Oriental World

5 ความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมในยุค'ราชวงศ์ถัง'

ยุคราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) เป็นหนึ่งในยุคสมัยที่อารยธรรมจีนแผ่ขยายอิทธิพลและอำนาจไปอย่างกว้างไกลที่สุด ตั้งแต่อ่าวตังเกี๋ยจรดทะเลทรายโกบี จากคาบสมุทรเกาหลีไปจนถึงทะเลสาบอารัล (Aral Sea) ในเอเชียกลาง

เส้นทางสายไหมช่วยให้อารยธรรมต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและเอเชียติดต่อกันได้สะดวกขึ้น มีการแลกเปลี่ยนวิทยาการจากทั้งโลกตะวันออกและตะวันตก นครฉางอัน (Chang’an) กลายมาเป็นเมืองศูนย์กลางอันดับต้น ๆ ของโลกยุคนั้น ผู้คนจากทั่วสารทิศเข้ามาแลกเปลี่ยนค้าขาย เกิดการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมจากรอบด้าน 

1.ต้นราชวงศ์ไม่ใช่'ชาวฮั่น'แท้ แถมมีเชื้อสาย'เติร์ก'
   
จักรพรรดิถังเกาจู่ (Emperor Gaozu) ผู้สถาปนาราชวงศ์ถัง เดิมมีพระนามว่า ‘หลี่ยวน’ (Li Yuan) มีพระราชบิดาเป็นเจ้าเมืองชาวฮั่น ส่วนพระราชมารดามีเชื้อสายเติร์กเผ่าเซียนเป่ย (Xianbei) พระองค์เคยรับราชการเป็นผู้บัญชาการกองทัพใต้ของราชวงศ์สุ่ย (Sui Dynasty) แต่เมื่อเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ จักรพรรดิราชวงศ์สุ่ยถูกลอบปลงพระชนม์ หลี่ยวนจึงเถลิงอำนาจขึ้นครองแผ่นดินจีนที่นครฉางอันในปัจจุบัน แล้วตั้งตนเป็นจักรพรรดิถังเกาจู่ สถาปนาราชวงศ์ถังที่จะปกครองแผ่นดินจีนไปอีกราว 300 ปี สร้างความมั่งคั่งและรุ่งเรืองในฐานะจักรวรรดิแห่งศิลปะวิทยาการนานาชาติ 

2.'ฉางอัน' มหานครนานาชาติ

สมัยราชวงศ์ถังนี่เองที่แผ่นดินจีนกลายมาเป็นศูนย์กลางของโลกทัดเทียมกับกรุงคอนสแตนติโนเปิลหรือกรุงโรมในโลกตะวันตก นครฉางอัน หรือ ซีอาน (Xi’an) ในปัจจุบันกลายเป็นที่พึ่งพิงของผู้คนจากรอบทิศ นอกจากชาวจีนฮั่นยังมีชาวเกาหลี ชาวทิเบต ชาวเติร์ก ชาวอุยกูร์ ชาวเปอร์เซีย ชาวอาหรับ หรือแม้แต่ชาวยิว

เมืองชาวอาหรับจำนวนมากตั้งรกรากในเมืองกวางโจว (Guangzhou) ในเมืองไคเฟิง (Kaifend) เกิดชุมชนชาวยิวขนาดใหญ่ ด้านชาวเปอร์เซียพากันตั้งรกรากในฉางอันและหยางโจว (Yangzhou) กองทัพสมัยนั้นจึงผสมผสานปนเปทั้งชาวฮั่น ชาวเติร์ก ชาวเกาหลี ชาวอุยกูร์ และชาวทิเบต 
 
