็นผู้หญิงเชื้อสายยิวคนแรกๆ ในยุโรปที่เรียนจบชั้นมัธยมและศึกษาต่อด้านนรีเวชศาสตร์ พ่อของเพิร์ลคัดค้านเมื่อเธอคิดจะเรียนต่อด้านนี้เพราะกลัวว่าลูกสาวจะเสียศรัทธาในศาสนายูดาย แต่เพิร์ลให้คำปฏิญาณว่าจะเป็นยิวที่ดีต่อหน้าหนังสือสวดมนต์ จนผู้เป็นพ่ออ่อนใจในที่สุด

ค่ายเอาชวิทซ์ไม่เพียงแต่เป็นสถานกักกันเพื่อรอสังหารนักโทษชาวยิว รัฐบาลนาซียังอนุญาตให้นายแพทย์โยเซฟ เมงเกเล เจ้าของฉายา 'เทวทูตแห่งความตาย' สามารถทำการทดลองกับเหยื่อได้ตามใจชอบ หมอจอมโหดใช้โอกาสนี้เริ่มทดลองสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบตามฉบับนาซีทันที

การทดลองอันวิปริตผิดมนุษย์ มีตั้งแต่ฉีดสารเคมีใส่ตาเด็กให้มีสีอ่อน เพื่อสร้างมนุษย์สายพันธุ์อารยันขึ้นมา สูบถ่ายเลือดเด็กแฝดที่คนหนึ่งมีลักษณะตามคติอารยันให้อีกคน จนเด็กทั้งคู่เสียชีวิต หรือนำเด็กสองคนมาเชื่อมกันเพื่อสร้างแฝดสยาม รวมทั้งทดลองผ่าอวัยวะออกจากร่างเหยื่อ เช่น ตับ ไต ลำไส้ ม้าม ตัดแขนตัดขา แม้กระทั่งอวัยวะเพศ เพื่อดูว่าจะมีชีวิตอยู่รอดได้นานแค่ไหน

นายแพทย์เมงเกเลต้องการผู้ช่วย จึงเสาะหานักโทษในค่ายที่มีความรู้ด้านการแพทย์ ก่อนได้พบกับเพิร์ลที่เรียนจบสูตินรีเวชวิทยา ช่วงแรกหน้าที่ของเพิร์ลคือ ช่วยทำความสะอาดล้างแผล หรือรักษาแขนขาที่หักให้แก่นักโทษ

หลังจากนั้นเธอเริ่มพบเห็นการทดลองโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ของแพทย์จอมโหดหลายครั้ง หญิงตั้งท้องบางรายจะถูกหลอกว่าจะได้ย้ายไปอยู่ในค่ายที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เหยื่อที่หลงเชื่อจะถูกนำตัวไปพบแพทย์นรก ก่อนถูกเฉือนเป็นชิ้นๆ ทารกที่เป็นแฝดจะถูกฆ่าสารพัดวิธี ทั้งฉีดยา แทง แล้วนำร่างเด็กแฝดไปชำแหละเพื่อค้นหาลักษณะความเป็นอารยันที่จะสามารถสืบทอดจากแม่สู่ลูกได้

เพิร์ลต้องรายงานทุกครั้งเมื่อพบผู้หญิงตั้งท้องในค่าย ผู้หญิงหลายคนตั้งท้องมาก่อนที่จะถูกส่งตัวเข้าค่ายแล้ว ผู้หญิงบางคนเพิ่งตั้งครรภ์ในค่าย เพราะถูกทหารนาซีข่มขืน ใช้เป็นทาสบำเรอกาม หรือถูกนักโทษชายด้วยกันข่มขืนเพื่อแลกกับอาหาร ผู้หญิงเหล่านี้ไม่มีทางเลือกมากนักในสถานการณ์ที่จนตรอกเช่นนี้

เพิร์ลต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากเธอส่งหญิงที่ตั้งครรภ์ไปหานายแพทย์เมงเกเล ทั้งแม่และเด็กในท้องจะถูกทำการทดลองอันแสนทารุณแน่นอน แต่ถ้าเก็บเด็กทารกไว้ เสียงร้องของเด็กอาจสร้างความเดือดร้อนถึงแก่ชีวิตต่อนักโทษคนอื่นๆ แพทย์หญิงคนนี้จึงเลือกแหกกฎของสังคมสมัยนั้นและศีลธรรมศาสนา รวมถึงคำปฏิญาณที่เคยให้ไว้กับพ่อ นั่นคือ การทำแท้ง เพื่อรักษาชีวิตคนให้มากที่สุด

