Oriental World

ย้อนรอยภารกิจตามหาต้นฉบับพระไตรปิฎก ทำไม 'พระถังซัมจั๋ง' ต้องใช้เส้นทางอ้อมไปอินเดีย?

พระถังซัมจั๋ง (Xuanzang) พระภิกษุชาวจีนสมัยราชวงศ์ถัง ผู้เดินทางรอนแรมไปแสวงบุญและค้นหาต้นฉบับดั้งเดิมพระไตรปิฏกที่อินเดีย เพื่อนำเนื้อความดั้งเดิมมาเผยแพร่ให้ชาวจีน 

การเดินทางไกลไปตะวันตกของพระถังซัมจั๋ง เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดวรรณกรรมจีนคลาสสิคเรื่อง 'ไซอิ๋ว' ที่คนไทยรู้จักกันดี 

เมื่อดูเส้นทางจาริกไปยังอินเดียแล้ว หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะอะไรพระถังซัมจั๋งถึงต้องเดินอ้อมโลกไปเอเชียกลางแล้วค่อยวกลงไปอินเดีย แต่ถ้าลองดูบริบทของยุคนั้นจะเข้าใจได้ว่าทำไมการใช้เส้นทางอ้อมเป็นเรื่องดีกว่าตัดลงใต้ไปตรงๆ

ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ.627 เส้นทางของพระถังซัมจั๋งเริ่มต้นที่นครฉางอัน (Chang’an) หรือ ซีอาน (Xi’an) ในปัจจุบัน ที่นี่เองพระถังซัมจั๋งได้ศึกษาภาษาสันสกฤตจนแตกฉาน และยังศึกษาภาษาโทคาเรียน (Tocharian) ที่สาบสูญไปแล้ว 

สมัยนั้นเกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่างจีนกับชนเผ่าเติร์กนอกด่าน ชายแดนจีนกลายเป็นพื้นที่สงครามที่อันตราย ฮ่องเต้ถังไท่จง (Tang Taizong) สั่งปิดชายแดนเพื่อป้องกันไม่ให้สายข่าวศัตรูเข้าออกพรมแดนจีนได้ พระถังซัมจั๋งเดินตามเส้นทางตะวันตก เมื่อถึงด่านนอก ท่านต้องโน้มน้าวทหารเฝ้าด่านจนใจอ่อนยอมให้ออกนอกเขตแดนไปได้ 

หลังเลาะเลียบเส้นทางสายไหมผ่านทะเลทรายตาคลามากัน (Taklamakan Desert) พระถังซัมจั๋งได้แวะพักตามเมืองโอเอซิสที่สำคัญในเอเชียกลางอย่างถู่ฟ่าน (Turfan) เมื่อเจ้าเมืองถู่ฟ่านล่วงรู้ถึงปรีชาญาณและความน่าเลื่อมใสของพระถังซัมจั๋งจึงได้พยายามกักตัวท่านไว้ระยะหนึ่ง แต่ต้องยอมปล่อยตัวไป หลังจากพระถังซัมจั๋งอดข้าวประท้วง พอออกจากถู่ฟ่านก็มาถึงเมืองโอเอซิสอื่นๆอย่าง ทาชเคนท์ (Tashkent) ซาร์มาคันด์ (Samarkand) แล้วเข้าไปยังดินแดนบัคเตรีย (Baktria) 

ในปี 633 พระถังซัมจั๋งข้ามเทือกเขาฮินดูกูช (Hindukush) มาถึงแคว้นคันธาระ (Gandhara) ต่อลงมาถึงแคชเมียร์ (Kashmir) แถบปากีสถานและอินเดียตะวันตกเฉียงเหนือในปัจจุบัน ที่นี่เองท่านได้ลงเรือไปตามแม่น้ำคงคา เส้นเลือดใหญ่ของชมพูทวีป และได้ศึกษาภาษาบาลี-สันสกฤตเพิ่มเติม รวมถึงปรัชญาพุทธและปรัชญาอินเดียสายอื่น ๆ จนแตกฉานที่วิทยาลัยนาลันทา (Nalanda) 

ต่อมาเมื่อท่านเดินทางกลับมาถึงจีนในปี 645 จึงเริ่มจัดตั้งสำนักงานแปลพระไตรปิฏกและสร้างเจดีย์ห่านป่าใหญ่ (Big Wild Goose Pagoda) เป็นที่เก็บพระไตรปิฏกที่อัญเชิญมาจากอินเดีย สถาปัตยกรรมมีลักษณะอิฐกระเบื้องแบบจีนผสมกับกับรูปทรงเป็นชั้นๆ แบบวัดฮินดู 

เมื่อพิจารณาจากเส้นทางทั้งหมดจะเห็นได้ว่า สาเหตุหลักที่พระถังซัมจั๋งต้องใช้เส้นทางสายไหม เนื่องจากความปลอดภัยและต้องพึ่งพากองคาราวานที่ผ่านไปมาเพื่อขออาศัยเดินทางไปจุดแวะพักต่างๆ หรือเมืองสำคัญในเส้นทางสายไหม ซึ่งยุคนั้นเป็นที่รู้กันว่ามีนักเดินทางจำนวนมากถูกปล้นสะดม หากไม่มีคนติดอาวุธคุ้มครอง 

การลัดเลาะจากฉางอันลงใต้ผ่านทิเบต ข้ามเทือกเขาหิมาลัย ไม่ได้สะดวกเหมือนปัจจุบัน ทั้งยังมีทุ่งสเตปป์กว้างใหญ่ที่แวะพักและโจรป่าในแถบจีนใต้ การข้ามเทือกเขาหิมาลัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ในปัจจุบันจะมีอุปกรณ์ปีนเขาและหน่วยงานกู้ภัย แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิตและสาบสูญมากมาย 

การเดินทางยาวนานกว่า 18 ปีของพระถังซัมจั๋ง ทำให้เรารู้ว่าเส้นทางสายไหมเปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงระหว่างอารยธรรมในเอเชียที่ผู้คนจากทุกความเชื่อและวัฒนธรรมโคจรมาบรรจบกัน.

อ้างอิง

http://www.silk-road.com/artl/hsuantsang.shtml

https://asiasociety.org/xuanzang-monk-who-brought-buddhism-…

https://www.britannica.com/biography/Xuanzang

หมายเหตุ - บทความชิ้นนี้เกิดขึ้นจากสำนักข่าว CIPG และสำนักข่าว China Report ประเทศไทย ได้เชิญสื่อ New Media ไทย ร่วมเดินทางสัมผัสเมืองซีอาน มณฑลซ่านซี และเมืองซีหนิง มณฑลชิงไห่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 15-20 ก.ค.ที่ผ่านมา
.