Inventions That Changed the World

ส่อง'วัฒนธรรมการอาบน้ำในยุคกลาง' ต้นกำเนิดของอาบ-อบ-นวด

+ ในยุคกลาง ผู้คนนิยมอาบน้ำในโรงอาบน้ำสาธารณะ และเป็นค่านิยมที่แพร่หลายในหัวเมืองต่างๆ

+ เหรียญอีกด้านของการอาบน้ำในโรงอาบน้ำคือ การแสดงอำนาจ พบปะผู้คนในหมู่ชนชั้นสูง รวมถึงโอกาสในการพลอดรักของคนหนุ่มสาว

+ สมัยก่อนโรงอาบน้ำสาธารณะแฝงการค้าบริการทางเพศไว้ด้วย จนเกิดเป็นธุรกิจกึ่งซ่องที่มีวิวัฒนาการต่อเนื่องมาถึง'อาบ-อบ-นวด'ในปัจจุบัน


เชื่อหรือไม่ว่า หนึ่งในสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนยุคกลางคือโรงอาบน้ำ

มันสวนทางกับความเชื่อที่ว่าคนยุคกลางไม่นิยมอาบน้ำ ข้อมูลดังกล่าวนำหลักฐานมาจากกลุ่มนักบวชที่ชอบปลีกวิเวก ซึ่งไม่นิยมอาบน้ำเพื่อบำเพ็ญพรต แต่สำหรับคนทั่วไปแล้ว การอาบน้ำถือเป็นเรื่องสำคัญ และความถี่ในการอาบน้ำแทบไม่ต่างอะไรกับคนตะวันตกโดยเฉลี่ยในปัจจุบันเลย 

โรงอาบน้ำสาธารณะในสมัยยุคกลางมีระบบทำน้ำร้อนที่มักจะต่อท่อเชื่อมกับโรงอบขนมที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เพื่อนำความร้อนจากเตาอบมาอุ่นน้ำให้ร้อน นอกจากนี้ยังมีการใส่สมุนไพรต่างๆ เช่น ดอกคาร์โมมายล์ ดอกกุหลาบ ลงไปผสมในน้ำเพื่อช่วยบำรุงรักษาผิวกายตามความเชื่อในสมัยนั้นด้วย

สาเหตุหนึ่งที่โรงอาบน้ำร้อนเป็นที่นิยม เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการติดตั้งห้องอาบน้ำส่วนตัวในบ้านนั้นมีราคาสูงมาก แถมยังยุ่งยากเกินกว่าจะนำมาติดตั้งในบ้านได้ ดังนั้นโรงอาบน้ำที่มีค่าบริการไม่แพงนักจึงเป็นทางเลือกของชาวบ้านธรรมดาๆทั่วไป จากบันทึกในช่วงปีค.ศ. 1200 พบว่า มีโรงอาบน้ำร้อนผุดขึ้นมากกว่า 32 แห่งในกรุงปารีส มากกว่า 18 แห่งตามเขตรอบนอกของกรุงลอนดอน และอีกนับไม่ถ้วนทั่วทวีปยุโรป

บรรดากษัตริย์ในยุคกลางเองก็มักจะสร้างโรงอาบน้ำส่วนพระองค์เพื่อโอ้อวดแขกเหรื่อชนชั้นสูง ยกตัวอย่างสมัยจักรพรรดิชาร์เลอมาญที่มักจะเชื้อเชิญเหล่าเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง ทหารองครักษ์ รวมถึงแขกบ้านแขกเมือง ให้ลงมาเล่นน้ำในโรงอาบน้ำร้อนแบบโรมันส่วนพระองค์ 

นักพงศวดารชาวแฟรงค์นามว่า ไอน์ฮาร์ด (Einhard) ได้บันทึกไว้ว่า โรงอาบน้ำส่วนพระองค์ของจักรพรรดิชาร์เลอมาญมีคนมาอาบและเล่นน้ำพร้อมกันนับร้อยคนเลยทีเดียว โรงอาบน้ำของพระองค์เป็นเหมือนการแสดงถึงอำนาจและความมีอารยะของอาณาจักรแฟรงค์ด้วย

ขณะที่กษัตริย์จอห์น พระอนุชาของริชาร์ดใจสิงห์แห่งจักวรรดิอังกฤษ ก็มีอ่างอาบน้ำทำจากไม้ส่วนพระองค์ติดตัวไปด้วยเสมอไม่ว่าจะไปที่ไหน แถมยังมีผู้ดูแลรักษาอ่างอาบน้ำส่วนพระองค์ด้วย ในสมัยกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 3 นั้นมีการใช้ก๊อกน้ำเย็น-ร้อนแล้ว พระองค์ยังสั่งทำก๊อกแบบนี้ไปติดตั้งไว้ที่โรงอาบน้ำในพระราชวังเวสมินเตอร์ด้วย

