Oriental World

ปีใหม่มรณะที่ฮ่องกง

“5, 4, 3, 2, 1……แฮปปี้นิวเยียร์”

สิ้นเสียงนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ค.ศ. 1993 ก็ตามมาด้วยเสียงไชโยโห่ร้องกึกก้อง เสียงเพลงกระหึ่ม
ฝูงชนราวสองหมื่นคนที่แออัดกันอยู่บริเวณนั้น กระโดดขึ้นลง โยกตัวไปตามเสียงเพลงที่เร้าใจ ผู้คนโผกอดอวยพรกัน


หล่านไกว๋ฟ้องอันคลาคล่ำ ที่มาของภาพ 

บ้างยกแก้วเบียร์ขึ้นมาชนกัน เบียร์ในแก้วกระฉอกหกรดพื้นในขณะที่ผู้คนไหลไปมาตามแรงเบียด บ้างเขย่ากระป๋องโฟม แล้วฉีดพ่นขึ้นไปบนอากาศ ก่อนจะตกลงมาเป็นฟองฝอยลงบนหัวผู้คน และลงบนพื้นถนนที่เป็นทางลาดชันของ หล่านไกว๋ฟ้อง 兰桂坊 Lan Kwai Fong หรือเรียกสั้นๆ ว่า LKF แหล่งบันเทิงยามราตรีสุดฮิตของฮ่องกง LKF มีลักษณะเป็นถนนลาดชันรูปตัวแอล ที่ปลายถนนทั้งสองด้านเชื่อมต่อกับถนน D'Aguilar Street

มันเป็นวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1993 ฮ่องกงยังอยู่ภายใต้ปกครองของอังกฤษ แต่ในอีกสี่ปีข้างหน้า
(ค.ศ. 1997) ฮ่องกงจะต้องกลับไปอยู่กับสาธารณรัฐประชาชนจีน คนฮ่องกงส่วนใหญ่ในเวลานั้นยังไม่แน่ใจกับชะตาและอนาคตของตัวเอง แต่ในนาทีนี้ ก็ขอมีความสุขให้เต็มที่ก่อน

นี่เป็นงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่เหมือนทุกๆ ปี มีเวทีคอนเสิร์ตของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี มาตั้งอยู่ตรงช่วง
หักศอกของถนน ทั่วทั้งบริเวณเนืองแน่นไปด้วยนักเที่ยวกว่าสองหมื่นคน โดยมีตำรวจทั้งในและ
นอกเครื่องแบบคอยควบคุมดูแลความปลอดภัยของงานอยู่ทั้งหมด 108 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน ทุกคนดูจะปริ่มเปรมไปด้วยความสุขที่ล้นปรี่ ใครจะคาดคิดว่า ความตายกำลังจะคืบคลานเข้ามา


ป้ายถนน หล่านไกว๋ฟ้อง ที่มาของภาพ 

พอจบพิธีเคานต์ดาวน์ คนหน้าเวทีคอนเสิร์ตก็เริ่มทยอยเดินจากทางลาดชันลงมาที่ถนน D'Aguilar Street เบื้องล่าง ในขณะที่ ผู้คนอีกมากจากรอบนอกก็พยายามจะเดินสวนขึ้นไปใน LKF

เพียงห้านาทีหลังปีใหม่ ในเวลา 00.05 น. ก็มีใครบางคนเริ่มลื่นหกล้ม!

คนที่ตามหลังมาก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ล้มตามลงไปพรืด ผู้คนเริ่มตื่นตระหนก คนที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุพยายามตะเกียกตะกายออกจากคนที่ล้มทับกันอยู่ ในขณะที่คนรอบนอกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ยังเบียดเสียดกันเข้ามาทำให้มีคนถูกทับ ถูกเหยียบ จนไม่รู้ใครเป็นใคร ความรื่นเริงกลายเป็นความโกลาหล เสียงเพลง
ปีใหม่ถูกกลบด้วยเสียงหวีดร้องขอชีวิต เสียงหวอของรถพยาบาลเริ่มดังใกล้เข้ามา

พอเจ้าหน้าที่เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ก็ค้นพบว่า มีคนเสียชีวิตทันทีจากเหตุการณ์นี้ 20 คน ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 คน รวมมีผู้เสียชีวิต 21 ศพ บาดเจ็บสาหัสอีก 63 คน

ในจำนวนผู้เสียชีวิต มีอายุอยู่ในช่วง 15-30 ปี เป็นชาย 14 คน หญิง 7 คน เป็นชาวต่างชาติสามคน (อังกฤษ,แคนาดา และญี่ปุ่น) ทั้งหมดนี้ไม่มีใครเมาหรือมีแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเกินขนาดแม้แต่คนเดียว พวกเขาถูกเหยียบ ถูกผู้คนกดทับจนขาดอากาศหายใจและตายในที่สุด!

