World's Famous People

"สงสารผีหนีวันตรุษ" เมื่อคนสยามกลัวผีแต่ช่วยผี

พระราชพิธีสงกรานต์ในวังสมัยก่อนจะมีการสวดอาฏานาฏิยสูตร พระสูตรนี้ถ้าพูดชื่อเต็มคนจะไม่รู้จัก ต้องเรียกว่าสวดภาณยักษ์คนถึงจะคุ้นกัน สมัยก่อนนั้นเวลามีพระราชพิธีตรุษหลวงจะนิมนต์พระมาสวดอาฏานาฏิยสูตร ผู้อยู่ในพิธีต้องสวมมงคลพิสมร
(พิสมรคือเครื่องรางอย่างหนึ่ง) แล้วถือกระบองเพชร (คือใบลานขมวดปลายลงยันต์) คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าที่ต้องสวมเครื่องรางเต็มอัตราศึกก็เพื่อเอาไว้สู้กับเสนียดจัญไร ภูตผีปีศาจ เข้ากับความเชื่อเรื่องสวดอาฏานาฏิยสูตร หรือภาณยักษ์ที่ชาวบ้านเชื่อว่าไว้สวดไล่ผี จนถึงสมัยนี้ก็เชื่อกันอย่างนั้น ดังจะเห็นว่ามีกิจกรรมสวดภาณยักษ์กันบ่อยๆ แม้แต่วัดเล็กวัดน้อยก็จัด


ภาพพระสงฆ์ถ่ายโดย จอห์น ทอมสัน เมื่อครั้งรัชกาลที่ 4โปรดสังเกตว่าหลวงพ่อท่านครองจีวรลายดอกพิกุลอันเป็นที่นิยมในยุคนั้น ไม่ใช่พระนิยมนะครับโยมนิยมแล้วนำมาถวาย

สมัยก่อนในพิธีตรุษหลวงเมื่อมีการสวดภาณยักษ์จะมีการจุดปืนใหญ่ไล่เสนียดด้วย
ชาวบ้านเรียกเพี้ยนว่ายิงปืนอัตนา ซึ่งเพี้ยนมาจากอาฏานานั่นเอง ใครเคยได้ยินการสวดภาณยักษ์จะรู้ว่ามีการเล่นเสียงสูงๆ ต่ำๆ ทำให้ขนลุกพิลึก เมื่อประกอบกับการยิงปืนทั้งใหญ่ทั้งเล็กทั่วพระนครเป็นร้อยๆ กระบอกยิ่งทำให้ชวนขวัญหาย แต่ชาวบ้านไม่กลัวกลับรู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยจากภูตผีร้าย เพราะรู้กันว่าภาณยักษ์กับปืนอัตนาเอาไว้ไล่ผีไม่ใช่ไล่คน

อย่างไรก็ตาม คนสมัยก่อนท่านจิตใจเมตตากระทั่งคนตายแล้ว เมื่อหลวงท่านจัดตรุษสงกรานต์ยิงปืนไล่กันที ชาวบ้านสงสารว่าผีคงจะกลัว โดยเฉพาะผีบรรพชน จึงพากันแขวนกระบอกน้ำเอาไว้ที่บันได เผื่อผีวิ่งหนีปืนใหญ่มาแล้วเหนื่อยจะได้มีน้ำมีท่าไว้กิน บางคนห้ามถ่ายหนักถ่ายเบาลงร่องกระดานเรือนเพราะกลัวว่าผีจะตกใจหนีมาอยู่ใต้ถุนบ้านแล้วจะเปื้อนขี้เปื้อนเยี่ยวเป็นที่น่าเวทนา บางคนก็จัดขมิ้นกับปูนไว้ให้ผีเผื่อวิ่งหน้าตื่นมาชนอะไรหัวร้างข้างแตกจะได้ใช้ทา ส่วนที่สวมพิสมรก็เพื่อให้ผีเห็นจะได้ไม่วิ่งชนคน หรือบางคนถึงขนาดร้องห่มร้องไห้เพราะสงสารผีก็มี อันนี้อาจารย์แปลก สนธิรักษ์ ปราชญ์ใหญ่ท่านเล่าไว้ในหนังสือเรื่องเทศกาลสงกรานต์


ภาพพระสงฆ์และศิษย์วัดอัดภาพถ่ายโดย จอห์น ทอมสัน เมื่อครั้งรัชกาลที่ 4โปรดสังเกตว่าหลวงพ่อองค์นี้
ไม่ได้ครองจีวรลายดอกพิกุลอันเป็นที่นิยมในยุคนั้น แต่มีรัดประคดที่ลวดลายสวยงาม ดูเผินๆ เหมือนผ้าลาย


ดูสิครับคนสมัยก่อนเขาอยู่กับผีกันกลมเกลียวดี พูดถึงเรื่องคนโบราณสงสารผี นี่เกี่ยวกับเรื่องอาฏานาฏิยสูตรด้วย ที่มาที่ไปของสูตรนี้คือท้าวจตุโลกบาล คือพวกนายผีนายยักษ์ต่างๆ มาถวายพระพุทธเจ้าให้พุทธเจ้าสอนพระภิกษุไว้สวดป้องกันตัวเองเวลาไปปฏิบัติธรรมในที่น่ากลัว เพราะแม้พวกนายผีจะบูชาพระรัตนตรัย แต่พวกผีอสุรกายหรือยักษ์ลูกกระจ๊อกบางตัวไม่เอาอย่างนายแถมยังคอยรังแกพระเจ้า อย่าว่าแต่ผีเลยครับ เทวดามิจฉาทิษฐิบางตนยังถึงกับแกล้งพระให้กลัว ดูอย่างเรื่องเมตตากรณียสูตรนั่นประไร

จริงอยู่อาฏานาฏิยสูตรเอาไว้ไล่ผีที่กเฬวรากคอยหาเรื่องกระทั่งพระ แต่จะสวดต้องจำเป็นจริงๆ เพราะมันกระทบไปหมด ผีดีก็จะพลอยเตลิดไปด้วย ในอรรถกถาท่านว่า
หากสถานการณ์ไม่คับขันให้สวดเมตตาสูตร ธชัคคสูตร รตนสูตรกันก่อน เพราะบทเหล่านี้เน้นเมตตาเข้าว่ากับประกาศคุณพระรัตนตรัย ทั้ง 3 สูตรนี้เน้นใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยใช้อาฏานาฏิยสูตรเพราะมีอิทธิฤทธิ์มาก อ้างชื่อของเจ้านายผีทั้ง
4 ทิศ ทำให้ผีต้องเผ่นกระเจิงนั่นเอง