ในด้านการทูต เส้นทางสายไหมช่วยให้จีนติดต่อกับจักรวรรดิโรมันและอาณาจักรเปอร์เซียได้โดยตรง จดหมายเหตุสมัยราชวงศ์ถังบันทึกไว้ว่าชาวเปอร์เซียผู้นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ (Zoroastrianism) จำนวนมากได้ลี้ภัยมาจีนภายหลังราชวงศ์ซัสซานิด (Sassanid Empire) ถูกชาวอาหรับโค่นล้มลงช่วงปี 670-674 แม้แต่เจ้าชายเปรอซที่ 3 (Peroz III) แห่งอาณาจักรเปอร์เซียก็ยังลี้ภัยมาตั้งรกรากในจีนและได้รับราชการเป็นนายพลในกองทัพจีน

จดหมายเหตุยังบันทึกว่า เมื่อปี ค.ศ.643 คณะทูตโรมันส่งมาโดยจักรพรรดิคอนสตันซ์ที่ 2 โปโกนาตอส (Constans II Pogonatos) ได้มอบบรรณาการเป็นเครื่องแก้วสีและเพชรพลอยให้กับจักรพรรดิถังไท่จง 

3.จักรวรรดิจีนแผ่ขยายจากเกาหลีไปถึงทะเลสาบอารัล

ช่วงที่ราชวงศ์ถังเพิ่งก่อตั้ง ชนเผ่านอกด่านกลุ่มเติร์ก-มองโกลต่าง ๆ ยังคอยระรานชายแดนจีนอยู่บ่อยครั้ง ชาวทูเจี๋ยหรือเติร์ก (Gokturks) แผ่ขยายดินแดนไปตั้งแต่แถบแมนจูเรียจรดทะเลสาบแคสเปียน กระทั่งแตกออกเป็น 2 อาณาจักรคือ ทูเจี๋ยตะวันออก (Eastern Turkic Khaganate) และทูเจี๋ยตะวันตก (Western Turkic Khaganate) ด้วยความคุ้นเคยและมีเชื้อสายเติร์กปนอยู่ในสายเลือด จักรพรรดิถังไท่จง (Tang Taizong) หรือ ‘หลี่ซื่อหมิน’ (Li Shimin) เล็งเห็นโอกาสขยายอำนาจ พระองค์ส่งกองทัพปราบพวกทูเจี๋ยตะวันออกในแมนจูเรียและมองโกเลียจนราบคาบ 

จักรพรรดิองค์ต่อมา ‘ถังเกาจง’ (Tang Gaozong) ส่งกองทัพไปสยบพวกทูเจี๋ยตะวันตก พร้อมเข้าควบคุมเส้นทางสายไหมทางตะวันตกได้ ดินแดนต่างๆในเอเชียกลางยอมสยบเป็นประเทศราชต่อจักรพรรดิจีนแทบทั้งสิ้น ต่อมาปี ค.ศ. 669 ช่วงที่ขยายอำนาจไปกว้างไกลสุด พรมแดนจีนแผ่ไปถึงเขตแดนอิหร่านในปัจจุบัน อาณาจักรต่างๆ ในเกาหลีกลายมาเป็นรัฐบรรณาการของราชวงศ์ถัง

4.ชาวอาหรับนำวิทยาการจีนไปเผยแพร่สู่โลกตะวันตก

หลังการอุบัติขึ้นของศาสนาอิสลามในต้นศตวรรษที่ 7 จักรวรรดิอาหรับแผ่ขยายดินแดนตั้งแต่แอฟริกาเหนือจรดเอเชียกลาง พรมแดนของจักรวรรดิอาหรับอับบาสิยะห์ (Abbasid Caliphate) เข้ามาประชิดกับพรมแดนจีน จักรพรรดิถังเสียนจง (Emperor Xuanzong) ส่งกองทัพใหญ่ไปรับมือกับผู้รุกราน และสู้รบกันอย่างดุเดือดที่แม่น้ำทาลัส (Battle of Talas River) เมื่อปี ค.ศ. 751 ในเขตแดนคีร์กิซสถานปัจจุบัน แต่ฝ่ายจีนต้องเสียท่าให้ฝ่ายอาหรับเมื่อกองทหารเติร์กแปรพักตร์ไปเข้ากับศัตรู เพราะเหตุนี้ชาวอาหรับจึงควบคุมเส้นทางสายไหมฝั่งตะวันตกได้เกือบทั้งหมด