ใครที่เคยไปเยือน LKF คงพอจะนึกออกว่า มันเป็นเพียงถนนสายสั้นๆ แคบๆ บนทางลาดชัน เมื่อพื้นถนนนองไปด้วยสเปรย์โฟมและเครื่องดื่มต่างๆ ถนนก็ย่อมลื่นกว่าปกติ และเมื่อผู้คนเป็นเรือนหมื่นเบียดเสียดยัดเยียดกันไปมา โอกาสที่ใครจะลื่นล้มและถูกคนอื่นเหยียบตายก็ไม่ใช่เรื่องเกินความจริง


สภาพถนนหลังวันเกิดเหตุเหยียบกันตาย ญาติผู้เสียชีวิตมาทำพิธีแด่ดวงวิญญาณ ที่มาของภาพ

แต่ก่อนจะเป็นแหล่งบันเทิงที่เต็มไปด้วยคลับบาร์ ก่อนจะกลายเป็นฉากของโศกนาฏกรรมปีใหม่ 1993 ที่เล่ามา หล่านไกว๋ฟ้อง 兰桂坊 Lan Kwai Fong ที่แปลตรงตัวว่า จัตุรัสช่อกล้วยไม้ ในอดีต เคยเป็นถนนที่บรรดาแม่สื่อแม่ชักพักอาศัยและทำการค้ากัน จนมีชื่อเรียกเล่นๆ ในวันวานว่า ถนนแม่สื่อ 媒人巷 หรือบางทีก็เรียกว่า ถนนเจ้าสาว 红娘巷 จนถึงช่วงทศวรรษ 1980’s ถนนเส้นนี้ก็ยังคงเงียบสงัดแม้จะนับว่าอยู่กลางเมืองย่านเซ็นทรัลก็ตาม

จากคำบอกเล่าของแอนดรูว์ บูล Andrew Bull ที่เคยเป็นดีเจที่ฮ่องกงในสมัยนั้นบันทึกไว้ว่า...

“The experience of coming to Lan Kwai Fong at night in 1978 meant going through deserted streets of Central to a dingy D’Aguilar Street”

“การเดินผ่าน LKF ตอนกลางคืนในปี 1978 คือประสบการณ์ของการเดินผ่านถนนเปลี่ยวๆ
เพื่อไปออกถนน D’Aguilar ที่สกปรก”


จนกระทั่งมีผู้ชายคนหนึ่งมาเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิงของนักท่องราตรี ชายคนนี้ไม่ใช่คนฮ่องกง และที่แปลกกว่านั้น ชายคนนี้แม้จะเปิดร้านเหล้า แต่ตัวเขาเองไม่ดื่มเหล้าสักหยด!


อลัน ซีแมน เจ้าพ่อหล่านไกว๋ฟ้อง ที่มาของภาพ 

ชายคนนี้คือ อลัน ซีแมน Allan Zeman ชายเชื้อสายยิวจากแคนาดาที่โยกย้ายมาทำธุรกิจที่ฮ่องกง
ซีแมนค้นพบว่าเขาไม่สามารถหาร้านอาหารฝรั่งที่ถูกปากได้ และที่สำคัญฮ่องกงในเวลานั้นยังไม่มีที่ที่
ชาวต่างชาติสามารถไปกินดื่มกันอย่างผ่อนคลาย มีแต่ต้องไปพบปะกันตามโรงแรมหรูๆ ที่มีบรรยากาศทางการใส่สูท ผูกไท ซีแมนจึงตัดสินใจเปิดภัตตาคารแคลิฟอร์เนีย บนถนน LKF ในปี 1983 และนี่กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ LKF กลายเป็นถนนปาร์ตี้สายสำคัญของฮ่องกงมาจนทุกวันนี้

เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ร้านอาหาร บาร์ คลับ ก็ทยอยเปิดไปทั้งเส้นถนนหลายสิบร้าน ภาพของ LKF
ที่มืดมิดเงียบเหงากลายเป็นอดีตในพริบตา ในปี 1984 ซีแมนบริหารธุรกิจทั้งหมดของถนนแคบๆ เส้นนี้ภายใต้บริษัทที่ชื่อว่า Lan Kwai Fong Group ซีแมนได้รับการขนานนามว่า “Mr Lan Kwai Fong”
หรือจะเรียกแบบไทยๆ ว่า เจ้าพ่อหล่านไกว๋ฟ้องก็ไม่ผิดนัก

ทุกวันนี้ อลัน ซีแมน ยังคงเป็นนักธุรกิจที่แผ่ขยายอาณาจักรของเขาออกไปตลอดเวลา ส่วน LKF ก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องราตรีในฮ่องกง ช่วงเทศกาลอย่างฮัลโลวีน คริสต์มาส ปีใหม่
ที่นี่ยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มากินดื่มสนุกสนาน

แต่สำหรับผู้เขียน ทุกครั้งที่เดินผ่าน LKF ก็อดจะประหวัดไปถึง ปีใหม่มรณะ เมื่อ ค.ศ. 1993 ไม่ได้