เมื่อใดที่เธอพบว่ามีผู้หญิงตั้งท้อง เพิร์ลจะเริ่มโน้มน้าวผู้หญิงเหล่านั้นว่าจำเป็นต้องเอาเด็กออก เพื่อแลกกับการสูญเสียชีวิตของนักโทษหญิงคนอื่นๆ เธอลงมือทำแท้งให้บรรดานักโทษตั้งครรภ์ในค่ายด้วยมือเปล่าบนพื้นอันสกปรกในเรือนนอน โดยปราศจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผ้าพันแผล หรือยาปฏิชีวนะใดๆ หลายครั้งเธอต้องช่วยทำคลอด แล้วทำ 'การุณยฆาต'ทารก ก่อนที่เรื่องจะดังถึงหูผู้คุมนาซี 

นอกจากคอยดูแลเรื่องทำคลอด เพิร์ลยังต้องปฐมพยาบาลและคอยปลอบประโลมเหยื่อที่ถูกทุบตีหรือข่มขืนด้วย 

เธอเล่าไว้ในหนังสือว่า ต้องคอยบรรเทาทุกข์เพื่อนนักโทษ ด้วยการเล่าเรื่องราวดีๆ ที่เปี่ยมด้วยความหวังว่า สักวันหนึ่งพวกเธอทุกคนจะได้เป็นอิสระ ได้ฉลองวันเกิด ได้ร้องเพลงอย่างเต็มเสียงอีกครั้ง

กระทั่งเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ค่ายกักกันชาวยิวต่างๆ ถูกปลดปล่อยโดยทหารฝ่ายสัมพันธมิตร เพิร์ลรอดชีวิตจากค่ายมาได้ เธอออกเดินทางไปทั่วเยอรมันเพื่อตามหาครอบครัวที่พลัดพราก แต่หญิงสาวที่ช่วยชีวิตคนมากมายนับไม่ถ้วนผู้นี้กลับพบว่ามีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิต แม้ในหลายปีต่อมาจะพบว่าลูกสาวอีกคนของเธอก็รอดชีวิตเช่นกัน 

ความเจ็บปวดร้าวราน ความรู้สึกผิดที่ถูกเก็บไว้ในส่วนลึกของหัวใจต่อการกระทำของตัวเองในค่ายเอาชวิทซ์ที่เธอต้องแบกรับนั้นแสนสาหัส เพิร์ลพยายามกินยาฆ่าตัวตายในปี 1947 แต่ไม่สำเร็จ จากนั้นเธอย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาว่า เธอมีส่วนพัวพันกับการทดลองอันโหดเหี้ยมของนายแพทย์โยเซฟ เมงเกเล แต่โชคยังเข้าข้าง เมื่ออดีตนักโทษค่ายกักกันต่างให้การว่า ทุกคนที่รอดมาได้เพราะเพิร์ลช่วยเหลือพวกเธอเอาไว้

เพิร์ลรอดพ้นจากข้อกล่าวหาและกลายเป็นหนึ่งในตัวแทนของผู้สูญเสียจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก่อนได้รับสัญชาติอเมริกันในปี 1951 ทำงานเป็นแพทย์เฉพาะด้านสูตินรีเวชที่โรงพยาบาลเมาท์ซีนาย ในนิวยอร์ค เธอช่วยทำคลอดทารกได้สำเร็จกว่า 3,000 คน ทำให้ทารกผู้โชคดีเหล่านี้ได้ลืมตาดูโลกและมีบ้านอันแสนอบอุ่น

ช่วงบั้นปลายชีวิต จิเซลลา เพิร์ล ย้ายไปพำนักที่อิสราเอลกับลูกสาวของเธอ เพื่อรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับครอบครัวก่อนถูกพรากจากกันว่า พวกเขาจะมาพบกันอีกในเยรูซาเล็ม .

ในที่สุดเพิร์ลเสียชีวิตในปี 1988 รวมอายุ 88 ปี 

หนังสือที่ชื่อว่า 'I Was a Doctor in Auschwitz' ที่จิเซลลา เพิร์ล เจ้าของฉายานางฟ้าแห่งเอาชวิทซ์ เขียนขึ้น ถือเป็นบันทึกเล่มแรกๆที่เล่าถึงประสบการณ์อันเลวร้ายที่ผู้หญิงต้องเผชิญระหว่างอยู่ในค่ายกักกันนาซี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

อ้างอิง
https://www.nytimes.com/…/style/out-of-death-a-zest-for-lif…

https://www.history.com/…/auschwitz-doctor-prisoner-saved-w…

https://allthatsinteresting.com/gisella-perl