ช่วงนี้เองที่วิทยาการผลิตกระดาษจากจีนถูกส่งต่อไปยังชาวอาหรับ ในโลกตะวันตกยังใช้ปาปิรุส หนังสัตว์ หรือแผ่นดินเหนียวในการบันทึกอยู่ เทคนิคผลิตกระดาษจากจีนช่วยเร่งให้ความรู้วิทยาการมากมายถูกส่งต่อไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้จักรวรรดิอาหรับก้าวขึ้นเป็นดินแดนแห่งภูมิปัญญา

5.หลากหลายศาสนาสำคัญของโลกเฟื่องฟูในจีน

พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในสมัยราชวงศ์ถัง แท่นพิมพ์ไม้ช่วยให้พระสงฆ์ผลิตคัมภีร์ศาสนาได้จำนวนมาก ช่วงต้นราชวงศ์ถังมีบุคคลสำคัญทางศาสนาผู้หนึ่งถือกำเนิดขึ้นคือ ‘พระถังซัมจั๋ง’ (Xuanzang) พระภิกษุผู้เดินเท้าทางไกลนาน 17 ปีไปถึงอินเดีย เพื่อศึกษาและนำพระไตรปิฏกฉบับสมบูรณ์ดั้งเดิมกลับมาเผยแพร่ในจีน ครั้นกลับมาถึงจีน พระถังซัมจั๋งยังจัดตั้งสำนักงานเพื่อแปลคัมภีร์ศาสนาที่วัดฉือเอิน หรือ วัดเจดีย์ห่านป่าใหญ่ในฉางอันหรือซีอานในปัจจุบัน

สมัยนั้นเองที่มีหลักฐานว่าศาสนาคริสต์นิกายเนสโตเรียน (Nestorianism) จากตะวันออกกลางและเปอร์เซียเข้ามาเติบใหญ่ในจีน ชาวคริสต์เนสโตเรียนถูกปราบปรามจากชาวโรมันอย่างหนัก แต่มาเฟื่องฟูในจีนและปรับตัวกับวัฒนธรรมจีนได้อย่างดี โบสถ์มีรูปทรงเหมือนเจดีย์และวัดในพุทธศาสนา ทว่าด้านในเป็นภาพวาดเรื่องราวและข้อความจากไบเบิล

ศาสนาอิสลามเข้ามาถึงจีนในยุคนี้จากเส้นทางสายไหมเช่นกัน ชนเผ่าเชื้อสายเติร์กต่างหันมานับถือศาสนาอิสลามอย่างแพร่หลาย เริ่มมีชุมชนมุสลิมตามเมืองต่างๆ แม้แต่ชุมชนมุสลิมและมัสยิดในฉางอันก็สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีนจนแทบจะแยกไม่ออกจากวัดจีน

ห้าเรื่องราวของประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ถัง สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า เป็นยุคสมัยที่มีสีสันที่สุดช่วงหนึ่ง เต็มไปด้วยเรื่องราวของชาวต่างประเทศและผู้รุกรานต่างถิ่นที่เข้ามาในจีนและมีบทบาทสำคัญยิ่ง รวมถึงการทูตระหว่างจีนกับอาณาจักรทางตะวันตก ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนกลายเป็นแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกของยุคนั้น. 

อ้างอิง

http://factsanddetails.com/china/cat2/4sub9/item38.html#chapter-20
https://www.ancient.eu/Tang_Dynasty/

https://www.history.com/topics/ancient-china/tang-dynasty

https://owlcation.com/humanities/fun-facts-about-the-tang-dynasty-in-china

https://www.chinahighlights.com/travelguide/china-history/tang-dynasty-facts.htm

https://learnodo-newtonic.com/tang-dynasty-facts