โรงอาบน้ำสาธารณะนี่เองได้ทำให้เกิดกิจกรรมและธุรกิจใหม่ๆขึ้น มีรายงานว่า พวกหนุ่มๆสาวๆมักจะใช้โรงอาบน้ำขนาดย่อมเป็นสถานที่มีเซ็กส์กัน และมักจะพบคู่สามีภรรยามาหาความสำราญกันในโรงอาบน้ำเหล่านี้ จนเกิดโรงอาบน้ำขนาดย่อมที่แยกห้องส่วนตัว (อาบสองต่อสอง) ขึ้นมาเพื่อกิจกามโดยเฉพาะ

นอกจากนี้บางแห่งยังมีการนำหญิงสาวมาประจำแต่ละห้องรองรับชายหนุ่มกลัดมันด้วย ถึงขนาดมีซ่องตั้งอยู่ติดกับโรงอาบน้ำเลย และซ่องเหล่านี้ก็ได้รับรองจากเจ้าเมืองตามที่ต่างๆ เพราะถือเป็นการป้องกันปัญหาอาชญากรรมอื่นๆที่จะตามมา หากเหล่าชายหนุ่มไม่มีที่ปลดปล่อย

ความนิยมของโรงอาบน้ำเริ่มเสื่อมลงไปในสมัยศตวรรษที่ 16 หลังเกิดการปฏิรูปศาสนาครั้งใหญ่ เนื่องจากโรงอาบน้ำถูกมองเป็นความหย่อนยานทางศีลธรรม ความนิยมจึงเสื่อมลงอย่างรวดเร็วในยุโรปเหนือที่หันไปนับถือนิกายโปรเตสแตนท์ ส่วนในยุโรปใต้ก็ค่อยๆลดลงมาด้วยสาเหตุคล้ายกัน บวกกับการแพร่กระจายของโรคระบาดใหม่ๆผ่านโรงอาบน้ำ และกาฬโรค ผู้คนจึงเลี่ยงการเข้าโรงอาบน้ำ ความนิยมจึงน้อยลงไปมากจนถึงช่วงไม่กี่ศตวรรษให้หลังมานี้ ก่อนถูกแทนที่ด้วยธุรกิจโรงอาบน้ำแบบใหม่ที่ผสมผสานกันระหว่างโรงอาบน้ำกับการนวดสปา และการค้าประเวณี

ยกตัวอย่างในประเทศที่การค้าประเวณีเป็นสิ่งผิดกฎหมายเช่น อังกฤษสมัยวิคตอเรียน สถานบริการทางเพศจึงมีธุรกิจการนวดด้วยเทคนิคต่างๆจากโลกตะวันออกไว้เป็นฉากหน้า หรือแม้แต่สถานที่นวดสปาเองยังเพิ่มบริการนวดแบบพิเศษให้กับลูกค้า กำเนิดของอาบอบนวดในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องที่คลุมเครือและหาคำตอบที่ชัดเจนได้ยากว่าใครเป็นผู้ริเริ่มเป็นเจ้าแรก

ธุรกิจที่วิวัฒน์มาจากโรงอาบน้ำยุคกลางโดยตรงคือ โรงอาบน้ำเกย์ ที่ซึ่งไม่ได้มีจุดเริ่มต้นเป็นโรงอาบน้ำสำหรับชายรักชาย แต่เป็นโรงอาบน้ำที่ผู้คนมานัดพบปะกัน สามารถเช่าห้องส่วนตัวได้ โรงอาบน้ำบางแห่งเปิดรับเฉพาะชายล้วน ในสมัยที่การรักร่วมเพศเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรมร้ายแรง ทางเลือกของชายรักชายหรือแม้แต่หญิงรักหญิงที่จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดแนบเนื้อกันก็คือโรงอาบน้ำสาธารณะนั่นเอง 

หนึ่งในกรณีที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวคือ โรงอาบน้ำชื่อ 'Bains de Gymnase' ในกรุงปารีสเมื่อปี 1876 ตำรวจบุกเข้าไปจับตัวชายหนุ่ม 6 คนมาดำเนินคดีข้อหากระทำอนาจาร 

ปัจจุบัน โรงอาบน้ำเกย์ในโลกตะวันตกยังคงเปิดให้บริการสำหรับคนทั่วไป สถานที่เหล่านี้กลายมาเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่สามารถจ่ายค่าห้องโรงแรมแพงๆได้ แม้จะต้องแลกกับความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวที่น้อยลงก็ตาม

มองย้อนกลับไปแล้วก็นับว่าน่าทึ่งว่า นอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว การอาบน้ำยังมีจุดประสงค์แฝงไว้อย่างล้ำลึก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอำนาจ การเข้าสังคม การพักผ่อนหย่อนใจ หรือปลดปล่อยความกำหนัด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์มาแต่โบราณ และจะยังคงติดตัวเราไปอีกนาน.

อ้างอิง
http://www.medievalists.net/…/did-people-in-the-middle-age…/
Newman, Paul B., Daily Life in the Middle Ages (McFarland and Co., 2001)

https://www.tandfonline.com/…/a…/10.1080/016396202317192035…

https://endinghiv.org.au/blog/short-history-of-gay-sauna/